เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
Real Estate ASW ร่วมทุน ‘ญี่ปุ่น’ ผุดแคมปัสคอนโดฯ ย่านเกษตร
มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
Biz Movement มธ. เปิดสมัครแข่งล่ามระดับชาติ “TNIC 2027” สมัครฟรี! เฟ้นตัวแทนไทยลุยศึกมาเลเซีย
ดูทั้งหมด

นักลงทุนโยกเงินเข้า “ยุโรป” สถานการณ์ “พลิก” เหนืออเมริกา

28 ม.ค. 2566 | 07:51น.
นักลงทุนโยกเงินเข้ายุโรป
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

นับจากรัสเซียรุกรานยูเครน ดูเหมือนเศรษฐกิจยุโรปจะอยู่ในสถานะย่ำแย่ที่สุดเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกา เพราะหลังจากร่วมกับสหรัฐอเมริกาออกมาตรการแซงก์ชั่นทางเศรษฐกิจต่อรัสเซีย ซึ่งรวมถึงการ “แบน” พลังงานจากรัสเซีย ก็ทำให้ราคาพลังงานพุ่งทะยาน เป็นผลให้เงินเฟ้อสูงเป็นประวัติการณ์ในรอบหลายปี จนต้องขึ้นดอกเบี้ยในอัตราสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ บรรดานักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์จึงคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจยุโรปน่าจะถดถอยลึกและฟื้นตัวช้า เพราะยุโรปต้องพึ่งพาพลังงานจากรัสเซียสูง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดดูเหมือนสถานการณ์สำหรับยุโรปจะพลิกกลับในทางบวก เมื่อนักวิเคราะห์เห็นสัญญาณบางอย่าง ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา โดยนักกลยุทธ์ตลาดหุ้นยุโรปของบาร์เคลย์ ชี้ว่า นับตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมปีที่แล้ว จนถึงวันที่ 24 มกราคมปีนี้ จะเห็นว่า ดัชนี Russell 3000 ซึ่งเป็นดัชนีวัดผลการดำเนินงานของบริษัทที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา 3,000 บริษัท เพิ่มขึ้นเพียง 6.3% ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ก็ขยับขึ้นเพียง 4.62% แต่ดัชนี Stoxx 600 ของยุโรป เพิ่มขึ้นเกิน 13% เช่นเดียวกับดัชนี MSCI ทั่วโลก (ไม่รวมอเมริกา) ก็ทะยานขึ้นมากกว่า 22%

บาร์เคลย์ระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาที่เคยมีผลงานโดดเด่นมาโดยตลอด นับจากเลิกมาตรการล็อกดาวน์สกัดโควิด-19 มาถึงตอนนี้มีผลงานตามหลังตลาดหุ้นอื่น ๆ ทั่วโลก รวมถึงยุโรปอย่างมาก ขณะเดียวกันยังย้ำให้เห็นว่าแรงส่งกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ของยุโรปและอเมริกากำลังแยกจากกัน ไม่เกาะเกี่ยวกัน (decouple) ซึ่งถือว่า “ไม่ปกติ”

บาร์เคลย์ชี้ว่า อากาศที่อบอุ่นกว่าคาดของยุโรปเหนือในฤดูหนาว ทำให้ความต้องการใช้พลังงานเพื่อทำความอบอุ่นไม่สูงมากนัก นั่นหมายถึงว่าความกังวลเรื่องความเพียงพอของพลังงานลดน้อยลง อีกทั้งราคาพลังงานในตลาดโลกก็ผ่อนคลายลง นอกจากนี้การที่จีนเปิดประเทศเร็วกว่าที่คาดอย่างมาก ล้วนเป็นปัจจัยหนุนส่งให้เศรษฐกิจยุโรปมีแนวโน้มดีกว่าที่เคยประเมินไว้ ถึงแม้นักเศรษฐศาสตร์หลายคนยังคงเชื่อว่าเศรษฐกิจยุโรปจะถดถอยอ่อน ๆ ก็ตาม

ในซีกของสหรัฐอเมริกาตลาดหุ้นกำลังสูญเสียแรงส่ง เห็นได้จากนักลงทุนเปลี่ยนไปเน้นลงทุนพันธบัตรแทน นี่คือสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่านักลงทุนเชื่อว่าเศรษฐกิจจะถดถอย จึงขายหุ้นแล้วซื้อพันธบัตรแทน

ในทางตรงข้าม “ตลาดหุ้นยุโรป” ดูเหมือนจะอยู่ในจุดที่น่าดึงดูดกว่า เพราะความหวังที่ว่าเงินเฟ้อจะอ่อนตัวลง กดให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรต่ำลง ประกอบกับได้แรงหนุนจากราคาพลังงานที่ลดลงและจีนเปิดประเทศ ดังนั้นในปีนี้ทางบาร์เคลย์จึงให้น้ำหนักตลาดหุ้นยุโรปมากกว่าอเมริกา และมีแนวโน้มว่าจะเห็นเงินลงทุนไหลเข้ามาในตลาดยุโรปมากขึ้น เพราะอย่างน้อยในระยะสั้นก็มีปัจจัยบวกมากกว่า

“สตีเฟน ไอแซค” ประธานคณะกรรมการลงทุนของอัลวิล แคปิตอล ระบุว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นยุโรปฟื้นตัวก็คือ “ความกลัว” ที่ว่าราคาพลังงานจะทรงตัวระดับสูงลดน้อยลง จะเห็นว่าหลังจากราคาพลังงานปรับลง นักลงทุนต่างประเทศได้โยกเงินกลับมาลงทุนตลาดหุ้นยูโรโซนในเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนปีที่แล้วเป็นครั้งแรก นับจากรัสเซียเริ่มบุกยูเครน ขณะเดียวกันที่ผ่านมาสินทรัพย์ยุโรปมีราคาต่ำกว่ามูลค่าที่ควรจะเป็น

ไอแซคเห็นว่า ถึงแม้ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ความแตกต่างของผลงานตลาดหุ้นยุโรปและอเมริกาจะถ่างกว้างมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่จะเห็นว่าตลาดหุ้นสหรัฐมุ่งไปที่หุ้นเติบโตที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูง (large cap growth stocks) และหุ้นเทคโนโลยี ส่วนตลาดยุโรปเน้นหนักหุ้นอาหารสำหรับผู้บริโภค การเงินและหุ้นมูลค่าอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันซื้อขายในราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีอย่างมาก จึงดึงดูดความสนใจนักลงทุน

ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและบริการของยูโรโซนเดือนมกราคมปีนี้ปรับขึ้นสู่ระดับ 50.2 จาก 49.3 ในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว สูงกว่าตลาดคาดการณ์ ถือเป็นครั้งแรกที่ดัชนีดังกล่าวอยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่ากิจกรรมเศรษฐกิจขยายตัว จึงสร้างความหวังว่าบางทีเศรษฐกิจยุโรปอาจสามารถหลีกเลี่ยงภาวะถดถอย