เศรษฐกิจอังกฤษแกร่งเกินคาด จีดีพีมกราคม 2566 โต 0.3% มีหวังรอดถดถอย

เศรษฐกิจอังกฤษ มกราคม 66
REUTERS/ Hannah McKay

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหราชอาณาจักรเดือนมกราคม 2566 ขยายตัวได้ 0.3% ช่วยเพิ่มความหวังว่าเศรษฐกิจอาจหลีกเลี่ยงภาวะถดถอย หรืออาจจะดีถึงขั้นเลี่ยงภาวะชะลอตัวได้เลย 

วันที่ 10 มีนาคม 2566 สำนักงานสถิติแห่งชาติสหราชอาณาจักร เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจเดือนมกราคม 2566 ปรากฏว่าเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรแข็งแกร่งกว่าที่คาด ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) เดือนมกราคม 2566 ขยายตัวได้ 0.3% เป็นการฟื้นขึ้นจากเดือนธันวาคม 2565 ที่เศรษฐกิจหดตัวลง 0.5% เนื่องจากมีการหยุดงานประท้วงกันในวงกว้าง 

สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า จีดีพีเดือนมกราคม 2566 ของสหราชอาณาจักรที่ขยายตัว 0.3% ซึ่งมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัว 0.1% แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการฟื้นตัว เมื่อเผชิญกับภาวะค่าครองชีพที่บีบคั้น และความไม่สงบที่เกิดขึ้นเป็นวงกว้างในภาคอุตสาหกรรม

การเติบโตของเศรษฐกิจได้รับแรงหนุนจากภาคบริการที่ขยายตัว 0.5% ขณะที่ภาคการก่อสร้างหดตัว 1.7% และการผลิตหดตัว 0.4%  

ตัวเลขการเติบโตของจีดีพีช่วยเพิ่มความหวังว่าเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรอาจหลีกเลี่ยงภาวะถดถอยที่ยืดเยื้อยาวนาน หรืออาจจะถึงขั้นเลี่ยงภาวะชะลอตัวได้เลย แต่ตัวเลขที่ดีกว่าคาดนี้เป็นการเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลาง (Bank of England) ขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปในการต่อสู้เพื่อดึงอัตราเงินเฟ้อให้ต่ำลง ซึ่งแม้ว่าจะสามารถดึงอัตราเงินเฟ้อลงจากตัวเลขสองหลักได้แล้ว แต่อัตราเงินเฟ้อเดือนมกราคม 2566 ยังสูงถึง 8.8% 

Advertisment

ยาเอล เซลฟิน (Yael Selfin) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ KPMG UK กล่าวว่า “เราคาดว่าการชะลอตัวในปัจจุบันจะตื้นและสั้นกว่าที่เคยคิดไว้ ด้วยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง และอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะสนับสนุนการฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี”

อย่างไรก็ตาม เธอเสริมว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยนั้นยังมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นสูง เพราะปัจจัยเรื่องราคาขายส่งก๊าซธรรมชาติที่ลดลงและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานที่ผ่อนคลายลง อาจไม่เพียงพอที่จะรับมือกับภาวะการจับจ่ายที่อ่อนแอ และไม่เพียงพอที่จะป้องกันการซบเซาของเศรษฐกิจได้ 

ด้านตลาดเงินคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหราชอาณาจักร (BoE) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 0.75% ซึ่งจะทำให้อัตราดอกเบี้ยขึ้นไปอยู่ที่ 4.75% ในสิ้นปีนี้ 

ทั้งนี้ ตัวเลขการเติบโตของเศรษฐกิจที่ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ออกมาก่อนหน้าการแถลงการณ์งบประมาณประจำปีของรัฐมนตรีคลัง เจเรมี ฮันต์ (Jeremy Hunt) ซึ่งมีกำหนดแถลงในวันที่ 15 มีนาคมนี้ แต่ตัวเลขนี้ก็ออกมาสายเกินไปที่จะส่งผลต่อการคาดการณ์ของรัฐมนตรีคลัง ซึ่งเขากำลังเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากระหว่างการผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจกับการควบคุมหนี้ไว้ให้ได้

Advertisment