เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
Economic ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
50th Impact ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
สวนดุสิตโพล ชี้คนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ ”ปัญหายาเสพติด” กระทบเชื่อมั่น รบ.
Politics สวนดุสิตโพล ชี้คนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ ”ปัญหายาเสพติด” กระทบเชื่อมั่น รบ.
สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
Economic สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
Business เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
ดูทั้งหมด

จีนกระตุ้นการจับจ่ายรอบใหม่ เพียงพอไหมที่จะดึงเศรษฐกิจโตถึงเป้า

08 ส.ค. 2567 | 20:59น.
จีน การบริโภคในประเทศ

จีน การบริโภคในประเทศ

การบริโภคในประเทศจีน “ฝืด” มาเป็นเวลากว่า 1 ปี และยังคงมีแนวโน้มที่จะฝืดต่อไป ตัวเลขค้าปลีกล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2024 เพิ่มขึ้นในอัตราต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2022 ซึ่งความอ่อนแอของดีมานด์ในประเทศที่มีประชากร 1,400 ล้านคนนี้ ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลก

รัฐบาลจีนพยายาม “เข็น” มาแล้วหลายรอบก็ยังเข็นไม่ขึ้น ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีของจีนพยายามอีกรอบโดยออกมาตรการกระตุ้นการบริโภค ซึ่งประกอบด้วยแผนการดำเนินการ 20 ประการ หลังจากที่ประชุมคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนมีการให้คำมั่นที่จะส่งเสริมการบริโภค

ขั้นตอนการดำเนินการในแผนกระตุ้นดังกล่าวนั้น รวมถึงการสำรวจศักยภาพในการขยายการบริโภคโดยทั่วไปในด้านต่าง ๆ เน้นที่ภาคการบริการ อย่างการจัดเลี้ยง บริการงานต่าง ๆ ในบ้าน และการดูแลผู้สูงอายุ อีกทั้งยังพยายามมองหาวิธีการส่งเสริมการใช้จ่ายรูปแบบใหม่ อย่างเช่น พัฒนาร้านค้าปลีกไร้คนขาย สนับสนุนการพัฒนากีฬาอิเล็กทรอนิกส์ และสนับสนุนการขายของผ่านไลฟ์สตรีมมิ่งของอีคอมเมิร์ซ

ภายใต้กรอบมาตรการที่ประกาศใหม่นี้ รัฐบาลจีนจะเพิ่มการสนับสนุนทางการเงินแก่วิสาหกิจรายเล็กและรายย่อยในอุตสาหกรรมบริการ และเพิ่มการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายในการดูแลทารกและเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี รวมถึงค่าใช้จ่ายในการศึกษาและการดูแลผู้สูงอายุ

นอกจากนั้น คณะรัฐมนตรีจีนให้คำมั่นว่าจะอนุญาตให้บริษัทต่าง ๆ เข้าสู่ภาคบริการได้มากขึ้น และเปิดกว้างภาคส่วนต่าง ๆ เช่น โทรคมนาคม การศึกษา และบริการทางการแพทย์ ให้กับผู้เล่นต่างชาติ

จนถึงตอนนี้ เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวไม่ทั่วถึง การส่งออกและการผลิตมีความแข็งแกร่ง ส่วนการบริโภคยังคงน่าเป็นกังวล จีดีพีไตรมาส 2 ปี 2024 โตต่ำกว่าคาดการณ์ โดยโตได้ 4.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YOY) จากตัวเลขนี้ นักเศรษฐศาสตร์-นักวิเคราะห์มองว่ายากที่จะบรรลุเป้าภาพรวมของปีที่ตั้งเป้าโต 5% และมองว่าจำเป็นต้องมีการกระตุ้นเพิ่มเติม

คำถามสำคัญยังคงเป็นคำถามเดิม คือ แผนกระตุ้นล่าสุดนี้จะเพียงพอหรือไม่ที่จะดึงการใช้จ่ายและช่วยดันเศรษฐกิจจีนให้โตถึงเป้า ?

ณ ตอนนี้ ยังไม่มีนักเศรษฐศาสตร์แสดงความเห็นออกมาเท่าไรนัก

ความเห็นหนึ่งที่เห็นมาจาก ลินน์ ซ่ง (Lynn Song) หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของภูมิภาคจีนแผ่นดินใหญ่ของกลุ่มธุรกิจธนาคารไอเอ็นจี (ING Group) มองว่า ความพยายามล่าสุดของทางการจีนเป็นพัฒนาการเชิงบวก เนื่องจากแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสนใจกับการสนับสนุนดีมานด์ในประเทศมากขึ้น แต่มาตรการเหล่านี้เป็นการ “ส่งเสริมในระยะกลางมากกว่า” เนื่องจากมุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงการให้บริการ

ซ่งบอกอีกว่า การที่จีนขาดมาตรการกระตุ้นด้านอุปสงค์ อย่างเช่น สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคล มีความหมายว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นในทันทีทันใดอาจมีน้อย

เดวิด คู (David Qu) นักเศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์ก อีโคโนมิกส์ (Bloomberg Economics) ไม่ได้แสดงความเห็นต่อมาตรการกระตุ้นโดยตรง แต่วิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจจีนหลังเห็นตัวเลขส่งออกของจีนในเดือนกรกฎาคมที่โตชะลอลงว่า หากต้องการบรรลุเป้าหมายการเติบโตที่รัฐบาลจีนตั้งไว้ 5% จำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะการส่งออกของจีนที่ชะลอตัวบ่งชี้ว่าการค้าต่างประเทศซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่ 2 อาจช่วยหนุนจีดีพีไตรมาสที่ 3 ได้น้อยลง 

“ตัวเลขที่ออกมานี้น่ากังวลเป็นพิเศษเมื่อพิจารณาจากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐที่อ่อนแอลง เน้นย้ำโดยอัตราการว่างงานของสหรัฐที่สูงขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ขณะที่ความอ่อนแอของยอดค้าปลีกของจีน และข้อมูลการค้าระหว่างประเทศยังตอกย้ำมุมมองของเราว่า การเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปี 2024 น่าจะต่ำกว่าเป้าของรัฐบาลจีนที่ตั้งไว้ 5% เว้นแต่จะมีการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

นักเศรษฐศาสตร์บางคนมองว่า ภาคบริการเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างงานและแก้ไขปัญหาการว่างงานของเยาวชนในจีน ซึ่งอัตราการว่างานอยู่ในระดับสูง ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เรียกร้องให้จีนขยายสัดส่วนภาคบริการ ซึ่งมีสัดส่วนราว 50% ของเศรษฐกิจจีน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งมีสัดส่วนอยู่ที่ 75% ค่อนข้างมาก

ดังนั้น การที่รัฐบาลจีนหันมาให้ความสำคัญกับภาคบริการน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีที่ช่วยฝั่งรายได้ครัวเรือน

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบก็เป็นอย่างที่ลินน์ ซ่ง จาก ING กล่าวว่า จะเป็นผลกระทบที่ไม่เกิดขึ้นในฉับพลันทันใด ต้องใช้เวลากว่าจะเห็นผล และยังไม่มีอะไรการันตีได้ว่าชาวจีนจะมีความมั่นใจในการใช้จ่าย เนื่องจากสินทรัพย์ของหลายครอบครัวตกต่ำลงไปตามราคาอสังหาริมทรัพย์ที่พวกเขาถือครอง

อ้างอิง :

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การค้าปลีก การบริโภค จีน