เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
DITTO นำร่องเปิดขาย ‘Blu Green Token’ 3-13 ก.ค.นี้ หนุนลงทุน ‘คาร์บอนเครดิต’
Finance DITTO นำร่องเปิดขาย ‘Blu Green Token’ 3-13 ก.ค.นี้ หนุนลงทุน ‘คาร์บอนเครดิต’
สุรศักดิ์ มธ. ชงวิธีสกัดผู้รับเหมาทิ้งงานรัฐ ชี้แก้ ‘พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ’ ยังไม่พอ
Economic สุรศักดิ์ มธ. ชงวิธีสกัดผู้รับเหมาทิ้งงานรัฐ ชี้แก้ ‘พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ’ ยังไม่พอ
เปิดอาณาจักร ‘ธุรกิจทรัมป์’ รายได้คริปโตมากกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ไม่รวมหุ้น-ของขวัญ-ค่าลิขสิทธิ์
World เปิดอาณาจักร ‘ธุรกิจทรัมป์’ รายได้คริปโตมากกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ไม่รวมหุ้น-ของขวัญ-ค่าลิขสิทธิ์
ฝนถล่มภูเก็ตท่วมหลายจุด ทน.เตือนรหัสแดง ให้ปชช. ยกของขึ้นที่สูง
News ฝนถล่มภูเก็ตท่วมหลายจุด ทน.เตือนรหัสแดง ให้ปชช. ยกของขึ้นที่สูง
“ภิรมย์ภักดี” ตั้งสภาครอบครัวติดตามให้ความเป็นธรรมกรณี ”ทราย“
Business “ภิรมย์ภักดี” ตั้งสภาครอบครัวติดตามให้ความเป็นธรรมกรณี ”ทราย“
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตร ‘ราชพัสตราสู่สากล’ สาธารณรัฐฝรั่งเศส
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตร ‘ราชพัสตราสู่สากล’ สาธารณรัฐฝรั่งเศส
LINE MAN บอก ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ สั่งดีลิเวอรี่ทะลุ 1.2 ล้านคน ‘กะเพราหมูกรอบ-มัทฉะลาเต้’ ขึ้นแท่นเมนูฮอต
Business LINE MAN บอก ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ สั่งดีลิเวอรี่ทะลุ 1.2 ล้านคน ‘กะเพราหมูกรอบ-มัทฉะลาเต้’ ขึ้นแท่นเมนูฮอต
ALLY รีแบรนด์ใหญ่ 3 มอลล์ดัง ทุ่ม 1.5 พันล้าน ลงทุนเพิ่ม 3 โครงการ
Real Estate ALLY รีแบรนด์ใหญ่ 3 มอลล์ดัง ทุ่ม 1.5 พันล้าน ลงทุนเพิ่ม 3 โครงการ
‘อนุฯ แลนด์บริดจ์’ นัดถกประเมินความคุ้มค่า ดู 3 ประเด็นหลัก-กฎหมายรองรับ
Politics ‘อนุฯ แลนด์บริดจ์’ นัดถกประเมินความคุ้มค่า ดู 3 ประเด็นหลัก-กฎหมายรองรับ
เลขาฯ กบข. คนใหม่ ทำงานวันแรก ตั้งเป้ายกระดับลงทุนมืออาชีพ
Finance เลขาฯ กบข. คนใหม่ ทำงานวันแรก ตั้งเป้ายกระดับลงทุนมืออาชีพ
ดูทั้งหมด

อินเดียเสียงแตก ควรผ่อนปรน FDI จากจีนหรือไม่

20 ส.ค. 2567 | 14:42น.
นครมุมไบ ภาพจาก เอเอฟพี

นครมุมไบ ภาพจาก เอเอฟพี

หลังจากที่รายงานทบทวนแนวโน้มเศรษฐกิจประจำปีของอินเดียเสนอให้เปิดรับ FDI จากจีนเป็นครั้งแรก ทำให้มีการโต้เถียงกันท่ามกลางผู้กำหนดนโยบายและนักวิชาการในอินเดียอย่างกว้างขวาง ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปใด ๆ

วันที่ 20 สิงหาคม 2024 นิกเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า รายงานเศรษฐกิจสำคัญของอินเดียกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงครั้งใหม่ขึ้น ว่าอินเดียควรผ่อนปรนข้อจำกัดการลงทุนจากจีนหรือไม่ หรือควรมุ่งเน้นไปที่การค้ากับจีนต่อไปเหมือนเดิม

จากรายงานการทบทวนเศรษฐกิจและแนวโน้มการเติบโตของอินเดียประจำปี ที่เผยแพร่ออกมาช่วงเดือนกรกฎาคม ซึ่งกระตุ้นให้อินเดียรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) จากจีนเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ที่อินเดียเริ่มจำกัดการลงทุนจากจีนในปี 2020 อันเป็นผลจากข้อพิพาทชายแดน

กฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2020 จำกัดความสามารถของจีนในการเข้ามาลงทุนในอินเดีย โดยต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลล่วงหน้า นับตั้งแต่นั้นมา อินเดียเซ็นรับรอง FDI จากจีนเพียง 1 ใน 4 ของ FDI ทั้งหมด 435 ใบ

รายงานดังกล่าวระบุว่า เศรษฐกิจของอินเดียและการเชื่อมโยงกับห่วงโซ่อุปทานโลก อาจได้รับประโยชน์จากนโยบาย “จีนบวกหนึ่ง” ที่นำโดยชาติตะวันตก เพื่อย้ายแหล่งจัดหาและการผลิตออกไปนอกจีน

รายงานเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคมของ วี. อนันต นาเกสวรัณ (V. Anantha Nageswaran) ประธานที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลอินเดียระบุว่า กลยุทธ์ FDI เพื่อรับประโยชน์จากแนวทางจีนบวกหนึ่งนั้นมีประโยชน์กว่า เนื่องจากสหรัฐและยุโรปกำลังย้ายการจัดหาออกจากจีน ดังนั้น การให้บริษัทจีนเข้ามาลงทุนในอินเดียแล้วส่งออกไปยังตลาดตะวันตกแทน จะมีประสิทธิภาพมากกว่าการนำสินค้าจีนเข้ามาเพิ่มมูลค่าเพียงเล็กน้อยในอินเดียแล้วค่อยส่งออก

เนียร์มาลา สิฐรามัน (Nirmala Sitharaman) รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของอินเดีย สนับสนุนการผ่อนคลาย FDI ระหว่างการแถลงข่าว แต่ต่อมา นายปิยุช โกยัล (Piyush Goyal) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรม กลับไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของนาเกสวรัณ โดยบอกกับผู้สื่อข่าวว่า “ขณะนี้ยังไม่มีการทบทวนเพื่อสนับสนุนการลงทุนของจีนในประเทศ”

ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา อินเดียขาดดุลการค้ากับจีน 85,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 2.91 ล้านล้านบาท) จากมูลค่าการค้าระหว่างจีนและอินเดียทั้งหมดราว 118,400 ล้านดอลลาร์ (ราว 4 ล้านล้านบาท) ซึ่งเพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า โดยมูลค่าการส่งออกของอินเดียมีเพียง 16,700 ล้านดอลลาร์ (ราว 5.73 ล้านบาท) ขณะที่การนำเข้าสินค้าจีน เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักร และสารเคมี มีมูลค่าถึง 101,700 ล้านดอลลาร์ (ราว 3.49 ล้านล้านบาท)

ราชกุมาร ชาร์มา (Raj Kumar Sharma) นักวิจัยอาวุโสจากแนตสแตรต (NatStrat) ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยด้านความมั่นคงและนโยบายต่างประเทศ กล่าวว่าการผ่อนปรนนโยบาย FDI ใด ๆ ควรจำกัดอยู่เฉพาะภาคส่วนที่สามารถขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของอินเดียเอง เช่น เทคโนโลยีขั้นสูง อย่างยานยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ ซึ่งอาจรวมถึงการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับจีนเพื่อเพิ่มการผลิตในอินเดียและลดการนำเข้าจากจีนด้วย

ชาร์มาเสริมว่าไม่มีประเทศใดในโลกที่ยับยั้ง FDI จากจีนได้หมด และแนวโน้มทางภูมิเศรษฐกิจในโลกตะวันตกไม่ได้ต่อต้านจีนโดยสิ้นเชิง โดยชี้จากการที่จอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) นายกรัฐมนตรีอิตาลีเดินทางไปเยือนจีนเมื่อเดือนที่แล้วเพื่อปรับความสัมพันธ์กับจีน จากเดิมที่ตึงเครียดกันอยู่

อย่างไรก็ตาม อาเจย์ ศรีวัฒวะ (Ajay Srivastava) ผู้ร่วมก่อตั้งโกลบอลเทรดรีเสิร์ชอินนิชิเอทีฟ (Global Trade Research Initiative) ซึ่งเป็นกลุ่มวิจัยในนิวเดลี กล่าวว่าความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระยะยาวและความเป็นอิสระทางยุทธศาสตร์ของอินเดียอาจถูกบ่อนทำลายได้ สิ่งที่ต้องทำคือพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศและเพิ่มการจ้างงานที่มีความหมายต่อพลเมืองอินเดียแทน ซึ่งอินเดียพึ่งพาการค้ากับจีนอย่างมาก โดยเฉพาะภาคการผลิต รวมถึงส่วนประกอบสำคัญในการผลิตยา