เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ญี่ปุ่นเลือกนายกฯ 15 ตุลา ลุ้นซานาเอะผู้นำหญิงคนแรก ประกาศลั่น ‘Japan is Back’

05 ต.ค. 2568 | 13:36น.

ซานาเอะ ทาคาอิจิ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตยคนใหม่ (LDP) พร้อมสโลแกน ‘Japan Is Back’ คาดว่าจะเป็นสตรีคนแรกที่นั่งตำแหน่งนายกฯญี่ปุ่นในประวัติศาสตร์ของชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจเอเชียที่มีความเป็นอนุรักษนิยมสูง สังคมการเมืองที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ลุ้นสภาญี่ปุ่นโหวต 15 ต.ค.นี้

รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า รัฐสภาญี่ปุ่นมีกำหนดโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ ซึ่งอาจสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่คาดว่านางซานาเอะ ทาคาอิจิ อดีตรัฐมนตรีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) คนใหม่ เมื่อวันที่ 4 ตุลาคมที่ผ่านมา จะสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศญี่ปุ่นหากผ่านการโหวตในสภา

ซานาเอะ ทาคาอิจิ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่เป็นสตรีคนแรกในประวัติศาสตร์ (Yuichi Yamazaki/Pool via REUTERS)

ผลการลงคะแนนเลือกหัวหน้าพรรครัฐบาลรอบแรกนั้น แคนดิเดตทั้ง 5 คนไม่มีใครได้รับเสียงชนะขาดลอย ทำให้ผู้สมัครที่ได้รับเสียงสนับสนุนมากที่สุด 2 อันดับแรกต้องลงชิงชัยในการลงคะแนนรอบที่สอง ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างนายชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกระทรวงเกษตร และนางซานาเอะ ทาคาอิจิ อดีตรัฐมนตรีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ ในการลงคะแนนรอบที่ 2 นางทาคาอิจิ ซึ่งประกาศในการลงชิงชัยว่า ‘ญี่ปุ่นกลับมาแล้ว’ หรือ ‘Japan is back’ ได้รับเสียงสนับสนุนทั้งสิ้น 185 เสียง มากกว่านายโคอิซูมิที่ได้ไป 156 เสียง ทำให้ทาคาอิจิได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่แทนนายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ

อย่างไรก็ตาม กลุ่มพรรครัฐบาลของ LDP ไม่ได้ครองเสียงข้างมากในทั้งสภาสูงและสภาล่าง แม้ว่าจะยังคงเป็นพรรคใหญ่ที่สุดในสภา ทำให้หัวหน้าพรรคคนใหม่จะต้องผ่านการโหวตในสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น ซึ่งจะมีการเลือกในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ ทำให้พรรคต้องหาพันธมิตร ซึ่งเป็นการจับมือกับพรรคฝ่ายค้านเพื่อให้ได้เสียงโหวตเพียงพอ

ญี่ปุ่นเผชิญเศษฐกิจและการเมืองที่ไม่มั่นคง ปัญหาที่รอนายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาแก้ไขเป็นลำดับแรก ๆ คือ ปัญหาค่าครองชีพที่พุ่งสูง การอพยพเข้าเมือง รวมถึงนักท่องเที่ยวล้นเกิน

ทาคาอิจิยังสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลังสงครามของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นฉบับที่เน้นสันติภาพ และเสนอในปีนี้ว่าญี่ปุ่นสามารถจัดตั้ง “พันธมิตรกึ่งความมั่นคง” กับไต้หวันได้ ซึ่ง ไล่ ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวันแสดงความยินดีกับทาคาอิจิ โดยกล่าวว่าเธอเป็นมิตรแท้ของไต้หวัน

หากได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี ทาคาอิจิกล่าวว่าเธอจะเดินทางไปต่างประเทศบ่อยกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีคนก่อน เพื่อประกาศให้ทุกคนรู้ว่า “ญี่ปุ่นกลับมาแล้ว !”

“ฉันได้ละทิ้งสมดุลชีวิตการทำงาน (Work-Life Balance) ของตัวเองไปแล้ว และฉันจะทำงาน ทำงาน ทำงาน” ทาคาอิจิกล่าวในสุนทรพจน์ฉลองชัยชนะ

ทาคาอิจิกล่าวว่า เธอวางแผนที่จะให้เกียรติข้อตกลงการลงทุนกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ซึ่งนายกรัฐมนตรีอิชิบะตกลงไว้กับสหรัฐแลกกับอัตราภาษีนำเข้าเหลือ 15% รวมถึงรถยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งเป็นเสาหลักด้านเศรษฐกิจของญี่ปุ่น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เคยกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการดำเนินการเรื่องข้อตกลงใหม่

คำเตือนสำหรับชาวต่างชาติ

ผู้สนับสนุนของเธอบางคนมองว่า การที่เธอได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองที่ผู้ชายเป็นใหญ่ ทาคาอิจิได้ให้คำมั่นสัญญาอย่างกล้าหาญที่จะเพิ่มจำนวนผู้หญิงในคณะรัฐมนตรีให้เทียบเท่ากับกลุ่มประเทศนอร์ดิก

“การที่ผู้หญิงได้รับเลือก ซึ่งอาจมองในแง่ดี ฉันคิดว่ามันแสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นกำลังเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง และสารนั้นกำลังถูกส่งไปถึง” มิซาโตะ คิคุจิ พนักงานบริษัทวัย 30 ปี กล่าวที่ด้านนอกสถานีรถไฟชิมบาชิ โตเกียว

อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจความคิดเห็น จุดยืนอื่น ๆ ของเธอที่เป็นอนุรักษนิยมทางสังคม เช่น การคัดค้านการเปลี่ยนแปลงที่อนุญาตให้คู่สมรสมีนามสกุลแยกกันได้ ทำให้เธอได้รับความนิยมในหมู่ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

แรงดึงดูดจากแนวคิดอนุรักษนิยมของเธออาจช่วยลดความนิยมของพรรคซันเซโตะ ซึ่งเป็นพรรคนอกสายตาที่สามารถเข้าสู่กระแสหลักทางการเมืองในการเลือกตั้งเดือนกรกฎาคม ด้วยการชูนโยบายในแนวทางควบคุมการเข้าเมือง และจึงทำให้สามารถดึงดูดผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ผิดหวังกับพรรค LDP ไปได้อย่างมีนัยยะสำคัญ

สะท้อนคำเตือนของซันเซโตะเกี่ยวกับชาวต่างชาติ ทำให้ทาคาอิจิเริ่มต้นการปราศรัยหาเสียงอย่างเป็นทางการครั้งแรก ด้วยการกล่าวถึงนักท่องเที่ยวที่เตะกวางศักดิ์สิทธิ์ในบ้านเกิดของเธอที่นารา

ทาคาอิจิ ซึ่งมีมารดาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สัญญาว่าจะปราบปรามนักท่องเที่ยวและผู้อพยพที่ฝ่าฝืนกฎ ซึ่งเดินทางมายังญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

“เราหวังว่าเธอจะ… ชี้นำการเมืองญี่ปุ่นไปในทิศทาง ‘ต่อต้านโลกาภิวัตน์’ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และช่วยให้ประชาชนฟื้นคืนความมั่งคั่งและความหวัง” ซันเซโตะกล่าวในแถลงการณ์