Skip to content

กต.สหรัฐ ยืนยันระงับวีซ่าย้ายถิ่นฐาน 75 ชาติรวมไทย ไม่กระทบวีซ่าท่องเที่ยว

15 ม.ค. 2569 | 06:51น.
กต.สหรัฐ ยืนยันระงับวีซ่าย้ายถิ่นฐาน 75 ชาติรวมไทย ไม่กระทบวีซ่าท่องเที่ยว

สหรัฐระงับการดำเนินการพิจารณาวีซ่าพำนักถาวร ครอบคลุม 75 ประเทศรวมไทย เป็นการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 21 มกราคม 2026  แต่ไม่รวมถึงวีซ่าเพื่อท่องเที่ยว เพื่อคัดกรองผู้อพยพที่มักเข้ามาเป็นภาระรัฐอย่างเข้มงวดขึ้น การระงับเป็นไปตามนโยบายอเมริกาต้องมาก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ 14 มกราคม 2026 ตามเวลาไทย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐยืนยันระงับกระบวนการขอวีซ่าประเภทพำนักถาวร (Immigration Visa : IV) หรือวีซ่าย้ายถิ่นฐาน จาก 75 ประเทศ ซึ่งเป็นวีซ่าที่ผู้อพยพจากประเทศเหล่านี้เข้ามาพึ่งพาสวัสดิการจากประชาชนชาวอเมริกา ในอัตราที่ไม่สามารถยอมรับได้

สหรัฐระบุว่า การระงับดังกล่าวจะยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปจนกว่าสหรัฐจะสามารถมั่นใจได้ว่า ผู้อพยพรายใหม่จะไม่ดึงเอาความมั่งคั่งไปจากชาวอเมริกัน

“การระงับดังกล่าวกระทบหลายประเทศรวมถึงโซมาเลีย เฮติ อิหร่าน และเอริเทรีย ซึ่งผู้อพยพจากประเทศเหล่านี้มักกลายเป็นภาระของรัฐทันทีที่เข้ามายังสหรัฐอเมริกา ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า กำลังทำงานเพื่อให้แน่ใจว่าความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของอเมริกันจะไม่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งยึดตามนโยบายอเมริกาต้องมาก่อน (America First)” กระทรวงต่างประเทศสหรัฐระบุ

ขณะนี้การระงับวีซ่าประเภทพำนักถาวรกระทบเฉพาะผู้ขอวีซ่าพำนักถาวร ไม่รวมถึงวีซ่าอยู่ชั่วคราว (Non Immigration visa:NIV) ซึ่งออกให้แก่บุคคลที่มีถิ่นพำนักอยู่นอกสหรัฐและเดินทางเข้าไปสหรัฐชั่วคราว เช่น การท่องเที่ยว การศึกษา การติดต่อธุรกิจ

ตามรายงานของรอยเตอร์ (Reuters) จะมีผลตั้งแต่ 21 มกราคม 2026 เป็นต้นไปจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

“กระทรวงการต่างประเทศจะใช้อำนาจที่มีมาอย่างยาวนานในการพิจารณาผู้อพยพที่มีความเป็นไปได้ที่จะกลายเป็นภาระของสังคมสหรัฐ และเอาเปรียบความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของชาวอเมริกัน” ทอมมี พิกอตต์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศกล่าว

การดำเนินการดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อวีซ่าท่องเที่ยวของสหรัฐ ซึ่งมีผู้คนสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากสหรัฐ เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2026 และโอลิมปิกปี 2028

ภาพแคปหน้าจอแสดงสถานทูตสหรัฐในกรุงเทพฯ แจ้งจะระงับวีซ่าย้ายถิ่นฐานอย่างไม่มีกำหนด

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม 2025 สหรัฐเพิกถอนวีซ่าไปแล้วกว่า 100,000 ฉบับ นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ใช้มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นในการอนุมัติวีซ่า โดยมีการตรวจสอบสื่อสังคมออนไลน์ที่เข้มงวดขึ้นและขยายการคัดกรองให้ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งทรัมป์ กล่าวว่าจำเป็นต้องมีท่าทีที่เข้มงวดมากขึ้นเกี่ยวกับการอพยพหลังจากหลายปีที่มีการอพยพผิดกฎหมายในระดับสูงสมัยโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต

รายชื่อประเทศทั้งหมด

ประเทศที่จะได้รับผลกระทบจากการระงับดังกล่าว ตามที่เจ้าหน้าที่สหรัฐ ระบุ ได้แก่: อัฟกานิสถาน, อัลบาเนีย, แอลจีเรีย, แอนติกาและบาร์บูดา, อาร์เมเนีย, อาเซอร์ไบจาน, บาฮามาส, บังกลาเทศ, บาร์เบโดส, เบลารุส, เบลีซ, ภูฏาน, บอสเนีย, บราซิล, พม่า, กัมพูชา, แคเมรูน, เคปเวอร์เด, โคลอมเบีย, คองโก, คิวบา, โดมินิกา, อียิปต์, เอริเทรีย, เอธิโอเปีย, ฟิจิ, แกมเบีย, จอร์เจีย, กานา, เกรนาดา, กัวเตมาลา, กินี, เฮติ, อิหร่าน, อิรัก, ไอวอรี่โคสต์, จาเมกา, จอร์แดน, คาซัคสถาน, โคโซโว, คูเวต, คีร์กีซสถาน, ลาว, เลบานอน, ไลบีเรีย, ลิเบีย, มาซิโดเนีย, มอลโดวา, มองโกเลีย, มอนเตเนโกร, โมร็อกโก, เนปาล, นิการากัว, ไนจีเรีย, ปากีสถาน, สาธารณรัฐคองโก, รัสเซีย, รวันดา, เซนต์คิตส์และเนวิส, เซนต์ลูเซีย, เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์,เซเนกัล, เซียร์ราลีโอเน, โซมาเลีย, ซูดานใต้, ซูดาน, ซีเรีย, แทนซาเนีย, ไทย, โตโก, ตูนิเซีย, ยูกันดา, อุรุกวัย, อุซเบกิสถาน และเยเมน