เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
World เฟดคงดอกเบี้ย เควิน วอร์ชชี้ “เงินเฟ้อสูงเกินไป”
สภาผู้บริโภค จี้ ‘เอกนัฏ’ ฟัน ‘ค่าปรับปรุงเบนซิน’ 50 สต. รับ กบง. หั่นพรีเมียมทิพย์หมื่นล้าน
Economic สภาผู้บริโภค จี้ ‘เอกนัฏ’ ฟัน ‘ค่าปรับปรุงเบนซิน’ 50 สต. รับ กบง. หั่นพรีเมียมทิพย์หมื่นล้าน
เช็กรายชื่อเอกชนรับเหมา ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ กฟน.-กฟภ. พร้อมกางเงื่อนไขกู้หนุน 5 หมื่น
Economic เช็กรายชื่อเอกชนรับเหมา ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ กฟน.-กฟภ. พร้อมกางเงื่อนไขกู้หนุน 5 หมื่น
VGI แจงยิบ ก.ล.ต. ฟ้อง 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ คดีส่วนบุคคล ยันไม่กระทบธุรกิจ-หุ้นเทรดปกติ
Finance VGI แจงยิบ ก.ล.ต. ฟ้อง 3 ผู้ถือหุ้นใหญ่ คดีส่วนบุคคล ยันไม่กระทบธุรกิจ-หุ้นเทรดปกติ
กลุ่ม ปตท. ขยับเก้าอี้บริหาร! เปลี่ยนแม่ทัพการเงิน-CEO ด้าน OR รอคลังไฟเขียวซีอีโอใหม่
Finance กลุ่ม ปตท. ขยับเก้าอี้บริหาร! เปลี่ยนแม่ทัพการเงิน-CEO ด้าน OR รอคลังไฟเขียวซีอีโอใหม่
ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด “อาคารชลพิพัฒน์”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง-พระราชินี ทรงเปิด “อาคารชลพิพัฒน์”
กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
Finance กนง. ยอมรับดอกเบี้ยต่ำนานเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเกาะติดผลกระทบใกล้ชิด
คปภ. เร่งช่วยเหยื่อน้ำท่วมภูเก็ต ชี้ช่องรับเงินประกัน 1 หมื่นบาท ตามเงื่อนไข
Finance คปภ. เร่งช่วยเหยื่อน้ำท่วมภูเก็ต ชี้ช่องรับเงินประกัน 1 หมื่นบาท ตามเงื่อนไข
ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (28 ต.ค. 69) ปรับขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,600 บาท
เริ่มแล้วออกแบบ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’
Real Estate เริ่มแล้วออกแบบ 5 พื้นที่ประวัติศาสตร์สู่ ‘สวนสาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์’
ดูทั้งหมด

เบื้องหลัง ‘ติ๊กต๊อก ดีล’ ซับซ้อนกว่าที่คาดคิด

24 ก.ย. 2568 | 07:25น.
A woman walks past a logo of Tik Tok social network on Wangfujing street in Beijing
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ว่ากันว่า ในบรรดาหัวข้อต่าง ๆ ที่คณะทำงานของสหรัฐอเมริกาและจีน หยิบยกขึ้นมาเจรจากันในการประชุมหารือร่วมกันที่ประเทศสเปนนั้น หัวข้อที่ขยับคืบหน้าไปมากที่สุด ก็คือ การทำความตกลงว่าด้วย แอปพลิเคชั่น โซเชียลมีเดีย ชื่อดังอย่าง “ติ๊กต๊อก”

มีรายงานข่าวออกมาว่า การหารือว่าด้วยความตกลงในเรื่องนี้คืบหน้าไปถึงขนาดมีการกำหนดกรอบความตกลงร่วมกันแล้วในช่วงที่ผ่านมา หลงเหลือแค่การกำหนดรายละเอียดผ่านการเจรจาโดยตรงระหว่าง “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กับ “สี จิ้นผิง” ผู้นำจีน เท่านั้นเอง โดยสุดท้ายแล้วเชื่อกันว่า ติ๊กต๊อก จะขายสิทธิในการดำเนินการในสหรัฐอเมริกาทั้งหมด ให้กับกลุ่มบริษัทอเมริกันที่จัดตั้งขึ้นเพื่อการนี้

สื่อของทางการจีนเรียกขานความตกลงในเรื่องนี้ว่าเป็นชัยชนะของทั้งสองประเทศ ในขณะที่ ทรัมป์ เองบอกว่า ทำเรื่องนี้ไปเพื่อผลประโยชน์ของ “เด็ก ๆ” ในสหรัฐอเมริกา นั่นแหละ แม้ว่าจนถึงขณะนี้ รายละเอียดของความตกลงยังไม่ปรากฏชัดเจนอยู่ก็ตามที

ถ้าว่ากันตามรายงานข่าวอย่างไม่เป็นทางการที่ปรากฏออกมา บรรดาผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่นนี้ในสหรัฐอเมริกา จะได้รับแอปพลิเคชั่น “เวอร์ชั่นใหม่” ที่นำเสนอโดยกลุ่มบริษัทที่รวมตัวกันขึ้นในรูปของคอนซอร์เตียม ประกอบด้วยยักษ์ใหญ่ในแวดวงเทคโนโลยีอย่าง ออราเคิล กับบริษัทเพื่อการลงทุนอย่าง แอนดรีสเซน โฮโรวิตซ์ และ ซิลเวอร์เลค แต่ว่ากันว่า ส่วนที่เป็นหัวใจสำคัญของแอปพลิชั่น ติ๊กต๊อกจริง ๆ อย่าง “ซอร์ซโค้ด” ในอัลกอริทึมของแอป จะไม่รวมอยู่กับสิทธิที่จะขายให้กับฝ่ายอเมริกันแต่อย่างใด

เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะซอร์ซโค้ดลับที่ว่านี้ ทำหน้าที่ในการนำเสนอเนื้อหาอื่น ๆ ให้กับผู้ใช้งาน โดยอยู่บนพื้นฐานความสนใจ ชื่นชอบ และพฤติกรรมของผู้ใช้งานเป็นสำคัญ นี่คือส่วนสำคัญของแอปพลิเคชั่นที่ก่อให้เกิดความเป็น “ไวรัล” และผลักดันให้วิดีโอสั้น ๆ บนติ๊กต๊อก ได้รับความนิยมชมชอบแพร่หลายออกไปในวงกว้าง ในอดีตที่ผ่านมา คู่แข่งอื่น ๆ พยายามสร้างอัลกอริทึมทำนองนี้ออกมาและไม่เคยประสบผลสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็น รีลส์ ของอินสตาแกรม หรือ ชอร์ท ของ ยูทูบ ก็ตามที

ในทรรศนะของผู้เชี่ยวชาญ บางบริษัทสามารถลอกเลียนเรื่องนี้ได้ แต่ได้ไม่ดีเท่ากับที่ ติ๊กต๊อก ทำได้ เรื่องของเรื่องจึงต้องยกให้ว่าเป็นความสามารถของผู้เป็นเจ้าของเทคโนโลยี ที่ต้องทำได้ดีกว่าโดยธรรมชาติ บริษัท ไบต์แดนซ์ เจ้าของติ๊กต๊อก สัญชาติจีนตระหนักในเรื่องนี้ดี และปฏิเสธที่จะเปิดเผยความลับทรงคุณค่านี้ตลอดมา โดยมีรัฐบาลจีนให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ไบต์แดนซ์ อนุญาตให้กลุ่มบริษัทอเมริกันที่เป็นผู้ซื้อสิทธิ ได้สิทธิในการนำเอาอัลกอริทึมนี้ไปใช้ แต่ไม่มีวันที่จะถ่ายโอนความลับนี้ให้เป็นอันขาด ดังนั้น โอกาสที่จะเป็นไปได้มากที่สุดหากเกิดความตกลงในกรณีนี้ขึ้นมา ก็คือ ติ๊กต๊อก ที่เป็นเวอร์ชั่นอเมริกัน ก็จะเป็นซอฟต์แวร์ เวอร์ชั่น ที่ถูก “ลดระดับ” ลงมาแล้วเท่านั้นเอง

โคกิล เจดกา ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ให้เหตุผลว่า เมื่อใดก็ตามที่ไบต์แดนซ์อนุญาตให้เข้าถึงความลับนี้ได้ แม้จะจำกัดแค่ไหนก็ตาม ใครต่อใครก็จะรู้ได้ทันทีว่า ติ๊กต๊อก ใช้วิธีไหนในการผลักดันให้เกิดเอ็นเกจเมนต์ขึ้น ทำอย่างไรถึงสามารถจัดระเบียบเนื้อหาและกำหนดเป้าหมายในการนำเสนอเนื้อหาอย่างไร ดังนั้นไม่มีเหตุผลใด ๆ ที่ ไบต์แดนซ์ จะยินยอมให้สิ่งที่สร้างกำไรมหาศาลให้บริษัท ตกอยู่ในมือของผู้อื่น

ที่สำคัญก็คือ อัลกอริทึมในส่วนที่อนุญาตให้ใช้ ก็ยังสามารถทำให้แอปพลิเคชั่นติ๊กต๊อก ทำงานได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยความลับใด ๆ ออกมามากกว่าส่วนที่จำเป็นแต่อย่างใด ความแตกต่างที่จะเกิดขึ้นก็คือ ผู้ใช้ในสหรัฐอเมริกาจะได้รับประสบการณ์การใช้งานที่แตกต่างออกไป โดยแอปอาจเสนอแนะเนื้อหาที่หลากหลายน้อยลงมากกว่าที่ผู้ใช้งานแอปพลิเคชั่นในประเทศอื่น ๆ ได้รับหรือได้เห็นกัน เนื้อหาที่เสนอแนะอาจน้อยกว่า ช้ากว่า และเป็นเนื้อหาในท้องถิ่นในสหรัฐอเมริกามากกว่า เท่านั้นเอง

เรื่องทั้งหมดเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในถ้อยแถลงที่ “สกอตต์ เบสเซนต์” รัฐมนตรีคลังสหรัฐอเมริกา ซึ่งทำหน้าที่หัวหน้าคณะเจรจาบอกกับผู้สื่อข่าวที่มีเพียงว่า ผู้ใช้งานจะยังได้รับประสบการณ์ในการใช้งานเหมือนเดิม โดยที่ยังคงมี “บุคลิกที่เป็นจีน” อยู่ต่อไป

เรื่องนี้อาจก่อให้เกิดปัญหาขึ้นได้เช่นกันในอนาคต เพราะมีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า คำว่า “บุคลิกที่เป็นจีน” ที่ว่านี้ เป็นวลีที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนนิยมใช้เพื่อหมายถึงการทำอะไร ๆ ในแบบฉบับของตนเอง สื่อเป็นนัยถึงความสามารถในการเข้าถึงเนื้อหาทั้งหลายของติ๊กต๊อก ซึ่งเคยเป็นประเด็นใหญ่โตในยุค ทรัมป์ 1.0 ว่าจะเป็นภัยคุกคามต่อสังคมอเมริกัน และทำให้ติ๊กต๊อก มีอิทธิพลเหนือผู้ใช้อเมริกัน อันเป็นที่มาที่ทำให้ โจ ไบเดน ออกกฎหมายบังคับให้ติ๊กต๊อกส่งมอบการควบคุมการดำเนินงานในสหรัฐอเมริกาให้ฝ่ายอเมริกัน ไม่เช่นนั้นจะห้ามการใช้งานโดยสิ้นเชิง

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ติ๊กต๊อกดีล ครั้งนี้อาจมีเบื้องหลังที่สลับซับซ้อนอยู่อีกมาก มีหลายประเด็นที่แม้แต่ผู้คนในแวดวงเองยังกังขา เช่น หากเป็นอย่างที่ว่านี้จริง ๆ แล้วติ๊กต๊อกในสหรัฐอเมริกา จะเชื่อมโยงและมีปฏิสัมพันธ์อย่างไรกับติ๊กต๊อกในที่อื่น ๆ ซึ่งยังคงเป็นของไบต์แดนซ์อยู่เหมือนเดิม

หรือในข้อที่ว่า ไบต์แดนซ์ เนื่องจากเป็นบริษัทเอกชน การขายสิทธิในครั้งนี้จึงจำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารของบริษัท ใช่หรือไม่ ซึ่งเท่ากับเป็นความซับซ้อนในอีกชั้นหนึ่ง แม้ว่าทางการจีนจะตกลงให้ขายได้แล้วก็ตามที

ติ๊กต๊อก เป็นที่ต้องการในสหรัฐอเมริกา ไม่เพียงเพราะว่าได้รับความนิยมเท่านั้น แต่ยังถือเป็น “มาร์เก็ตเพลซ” ขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมไปทั่วโลก สร้างรายได้มหาศาล ประเมินกันว่า ไบต์แดนซ์ มีรายได้ทั่วโลกในปี 2024 ถึง 39,000 ล้านดอลลาร์ โดยที่เป็นรายได้จากติ๊กต๊อกสูงถึง 30,000 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

ที่สำคัญก็คือ นี่คือ แอปพลิเคชั่น โซเชียลมีเดีย เพียงแอปเดียวที่ไม่ได้มีต้นกำเนิดจากสหรัฐอเมริกา

แต่หากทุกอย่างเป็นไปตามรายงานข่าวและข้อสังเกตของผู้เชี่ยวชาญ “ดีลติ๊กต๊อก” ในครั้งนี้ก็คงให้อะไรกับสหรัฐอเมริกาน้อยกว่าที่คิดกันไว้มากจริง ๆ