เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ซานาเอะ ทาคาอิจิ ว่าที่ นายกฯ หญิงคนแรก ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

08 ต.ค. 2568 | 07:28น.
ซานาเอะ ทาคาอิจิ

ซานาเอะ ทาคาอิจิ

การโหวตเลือก ซานาเอะ ทาคาอิจิ ขึ้นเป็นหัวหน้าของพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่ทำให้เธอมีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของญี่ปุ่น หากได้รับชัยชนะในการลงคะแนนเสียงของรัฐสภาในวันพุธหน้า (15 ต.ค.)

ทาคาอิจิ วัย 64 ปี ผู้มีแนวคิดอนุรักษนิยมสุดขั้ว นักชาตินิยม ขึ้นดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อจากชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีคนก่อนที่ประกาศลาออกจากตำแหน่ง หลังจากที่พรรค LDP พ่ายแพ้ยับเยินในการเลือกตั้งหลายครั้งจนสูญเสียเสียงข้างมากทั้งสภาบนและสภาล่าง แต่ที่ยังรักษาอำนาจอยู่ได้เพราะร่วมรัฐบาลกับพรรคโคเมโตะ และพรรค LDP ยังคงครองที่นั่งในสภามากที่สุด ทาคาอิจิจะต้องได้รับเสียงข้างมากธรรมดาในการประชุมสภาสมัยพิเศษเพื่อจะเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ

วิลเลียม เปเซก นักข่าวและคอลัมนิสต์มือรางวัลประจำกรุงโตเกียว ย้ำว่า แม้ทาคาอิจิจะเป็นนักการเมืองที่มีประสบการณ์ แต่ชื่อเสียงของเธอในฐานะ “คนเจ้าเล่ห์” อาจสร้างความท้าทายในการสร้างพันธมิตร ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ต้องแก้ไขสถานการณ์และชนะใจพรรคฝ่ายค้านที่ต้องการลดหย่อนภาษีเพื่อแลกกับเสียงสนับสนุน

ทาคาอิจิไม่ใช่ผู้นำหญิงประเภท “เพื่อนหญิงพลังหญิง” อิงตามการรายงานของบลูมเบิร์ก เธอสนับสนุนให้มีกฎหมายบังคับให้คู่สมรสใช้นามสกุลเดียวกัน บททดสอบว่าผู้สมัครเต็มใจที่จะสนับสนุนผู้หญิงและสิทธิสตรีแค่ไหน

ภารกิจเร่งด่วนของเธอคือ การฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ จัดการความสัมพันธ์ทางการทูต กับสหรัฐอเมริกาและจีน รวมถึงการรักษาเสถียรภาพของรัฐบาล

ปัจจุบันคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่จำนวนมากรู้สึกผิดหวังกับเศรษฐกิจที่ซบเซาและกังวลเกี่ยวกับอนาคตตัวเอง ทาคาอิจิ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของอดีตนายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ให้คำมั่นที่จะรื้อฟื้น “อาเบะโนมิกส์” ยุทธศาสตร์เศรษฐกิจที่ใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจญี่ปุ่น เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายเชิงรุกและนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย

“สิ่งที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นต้องการมากที่สุดคือการกระตุ้นอย่างหนักเพื่อกระตุ้นการเติบโต”

แม้ญี่ปุ่นจะมีหนี้สาธารณะจำนวนมาก แต่เธอก็จะดำเนินนโยบายการคลังแบบขยายตัว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหนี้สาธารณะกว่า 260% ของ GDP ถือเป็นอัตราส่วนที่สูงที่สุดในบรรดาประเทศเศรษฐกิจพัฒนาแล้ว

ทาคาจิ ไอดะ หนึ่งในที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจที่ถูกมองว่าใกล้ชิดที่สุดของว่าที่นายกฯกล่าวว่า ทาคาอิจิน่าจะยอมรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 25 จุดพื้นฐานภายในเดือนมกราคมปีหน้าหากเศรษฐกิจมีเสถียรภาพ แต่การดำเนินการดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) คงนโยบายการเงินที่ค่อนข้างผ่อนคลาย โดยไม่น่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกจนกว่าจะถึงปี 2570

ด้วยทัศนคติที่แข็งกร้าวต่อจีน จึงก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับการทูตในอนาคตของญี่ปุ่น ผู้สังเกตการณ์บางคนกล่าวว่า ในระยะสั้น เธอน่าจะระมัดระวัง

การเยือนศาลเจ้ายาสุกุนิในอดีตของทาคาอิจิ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้เสียชีวิตในสงครามโลกของญี่ปุ่น รวมถึงอาชญากรสงครามระดับเอลิตส์ เป็นประเด็นความขัดแย้งกับชาติเพื่อนบ้านมานาน จีนและเกาหลีใต้ไม่พอใจ เพราะมองว่าศาลเจ้าแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของการรุกราน เธอจึงถูกเพื่อนบ้านมองว่า ให้ท้ายผู้ก่อสงคราม

ทาคาอิจิกำลังเผชิญกับบททดสอบทางการทูตในระยะเริ่มแรก ความท้าทายเร่งด่วนคือ “ทรัมป์ ทรัมป์ ทรัมป์” ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ จะมาเยือนในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ ในห้วงเวลาเดียวกันกับการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำ APEC 2025 ที่เกาหลีใต้คำถามสำคัญคือ เธอจะใช้วิธีการที่แข็งกร้าวมากขึ้นโดยการเจรจาเงื่อนไขการค้ากับสหรัฐใหม่ รวมถึงภาษีนำเข้าสินค้าจากญี่ปุ่นไปยังสหรัฐร้อยละ 15 หรือจะเดินตามแนวทางที่นุ่มนวลกว่าอาเบะ

ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นแรงในวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา นักลงทุนแห่เข้าซื้อหุ้น ขานรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ดัชนีนิกเคอิ 225 พุ่งขึ้น 3.9% แตะระดับ 47,566.84 จุด ทำสถิตินิวไฮเป็นครั้งแรกในระหว่างวัน

รศ.ดร.นิภาพร รัชตพัฒนากุล อาจารย์สอนวิชาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่า ว่าที่นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก โดยภาพรวมแล้ว น่าจะยังคงนโยบายของพรรค LDP ไว้ ไม่น่าจะมีผลต่อนโยบายระดับประเทศนัก แต่อาจเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจในเชิงรุกมากขึ้น ทั้งน่าติดตามต่อไปคือ การรับมือกับความนิยมต่อพรรค LDP ที่ลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา