เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
Economic จับตา ‘ไต้ฝุ่นดอลฟิน’ แรงสุดระดับ 5 ถล่มญี่ปุ่น-จีน แต่ไม่กระทบไทย ฝนยังตกหนักถึง 1 ส.ค.
ดูทั้งหมด

Market-think: ยืดหยุ่น

10 ก.ย. 2565 | 08:06น.
น้ำท่วม
คอลัมน์ : Market-think
ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์

ช่วงนี้คนกรุงเริ่มใจตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ อีกครั้ง เมื่อฝนตกต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน

น้ำเริ่มท่วมขังตามถนนและซอยต่าง ๆ ยาวนานขึ้น

จากเดิมที่ท่วมแค่แป๊บเดียวก็ระบายหมด

ท่วมดึก ๆ เช้าแห้ง

แต่พอเจอฝนตกต่อเนื่องไม่หยุด น้ำในคลองเริ่มใกล้เต็มตลิ่ง

สถานการณ์น้ำท่วมใน กทม.จึงเริ่มหนักหนาสาหัสขึ้น

จนต้นสัปดาห์นี้เริ่มท่วมจริงจัง

ที่สำคัญฝนล็อตนี้โหดมาก เพราะเลือกตกช่วงเย็นตอนเลิกงานตลอด

การจราจรในบางจุดจึงแทบเป็นอัมพาต

กลายเป็น “นรก” ของ “คนกรุง” อย่างแท้จริง

แม้เรื่องน้ำท่วม-รถติด จะเป็นปัญหาประจำของคนกรุง

แต่เชื่อเถอะครับ ใครที่เจอหนัก ๆ แบบคนที่รถติดที่แจ้งวัฒนะ 3 ชั่วโมง

หรือต้องยืนรอคิวรถตู้ที่สวนจตุจักรยาวเหยียดล้นขึ้นไปบนบันไดบีทีเอส

หรือต้องเดินลุยน้ำในซอยเข้าบ้านเพราะไม่มีรถ

เจอช่วงเวลาวิกฤติแบบนี้สักครั้งเดียว

จะจดจำและหวาดกลัวไประยะหนึ่งเลย

แต่ชีวิตยังต้องดำเนินต่อไป

ยังต้องเดินทางไปทำงานตอนเช้า และกลับบ้านตอนเย็นเหมือนเดิม

เพียงแต่เวลาที่ใช้ในการเดินทางเพิ่มขึ้น

บางคนต้องใช้เวลาไป-กลับเพิ่มขึ้นเท่าตัว เป็นเกือบ 4 ชั่วโมงบนท้องถนน

ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน เจ้าของบริษัทหรือผู้บริหารก็คงจะได้แต่แสดงความเห็นใจและให้กำลังใจ

เพราะไม่รู้จะช่วยอย่างไร

แต่วันนี้หลังจากผ่าน “โควิด” มา 2 ปี

แทบทุกบริษัทเคยผ่านการ work from home มาแล้ว

แม้จะต้องทำเพราะถูกสถานการณ์บีบบังคับให้ต้องทำ

ตอนนั้นเครื่องมือก็ไม่พร้อม

พนักงานก็ไม่คุ้นเคยกับการประชุมออนไลน์

แต่สุดท้ายก็ทำกันได้

ประสิทธิผลของการทำงานแบบ WFH มีบางบริษัทบอกว่า ดีมาก แต่บางแห่งก็บอกว่า ทำงานแบบเดิมดีกว่า

นั่นคือ เหตุผลที่แต่ละบริษัทเริ่มเรียกคนกลับเข้ามาทำงานเหมือนเดิม

แต่ยังมีหลายบริษัทเปิดช่องเรื่อง WFH ไว้ด้วย

วิกฤติน้ำท่วมครั้งนี้น่าจะเป็นการทดลองเรื่อง “ความยืดหยุ่น” ขององค์กรที่ดีมาก

เมื่อรู้ว่าพนักงานต้องเผชิญกับนรกบนถนนยาวนานในแต่ละวัน

ทำไมบริษัทไม่ปรับให้พนักงานบางส่วน WFH บ้าง

ให้ WFH แค่ 1-2 วัน ช่วงน้ำท่วม รับรองว่าพนักงานจะมีความสุขมาก

เอาไปคุยข่มเพื่อน ๆ ในบริษัทอื่นได้เลยว่า บริษัทนี้ใจดี เข้าใจพนักงาน

ถามว่า ทำแบบนี้จะมีความเสี่ยงเรื่องตัวงานไหม

คำตอบ คือ “ไม่”

เพราะทุกบริษัทได้ทดลองทำจริง ๆ มาแล้ว 2 ปี

ทำตอนนี้ในวันที่มีความพร้อมมากกว่าตอนโควิด

ยังไง งานก็เดินไปได้ ไม่เลวร้ายแน่นอน

แต่ผลลัพธ์ทางใจที่จะได้ รับรองว่าคุ้มมาก

ลองนึกถึงพนักงานที่ตื่นเช้ามา ต้องภาวนาว่า น้ำอย่าท่วม รถอย่าติด เพราะถ้าน้ำท่วมอาจต้องใช้เวลา 2 ชั่วโมงในการเดินทาง

ตอนกลับบ้านก็แบบเดียวกัน

แต่บริษัทใจดี ประกาศให้ทำงานที่บ้านได้ ไม่ต้องเผชิญกับนรกบนถนน 2 ชั่วโมง

คุณคิดว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร

ตอนเงินเฟ้อสูง ค่าครองชีพเพิ่มขึ้น มีบางบริษัทประกาศให้เงินค่าครองชีพพิเศษแก่พนักงาน

กลายเป็นเรื่องที่พนักงานบริษัทอื่น ๆ อิจฉา

ให้เงินพนักงาน บริษัทต้องควักกระเป๋าจ่าย

แต่ WFH คือ การให้ “เวลา” แก่พนักงาน

บริษัทไม่ต้องควักกระเป๋าสักบาทเดียว

แค่เปลี่ยนเวลาของพนักงานจากที่อยู่บนท้องถนนซึ่งเปรียบเหมือนอยู่ใน “นรก”

มาเป็น “สวรรค์” เพราะทำงานที่บ้าน ไม่ต้องเดินทางฝ่าน้ำท่วม

“เวลา” เป็นของมีค่าไม่แตกต่างจาก “เงิน”

แต่การเลือกให้ “เวลา” ในจังหวะที่เหมาะสม

มีคุณค่าทางใจมากกว่าการให้เงินเสียอีก

ไม่เชื่อ ลองทำดูได้ครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Work from Home คอลัมน์ Market-think น้ำท่วม