เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

ถอดรหัส ESG เฟรเซอร์ส ส่งเสริมสังคมแห่งความเท่าเทียม

25 ธ.ค. 2565 | 10:42น.
เฟรเซอร์ส

ธุรกิจทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน จากสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ทั้งความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาเงินเฟ้อ การขึ้นดอกเบี้ย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงความท้าทายภายในองค์กรอันเกี่ยวข้องกับการปรับตัวรับสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งการถูกเทคโนโลยีดิจิทัลดิสรัปต์ การบริหารจัดการคน แรงงาน และอื่น ๆ อีกมาก ดังนั้น ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance : ESG) จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญในการดำเนินธุรกิจในยุคนี้

“ธนพล ศิริธนชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (Country CEO) บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน กล่าวว่า การดำเนินเรื่อง ESG เกิดจากแรงผลักดันภายนอก ทั้งคู่ค้า ลูกค้า รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ บริษัทจะนำแนวปฏิบัติมาทำ หรือไม่ทำก็ได้ ไม่มีใครมาบังคับ เพียงแต่ว่าใครไม่ทำ อาจตกขบวน แข่งขันกับคนอื่นไม่ได้

เฟรเซอร์ส

“ดังนั้น ทุกบริษัทต้องหันมาคิดทบทวนเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง เพราะผมคิดว่าทุกธุรกิจต่างมีส่วนสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือการทำลายต้นไม้ อย่างภาคอสังหาริมทรัพย์ก็มีส่วนในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 40%

ต่อไปนี้คู่ค้า ลูกค้าจะเริ่มตั้งคำถามมากขึ้นว่าเราได้รับผิดชอบ หรือเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างกับธุรกิจเรา ไม่เช่นนั้นลูกค้าก็จะไม่ซื้อสินค้าและบริการของเรา อีกทั้งยังพบว่าหลายประเทศเริ่มตั้งกำแพงด้านภาษีหลาย ๆ ด้าน ผมจึงมองว่าเรื่องนี้เป็นแรงผลักดันมากกว่าเป็นเทรนด์หรือข้อบังคับ”

พัฒนาความยั่งยืน 3 ธุรกิจ

“ธนพล” กล่าวต่อว่า ธุรกิจที่ยั่งยืนคือธุรกิจที่ทำกำไร แน่นอนว่าทุกแห่งเขาต้องนึกถึงกำไรก่อน เมื่อสามารถทำกำไรได้แล้ว ก็จะเป็นโอกาสในการกลับมาช่วยเหลือคนอื่น ๆ ต่อไป แต่สำหรับเฟรเซอร์ส เรามีเป้าหมายขององค์กรว่า “Inspiring experiences, creating places for good” หรือ “สร้างประสบการณ์ เสริมแรงบันดาลใจ พัฒนาให้อยู่ คู่กับคุณ”

ด้วยการสร้างแรงบันดาลใจ และประสบการณ์ที่ดีให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย พร้อมทั้งพัฒนาสินค้า และโครงการในพื้นที่ต่าง ๆ ให้มีความยั่งยืน ใน 3 กลุ่มธุรกิจ ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย, อสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม และอสังหาริมทรัพย์เพื่อพาณิชยกรรม

สำหรับกรอบการดำเนินงานด้าน ESG ในส่วนของ E (environment) จะเน้นในเรื่องของการจัดการของเสีย, สนับสนุนให้เกิดการใช้ green energy (EV charging station, automation), อาคารที่ได้รับการรับรองมาตรฐานอาคารเขียว หรือ LEED, เป็นบริษัทที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (carbon neutral) ภายในปี 2030 (พ.ศ. 2573) และเป็นบริษัทลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี 2050 (พ.ศ. 2593)

ส่วนตัว S (social) เช่น การจัดกิจกรรมเพื่อสังคม, การจัดอบรมด้านต่าง ๆ ให้กับพนักงาน, ส่งเสริมความหลากหลายและการอยู่ร่วมกัน (diversity, equity and inclusion : DEI) และ G (governance) ให้ความสำคัญกับมาตรฐานการประกอบธุรกิจ จริยธรรม และระบบตรวจสอบ เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ที่ทำให้เกิดความเสี่ยง และข้อกำกับจากตลาดหลักทรัพย์ฯ

“ในเรื่องของ E และ G เป็นเหมือน agenda ระดับโลกที่ทุกบริษัทต้องดำเนินการอยู่แล้ว แต่สำหรับประเทศไทย ผมคิดว่าเราต้องให้ความสำคัญกับด้านสังคมมากขึ้น เพราะในบริบทของประเทศไทย ด้านสังคมเราอาจจะยังไม่แข็งแรงเท่าประเทศอื่น”

ต่อยอดโครงการเพื่อสังคม

หากโฟกัสไปที่ด้านสังคม “ธนพล” เล่าให้ฟังว่า เฟรเซอร์สดูแลสังคมทั้งภายใน และภายนอกองค์กร ที่ผ่านมาเราจัดทำโครงการ “Classroom Makeover” ที่โรงเรียนสอนคนตาบอด พระมหาไถ่พัทยาฯ ด้วยการสร้างหลักสูตรการเรียนรู้ และร่วมกับ Creative Crews บริษัทอินทีเรียร์ช่วยออกแบบห้องเรียนสำหรับเด็กผู้พิการทางสายตาตามหลักสูตร Prebraille

ซึ่งได้ออกแบบห้องเรียนให้เป็นพื้นที่ที่นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ทุกส่วนของห้อง ทั้งพื้น ผนัง และแสงไฟ เป็นองค์ประกอบสำหรับนักเรียนในการใช้เรียนรู้เกี่ยวกับ 4 วิชาพื้นฐานในการดำเนินชีวิต ได้แก่ วิชาสัมผัส, วิชาเสียง, วิชาลมหายใจ และวิชาลำแสง

โครงการนี้กลายเป็นต้นแบบให้กับโรงเรียนเด็กพิเศษที่เมืองเสิ่นเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย ซึ่งถือว่าเป็นไปตามความตั้งใจของเราที่ต้องการสร้างโครงการให้เป็นตัวอย่างกับสังคม แล้วผู้ที่สนใจก็สามารถมาเอาแบบ หรือไกด์ไลน์ไปดำเนินการที่ไหนต่อก็ได้ เพื่อให้เกิดการขยายความช่วยเหลือ

“ไม่เพียงเท่านี้ บริษัทยังร่วมพัฒนาศักยภาพผู้พิการทางสายตาอย่างต่อเนื่อง โดยมอบเงินให้แก่มูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทยฯ จำนวน 9.5 ล้านบาท ในโครงการประมูลกล้องถ่ายภาพชุดพิเศษ Leica รุ่น M 10-P Limited Edition เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ. 2562 (เพื่อ 22 องค์กรการกุศล) เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิทั้งด้านการศึกษาและฝึกอาชีพ โดยเรามองว่ามูลนิธิสามารถนำเงินไปใช้ประโยชน์ในการดูแลคนตาบอดในพื้นที่อื่น ๆ ได้ต่อไป”

นอกจากนี้ ยังทำสามย่านโค-ออป ที่สามย่านมิตรทาวน์ เป็นสถานที่เรียนรู้ให้บริการฟรี โดยหลังจากเปิดมาแล้วเกือบ 4 ปี ตอนนี้มีสมาชิกกว่า 1 แสนคน ทั้งนักเรียน นิสิต นักศึกษา คนวัยทำงาน และเรายังชวนกลุ่มต่าง ๆ หรือผู้ที่ต้องการทำกิจกรรมเพื่อการศึกษาโดยไม่หวังผลกำไรสามารถเข้ามาใช้พื้นที่ได้ฟรีอีกด้วย

“ทั้งนี้ การลงทุนสร้างสามย่านโค-ออป เพื่อให้คนเข้ามาใช้บริการฟรี ถามว่าเราได้อะไร ผมมองว่าทุกอย่างได้รับผลตอบแทนกลับมาหมด อีกทั้งบริษัทได้ประเมินผลตอบแทนทางสังคม (SROI) พบว่าอยู่ที่ 3.5 เท่า หรือหมายความว่าทุก ๆ 1 บาทที่บริษัทลงทุนไปจากการสร้างพื้นที่ให้สามารถใช้งานได้ฟรีนั้น สามารถสร้างผลกระทบทางสังคมได้ 3.5 เท่า

ตั้งแต่การเดินทางบางคนใช้รถโดยสารสาธารณะ ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัว ทำให้เกิดการปล่อยคาร์บอนน้อย หรือแม้แต่การจับจ่ายใช้สอยภายในสามย่านมิตรทาวน์ ก็ทำให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการต่าง ๆ”

ร่วมใจให้โลหิต ฝ่าโควิดด้วยกัน

สำหรับโครงการร่วมใจให้โลหิต ฝ่าโควิดไปด้วยกัน “ธนพล” บอกว่า เกิดจากเป้าหมายที่ต้องการให้คนมาบริจาคโลหิตมากขึ้น และสามารถเดินทางไปบริจาคโลหิตอย่างสะดวก เราจึงจัดโครงการที่สามย่านมิตรทาวน์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สามารถเดินทางมาได้ง่าย โดยจัดขึ้นทุก ๆ 3 เดือน จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 10

“โดยล่าสุดจัดขึ้นเมื่อเดือน พ.ย. 2565 สามารถระดมโลหิตได้ถึง 996 ยูนิต คิดเป็นปริมาณโลหิต 448,220 ซีซี ซึ่งเป็นจำนวนสูงที่สุดนับตั้งแต่การจัดกิจกรรมบริจาคโลหิตที่สามย่านมิตรทาวน์จนถึงปัจจุบัน รวม 10 ครั้ง สามารถระดมโลหิตได้ประมาณ 3 ล้านซีซี อีกทั้งเราให้ความรู้ถึงการเตรียมตัวก่อนบริจาคโลหิตอีกด้วย โดยสามารถดึง 20% ของคนที่มาแล้วไม่ได้บริจาคเพราะไม่ได้เตรียมตัวมาให้สามารถกลับมาบริจาคโลหิตได้อีกครั้ง”

ดูแลพนักงานรอบด้าน

“ธนพล” กล่าวต่อว่า ในส่วนของการดูแลพนักงาน เราสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี รวมถึงใส่ใจเรื่องสุขภาพของพนักงาน โดยจัดกิจกรรม Run for Friends เป็นกิจกรรมวิ่งแบบเพื่อนช่วยเพื่อน คือทุก 1 กิโลเมตรที่พนักงานวิ่ง บริษัทบริจาคเงิน 10 บาท เข้ากองทุนช่วยเหลือพนักงาน เช่น ช่วยสนับสนุนการรักษาโรค เพราะเห็นว่าโรคบางอย่างไม่ได้รับการคุ้มครองจากประกัน หรือบางครั้งครอบครัวพนักงานป่วย เงินของกองทุนก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้

“นอกจากนั้น บริษัทยังมองถึงเรื่องสุขภาพใจ ส่งเสริมให้พนักงานไปปฏิบัติธรรม และการลาไปปฏิบัติจะไม่ถือว่าเป็นวันลา พร้อมทั้งการจัดเวิร์กช็อปการคิดแบบ positive และจัดกิจกรรมโยคะ ทั้งหมดนี้เพื่อให้พนักงานมีสมดุลในการใช้ชีวิต ทั้งยังมีการอบรมที่ช่วยพนักงานอัพเดตความรู้ใหม่ ๆ อย่างกฎหมาย PDPA, ความรู้ด้านการลงทุน และภาษี”

ส่งเสริมความเท่าเทียม

สุดท้ายคือเรื่องสำคัญ เพราะบริษัทปรับสวัสดิการใหม่ที่ทุกคนสามารถเลือกวันลาที่เหมาะสมกับตัวเองได้ ด้วยการปรับปรุงจากสวัสดิการเดิมที่พนักงานหลายคนอาจไม่มีโอกาสได้ใช้ เช่น คนที่ไม่ได้แต่งงานก็ไม่ได้ใช้สิทธิลาสมรส หรือผู้หญิงที่ไม่ได้ใช้สิทธิลาบวช

ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน จึงปรับรูปแบบวันลา เช่น ลาเพื่อวันสำคัญในชีวิต ลาเพื่อดูแลครอบครัว ลาทำหมัน และเพิ่มสิทธิลาเพื่อผ่าตัดแปลงเพศ พร้อมทั้งปรับรูปแบบการรักษาพยาบาลที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น

“ธนพล” กล่าวทิ้งท้ายว่า เราเป็นบริษัทใหญ่จึงต้องทำให้เป็นตัวอย่าง คือทำให้ดู และชวนคนอื่นทำ เพราะเรามีทรัพยากรที่สามารถไปช่วยคนอื่นได้ โดยเรามีการจัดตั้งฝ่ายธรรมาภิบาล และวางองค์กร, บริหารความเสี่ยงและความยั่งยืนขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตรงนี้แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับ ESG อย่างชัดเจน

สำหรับ 2-3 ปีข้างหน้า เราจะเน้นด้านสังคมให้ชัดขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้กำลังนำ SROI ไปใช้วัดผลกับโครงการอื่น ๆ พร้อมทั้งชวนทุกกลุ่มธุรกิจของเราดำเนินการเรื่อง ESG เพื่อก้าวไปข้างหน้า และสร้างความยั่งยืนไปด้วยกัน