เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
AWC เปิดตัว Moxy Pattaya เสริมศักยภาพโครงการแฟลกชิป “Aquatique” หนุนพัทยาสู่จุดหมายระดับโลก  
Business AWC เปิดตัว Moxy Pattaya เสริมศักยภาพโครงการแฟลกชิป “Aquatique” หนุนพัทยาสู่จุดหมายระดับโลก  
สมาพันธ์รถไฟ เรียกร้องรัฐเลิกสัญญา“ไฮสปีด 3 สนามบิน” ชี้ลงทุนสูง ไม่คุ้มค่า
Economic สมาพันธ์รถไฟ เรียกร้องรัฐเลิกสัญญา“ไฮสปีด 3 สนามบิน” ชี้ลงทุนสูง ไม่คุ้มค่า
LHFG โชว์ครึ่งแรกปี’69 กำไรสุทธิ 1,538.6 ล้าน โต 37.3% รายได้ “Trade Finance-FX” พุ่ง
Finance LHFG โชว์ครึ่งแรกปี’69 กำไรสุทธิ 1,538.6 ล้าน โต 37.3% รายได้ “Trade Finance-FX” พุ่ง
กทพ.จ่อผุดทางด่วน “เชื่อมเกาะสมุย” 7.4 หมื่นล้าน เคาะเก็บค่าผ่านทาง 1,000 บาท
Economic กทพ.จ่อผุดทางด่วน “เชื่อมเกาะสมุย” 7.4 หมื่นล้าน เคาะเก็บค่าผ่านทาง 1,000 บาท
กัลฟ์ เอดจ์ จับมือ ค็อกนิแซนท์ ประกาศร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน AI หนุนไทยผู้นำอาเซียน
Biz Movement กัลฟ์ เอดจ์ จับมือ ค็อกนิแซนท์ ประกาศร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้าน AI หนุนไทยผู้นำอาเซียน
SCGP รับดีมานด์บรรจุภัณฑ์ฟื้น เร่งขยายกำลังผลิตเวียดนาม-ดัน AI เพิ่มขีดแข่งขัน
Real Estate SCGP รับดีมานด์บรรจุภัณฑ์ฟื้น เร่งขยายกำลังผลิตเวียดนาม-ดัน AI เพิ่มขีดแข่งขัน
เอสซีจี ดัน “ปูนคาร์บอนต่ำ” ลุยต่างประเทศ จับมือ “จีน” รุกตลาดสุขภัณฑ์อัจฉริยะในไทย
Real Estate เอสซีจี ดัน “ปูนคาร์บอนต่ำ” ลุยต่างประเทศ จับมือ “จีน” รุกตลาดสุขภัณฑ์อัจฉริยะในไทย
เบนซ์ ปลื้ม CLA ดันยอด EV โต 130% ปรับกลยุทธ์เจาะคนรุ่นใหม่ผ่านเเคมเปญ​ ‘FLEX Mobility’
Automotive เบนซ์ ปลื้ม CLA ดันยอด EV โต 130% ปรับกลยุทธ์เจาะคนรุ่นใหม่ผ่านเเคมเปญ​ ‘FLEX Mobility’
บิทคับ แจงปม ก.ล.ต. ฟันบริษัทฯ – 2 อดีตกรรมการ ผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
Finance บิทคับ แจงปม ก.ล.ต. ฟันบริษัทฯ – 2 อดีตกรรมการ ผิด พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล
SCG โชว์กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 85% เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 3.50 บาทต่อหุ้น
Real Estate SCG โชว์กำไรไตรมาส 2 พุ่ง 85% เคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล 3.50 บาทต่อหุ้น
ดูทั้งหมด

ดีมานด์นักท่องเที่ยวจีนทะลัก ททท.ปรับโครงสร้างสู่กลุ่ม “คุณภาพ”

15 ม.ค. 2566 | 17:46น.

เป็นที่แน่นอนแล้วว่านักท่องเที่ยวจีนที่ต้องการเดินทางเข้าประเทศไทย จะได้รับการอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าประเทศเช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวชาติอื่น ๆ และไม่มีการแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด-19

มีเพียงแค่ต้องซื้อประกันสุขภาพ วงเงินคุ้มครองไม่ต่ำกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐเท่านั้น เนื่องจากรัฐบาลจีนกำหนดให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางออกนอกประเทศต้องตรวจ RT-PCR เป็นลบก่อนกลับเข้าประเทศ

ด้วยตลาดจีนที่มีขนาดใหญ่ มีประชากรรวมกว่า 1,400 ล้านคน มีจำนวนผู้เดินทางออกไปท่องเที่ยวทั่วโลกราว 140-150 ล้านคนต่อปี การขยับตัวเปิดประเทศของรัฐบาลจีนจึงมีนัยสำคัญต่อภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย

กระจายไฟลต์ลงสนามบินต่างจังหวัด

“ธเนศวร์ เพชรสุวรรณ” รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้กล่าวในวงเสวนา “อัพเดตสถานการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากประเทศจีน” ที่จัดโดยสมาคมโรงแรมไทย (THA) ว่า หลังจากจีนเปิดประเทศ ททท.ได้ปรับเป้าหมายตัวเลขนักท่องเที่ยวสำหรับปี 2566 จากเดิม 20 ล้านคน เป็น 25 ล้านคนไปเรียบร้อยแล้ว

โดยมีเป้าหมายสำหรับตลาดนักท่องเที่ยวจีนที่จำนวน 5 ล้านคน ซึ่งทำให้สัดส่วนตัวเลขนักท่องเที่ยวจากตลาดระยะสั้น หรือ short haul market ในเบื้องต้นคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 72% จากตลาดรวม หรือประมาณ 18 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม ยังมีตัวแปรสำคัญคือ จำนวนที่นั่งและจำนวนเที่ยวบินที่ยังกลับมาได้ไม่มากนัก ทั้งนี้ จากการประเมินจำนวนที่นั่งสายการบินที่มีอยู่ในขณะนี้ คาดว่าในช่วงไตรมาส 1/2566 ประเทศไทยน่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวจีนอยู่ที่ราว 300,000 คน

ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ระบุว่า ขณะนี้สายการบินต่าง ๆ แจ้งความประสงค์ที่จะกลับมาทำการบินเพิ่มขึ้น โดย กทพ.ได้พยายามที่จะกระจายเที่ยวบินเชื่อมระหว่างจีน-ไทยออกไปยังสนามบินอินเตอร์ในส่วนภูมิภาคให้มากขึ้นด้วย เพื่อกระจายนักท่องเที่ยวจีนออกไปในพื้นที่ต่างจังหวัด รวมทั้งแก้ปัญหาความหนาแน่นและความจุในการรองรับของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ปรับโครงสร้างสู่ New Chapter

“ธเนศวร์” บอกด้วยว่า ททท.มีแผนกลยุทธ์ที่จะทำให้การกลับมาของนักท่องเที่ยวจีนครั้งนี้เป็นตลาด “คุณภาพ” และเป็น new chapter จริง ๆ เน้นเพิ่มการใช้จ่ายต่อคนต่อทริป โดยให้สำนักงาน ททท.ทั้ง 5 แห่งในจีนสื่อสารและให้ข้อมูลกับนักท่องเที่ยวจีน ว่าการกลับมาคราวนี้ประเทศมีอะไรใหม่ ๆ บ้าง เพื่อให้นักท่องเที่ยวเกิดการใช้จ่ายที่มากขี้น

นอกจากนี้ ททท.ยังมีแผนนำผู้ประกอบการของไทยไปโรดโชว์ใน 3 เมืองใหญ่ของจีน ได้แก่ เซี่ยงไฮ้ เฉิงตู และกว่างโจว ในระหว่างวันที่ 20, 22 และ 24 กุมภาพันธ์ 2566 ตามลำดับ

“เราวาง strategy หรือแผนกลยุทธ์สำหรับตลาดระยะใกล้ไว้ถึง 5 แนวทาง โดยแคมเปญ China is Back หรือจีนกลับมาแล้ว ถือเป็น 1 ในแผนกลยุทธ์ที่เราจะไปเปิดตลาดในช่วงที่ไปโรดโชว์จีน และยังมีแผนเร่งทำตลาดในจีนอย่างหนักต่อเนื่องทั้งปีด้วย”

ยันจีนพร้อมจ่ายมากขึ้น

“ภัคนันท์ วินิจชัย” ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานปักกิ่งระบุว่า สำนักงานปักกิ่งดูแลตลาดทางตอนเหนือของจีน 9 มณฑล อาทิ ปักกิ่ง, เทียนจิน, เหอเป่ย์, เหอหนาน, ซานซี, เหลียวหนิง ฯลฯ รวมถึงมองโกเลีย มีประชากรรวมประมาณ 370 ล้านคน ในปี 2562 มีนักท่องเที่ยวจากโซนนี้เข้าไทยประมาณ 3 ล้านคน จากจำนวนทั้งหมดประมาณ 11 ล้านคน

โดยปัจจุบันพบว่านักท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวนี้ยินดีที่จะใช้จ่ายมากขึ้น นิยมเดินทางแบบเทเลอร์เมด และมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวมีอัตราการขยายตัวสูง และกว่า 90% บอกว่ามีแผนพาลูก ๆ ไปท่องเที่ยวหาประสบการณ์นอกห้องเรียน นอกจากนี้ ยังเป็นกลุ่มที่ยอมรับระบบการจองล่วงหน้าด้วย

สำหรับสถานการณ์ในขณะนี้นั้น ราคาขายยังค่อนข้างสูง เนื่องจากยังมีข้อจำกัดเรื่องเที่ยวบิน โดยปัจจุบันมีสายการบินให้บริการอยู่จำนวน 3 สายการบิน คือ เซี่ยเหมิน แอร์ไลน์, เหอหนาน แอร์ไลน์ และนกแอร์ และคาดว่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีกในช่วงตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไป

นักท่องเที่ยวจีนทะลัก

สอดรับกับ “บุญระพี ดำรงรัตน์” ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานกว่างโจว ดูแลพื้นที่ใน 5 มณฑลใหญ่ คือ กวางตุ้ง, ฝูเจี้ยน, เจียงซี, หูหนาน และไห่หนาน บอกว่า ในภูมิภาคนี้โครงสร้างทางเศรษฐกิจมีความมั่งคั่งสูง ประชากรกลุ่มคนชั้นกลางมีรายได้สูง และมีอัตราการเติบโตที่สูงมาก

มีโครงสร้างนักท่องเที่ยวประมาณ 62% เป็นนักท่องเที่ยวแบบเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) ขณะที่กลุ่มที่เป็นกรุ๊ปทัวร์นั้น ส่วนใหญ่ปรับตัวเดินทางเป็นกลุ่มที่มีขนาดเล็กลง นิยมเดินทางกับเพื่อนและครอบครัว

โดยนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่มีพฤติกรรมพร้อมจ่าย เพื่อสนองความต้องการของตัวเองมากขึ้น เป็นกลุ่มที่แสวงหาความสะดวกสบาย ใช้เทคโนโลยีในทุกกระบวนการท่องเที่ยว

“เซี่ยงไฮ้-เฉิงตู” ไฟลต์บินโตพุ่ง

“นงลักษณ์ อยู่เย็นดี” ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเซี่ยงไฮ้ ดูแลเซี่ยงไฮ้และอีก 5 มณฑล คือ เจ้อเจียง, เจียงซู, หูเป่ย์, ชานตง และอานฮุย บอกว่า ในปี 2562 นักท่องเที่ยวในภูมิภาคเดินทางเข้าไปประมาณ 4 ล้านคน หรือประมาณ 30% เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีรายได้สูง

โดยปัจจุบันจำนวนที่นั่งและเที่ยวบินกลับมาทำการบินเร็วมาก ก่อนวันที่ 18 มกราคม 2565 มีเที่ยวบินเข้าไทยจำนวน 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ มีจำนวนที่นั่งประมาณ 1,148 ที่นั่งต่อสัปดาห์ แต่หลังวันที่ 18 มกราคมเป็นต้นไป เพิ่มเป็น 42 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ มีจำนวนที่นั่งรวมประมาณ 7,282 ที่นั่งต่อสัปดาห์ หรือเพิ่มขึ้นถึง 500%

ทั้งนี้ จุดหมายปลายทางหลัก (40%) คือ กรุงเทพฯ รองลงมาคือ ภูเก็ต และเชียงใหม่ มีแผนพำนักนาน 1-2 สัปดาห์ (กลุ่มนักธุรกิจ) กลุ่มขนาดเล็กไม่เกิน 15 คน รวมกลุ่มออกแบบการเดินทางเอง นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ให้ความสนใจเรื่องอีโคทัวริซึ่ม ท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ และเปลี่ยนเดสติเนชั่นจากเที่ยวในเมืองเป็นธรรมชาติมากขึ้น

เช่นเดียวกับ “กนกกิตติกา กฤตย์วุฒิกร” ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเฉิงตู ดูแลพื้นที่ 8 มณฑล เช่น เฉิงตู ฉงชิ่ง ซินเจียง กานซู เสฉวน ฯลฯ ที่บอกว่า ในพื้นที่นี้มีสนามบินนานาชาติถึง 2 แห่ง โดยผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักธุรกิจ นักเรียน ที่ชื่นชอบการเที่ยวทะเล

ช่วงก่อนวิกฤตโควิดมีสายการบินเปิดเส้นทางเข้าไทย 18 สายการบิน ใน 8 จุดหมายปลายทางของไทยมีจำนวนที่นั่งรวมกว่า 80,000 ที่นั่งต่อสัปดาห์ ปัจจุบันทุกสายการบินและทุกเส้นทางบินแจ้งขอกลับมาบินแล้ว ทั้งเส้นทางสู่กรุงเทพฯ, ภูเก็ต และเชียงใหม่ และยังมีแผนบินสู่สมุย, กระบี่ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงเที่ยวบินชาร์เตอร์ไฟลต์

ยันจีนยังชื่นชอบทะเล-ช็อปปิ้ง

ขณะที่ “รุ่งทิพย์ บุกขุนทด” ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานคุณหมิง ดูแลพื้นที่ 3 มณฑลคือ ยูนนาน กว่างซี กุ้ยโจว ให้ข้อมูลว่า นักท่องเที่ยวในโซนนี้ชื่นชอบทะเล อาหาร ศิลปวัฒนธรรม และช็อปปิ้ง ให้ความสำคัญความคุ้มค่าและความปลอดภัย โดยงานวิจัยของการท่องเที่ยวจีน (China Tourism) ระบุชัดเจนว่า ช็อปปิ้งยังเป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวในพื้นที่นี้นิยม

ที่สำคัญนักท่องเที่ยวในพื้นที่นี้ยังสามารถเดินทางเข้าไทยได้ทั้งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ โดยทางอากาศนั้นปัจจุบันมีเที่ยวบินเข้าไทยจำนวน 6 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ รวม 1,470 ที่นั่ง และจะทยอยกลับมามากขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2566

ขณะที่ทางบกจะมีทั้งเส้นทางรถไฟจีน-ลาว, คาราวานรถยนต์, คาราวานบิ๊กไบก์ ฯลฯ ส่วนทางน้ำ (ทางเรือ) นั้นคาดว่าจะเริ่มกลับมาในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน เป็นต้นไป

ก.พ.-มี.ค.จีนปลดล็อกกรุ๊ปทัวร์

“ชูวิทย์ ศิริเวชกุล” ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก ททท. ให้ข้อมูลว่า นักท่องเที่ยวเป็นตัวแปรสำคัญต่อการฟื้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวของไทย โดยปี 2562 จีนมีสัดส่วนนักท่องเที่ยวประมาณ 35% ดังนั้น เศรษฐกิจไทยจะฟื้นไม่ได้หากนักท่องเที่ยวจีนไม่กลับมา

อย่างไรก็ตาม ตัวแปรสำคัญต่อการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวจีนคือ จำนวนที่นั่งและเที่ยวบินที่จะกลับมา โดยปัจจุบัน (มกราคม 2566) มีจำนวนเที่ยวบินจากจีนเข้าไทยจำนวน 15 เที่ยวบินต่อวัน หรือรวมประมาณ 72,000 ที่นั่ง เดือนกุมภาพันธ์มีจำนวน 20 เที่ยวบินต่อวัน หรือรวมประมาณ 90,000 กว่าที่นั่ง

และคาดว่าจะปรับขึ้นเป็นจำนวนมากในเดือนมีนาคม เนื่องจากเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านตารางบิน จากตารางบินฤดูหนาวสู่ตารางบินฤดูร้อน

พร้อมทิ้งท้ายว่า สำหรับตลาดจีนนั้นดีมานด์มหาศาลรออยู่ ประเด็นสำคัญคือบริการภาคพื้น (สนามบิน) ในฝั่งไทยยังมีข้อจำกัดในการรองรับจำนวนเที่ยวบินที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

และหากรัฐบาลจีนอนุมัติให้บริษัททัวร์สามารถทำตลาดแบบกรุ๊ปทัวร์ออกเดินทางได้ ดีมานด์จะทะลักเข้ามามากขึ้นแน่นอน ซึ่งคาดว่าน่าจะประมาณปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือต้นเดือนมีนาคมนี้

ประเด็นนี้คือโจทย์ใหญ่ของฝั่งซัพพลายของไทย…

Trip.com ชี้ดีมานด์ นทท.จีนพุ่ง ไทยเบอร์ 1 ปลายทางในฝัน

หลังจากปิดประเทศมาเกือบ 3 ปีเต็ม ๆ ทำให้ชาวจีนเตรียมตัวเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศทันทีที่รัฐบาลจีนประกาศเปิดประเทศตั้งแต่ 8 มกราคม 2566 ที่ผ่านมา

“ซุน เทียนซู” รองประธานกรรมการทริปดอทคอมกรุ๊ป เผยว่า ภาคการท่องเที่ยวจีนมีความแข็งแกร่งอย่างมาก นักท่องเที่ยวชาวจีนสำรองห้องพัก เครื่องบิน บัตรเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก หลังทางการจีนผ่อนคลายมาตรการด้านสาธารณสุข ปัจจุบันคาดว่าปริมาณการท่องเที่ยวในประเทศของจีนอยู่ในระดับใกล้เคียงกับก่อนการระบาดโควิด-19 แล้ว

ส่วนความต้องการเดินทางไปต่างประเทศนั้น อยู่ที่ประมาณ 50% ของปี 2562 เนื่องจากสายการบินยังไม่กลับมาให้บริการอย่างเต็มที่

“ประมาณกลางปี 2566 ภาพรวมดีมานด์การท่องเที่ยวจีนจะกลับมาเทียบเท่า หรืออาจสูงกว่าปี 2562 ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับจำนวนเที่ยวบินว่ามีเพียงพอรองรับความต้องการดังกล่าวหรือไม่”

และจากการค้นหาข้อมูลบนแพลตฟอร์ม Trip.com Group พบว่านักท่องเที่ยวจีนต้องการเดินทางไปยังประเทศไทยสูงสุดเป็นอันดับ 1 ตามด้วยญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย โดยในระยะเวลา 11 วันหลังจากประกาศเปิดประเทศของจีน อัตราการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 176% ขณะที่การค้นหาข้อมูลประเทศสิงคโปร์เพิ่มขึ้น 96% เมื่อเทียบกับ 14 วันก่อนหน้าที่ทางการจีนประกาศเปิดประเทศ

โดยนักท่องเที่ยวชาวจีนประเภทเดินทางด้วยตนเอง (FIT) จะเริ่มเดินทางต่างประเทศมากขึ้นในช่วงวันหยุดยาว 1 พฤษภาคม (วันแรงงาน) และช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ขณะที่ช่วงตรุษจีนนี้ยังมีนักท่องเที่ยวจีนออกเดินทางไม่มาก

เนื่องจากปริมาณเที่ยวบินยังมีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับอดีต หลายเที่ยวบินต้องต่อเครื่องที่ท่าอากาศยานอื่น สายการบินฟูลเซอร์วิสยังไม่กลับมาให้บริการเต็มที่ อีกทั้งบัตรโดยสารยังมีราคาแพงมาก

ส่วนนักท่องเที่ยวประเภทกรุ๊ปทัวร์นั้นยังไม่ออกเดินทาง เนื่องจากรัฐบาลจีนยังไม่อนุญาต

“คาดว่าหากทางการจีนผ่อนคลายมาตรการกรุ๊ปทัวร์ในครึ่งปีหลัง นักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านกรุ๊ปทัวร์อาจกลับมาครองสัดส่วนราว 20% จากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศทั้งหมด”

พร้อมระบุว่า ก่อนการระบาดของโควิด-19 นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศมีสัดส่วนของนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ราว 60% ขณะที่กลุ่มเดินทางด้วยตนเองครองสัดส่วนราว 40% คาดว่าหลังการระบาดโควิด-19 สัดส่วนของนักท่องเที่ยวทั้ง 2 ประเภทจะมีสัดส่วน 50% : 50%

ผู้บริหารทริปดอทคอมกรุ๊ปยังบอกอีกว่า เมื่อจำแนกข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ พบว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวจีนแบบ FIT ที่เดินทางมายังประเทศไทย ส่วนใหญ่มีอายุ 30-40 ปี กลุ่มดังกล่าวมีศักยภาพในการใช้จ่าย ซึ่งกลุ่มดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจ เนื่องจากมีศักยภาพการใช้จ่าย

โดยเมืองที่มีนักท่องเที่ยวต้องการออกเดินทางสูง ได้แก่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว เสิ่นเจิ้น หางโจว หนานจิง เฉิงตู ฉงชิ่ง ส่วนใหญ่เน้นการเดินทางเพื่อพักผ่อน เดินทางกับครอบครัว เพื่อน ปลายทางที่ได้รับความนิยมคือ กรุงเทพฯและภูเก็ต รองลงมาคือ เชียงใหม่ เกาะสมุย และพัทยา

นักท่องเที่ยวจีนทะลัก

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวจีนยังมีความกังวลต่อการออกเดินทาง โดยเฉพาะนโยบายการเข้าออกพรมแดน เนื่องจากปัจจุบันแต่ละประเทศทั่วโลกมีนโยบายการเข้าออกพรมแดนแตกต่างกัน และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด

สำหรับประเทศไทย “ซุน” เสนอว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวอื่นนอกเหนือจากเมืองท่องเที่ยวหลัก เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต กรุงเทพฯ เพราะหากราคาการท่องเที่ยวในเมืองดังกล่าวสูงจนเกินไป นักท่องเที่ยวอาจยังไม่เดินทาง

และยังบอกด้วยว่า จากที่ ททท.ประเมินว่าในปี 2566 ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางเข้าประเทศไทยราว 5 ล้านคน ตนมองว่ามีความเป็นไปได้ เนื่องจากประเทศจีนมีประชากรมากกว่า 1,000 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม ต้องพิจารณานโยบายของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง และจับตาประเทศอื่น ๆ โดยรอบว่าจะมีนโยบายดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างไรด้วย

‘แอตต้า’ ลุ้นจีนปลดล็อก ‘กรุ๊ปทัวร์’ เดินทาง Q2

“ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร” นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) บอกว่า สลอตเที่ยวบินยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะถึงนี้อาจมีจำนวนไม่มากนัก เนื่องจากเที่ยวบินเชื่อมไทย-จีนยังมีจำนวนน้อย ขณะที่เดือนกุมภาพันธ์นี้สลอตการบินยังมีจำนวนน้อยอยู่เช่นกัน

ปัจจุบัน (12 ม.ค. 66) ทางการจีนยังไม่ประกาศอนุญาตให้บริษัททัวร์กลับมาให้บริการการท่องเที่ยวแบบกลุ่ม (group tour) ซึ่งคาดเดาได้ยากว่าจะมีการผ่อนคลายเมื่อใด แต่ในส่วนของบริษัทได้เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตนเอง (FIT) แต่ยังมีจำนวนน้อย

“บริษัททัวร์ยังรอทางการจีนประกาศอนุญาตให้บริษัททัวร์กลับมาทำทัวร์ได้ เร็วที่สุดอาจเป็นปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรืออาจเป็นเดือนเมษายน แต่ตอนนี้บริษัททัวร์ฝั่งจีนยังไม่มีความพร้อม ขาดคน และกำลังฟื้นฟูอยู่”

“ศิษฎิวัชร” บอกด้วยว่า หากทางการจีนประกาศผ่อนคลายให้จัดทำทัวร์ในเดือนเมษายน คาดว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางกับบริษัททัวร์จะเริ่มเดินทางเข้าประเทศไทยมากขึ้น ในช่วงปลายไตรมาส 2 และไตรมาส 3 จะเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นในปริมาณปกติ

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสายการบินว่าจะสามารถกลับมาให้บริการได้มากน้อยเพียงใดด้วย

อย่างไรก็ตาม ก่อนการระบาดของโควิด-19 ก็เริ่มเห็นแนวโน้มการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนเดินทางด้วยตนเองมากขึ้น และปัจจุบันนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้าไทยก็ล้วนเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตนเอง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอายุต่ำกว่า 40 ปี มีความสามารถใช้จ่ายสูง มักเลือกเข้าพักในโรงแรมขนาด 4 ดาวขึ้นไป

ส่วนสถานการณ์อุปทานด้านโรงแรมนั้น พบว่าโรงแรมที่รองรับนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นโรงแรมขนาด 3 ดาวนั้น บางแห่งยังไม่กลับมาเปิดกิจการเต็มที่ หลายแห่งยังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอยู่

ขณะที่ “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงวางเป้าหมายในปี 2570 หรือในอีก 5 ปี ประเทศไทยจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวน 80 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2562 ก่อนการระบาดของโควิด-19 สร้างรายได้จากการท่องเที่ยว 5 ล้านล้านบาท

ประเด็นนี้ “ศิษฎิวัชร” บอกว่า หากประเทศมีนักท่องเที่ยวถึง 80 ล้านคน เบื้องต้นประเมินว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนน่าจะอยู่ที่ประมาณ 15 ล้านคน