ผลกระทบ พ.ร.บ. EEC และนโยบายไทยนิยม
คอลัมน์ ดุลยธรรม
โดย ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต
พระราชบัญญัติเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ พ.ร.บ. EEC ที่ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้วนั้น จะส่งผลให้เกิดการกระตุ้นภาคการลงทุนของประเทศไทย โดยเฉพาะการลงทุนจากต่างชาติ และขับเคลื่อนการขยายตัวของเศรษฐกิจในภาคตะวันออกนั้น ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีผลในระยะนี้ หรืออาจมองได้ว่ายังส่งผลไม่มากนัก แต่จะมีผลทางบวกมากขึ้นหลังการเลือกตั้ง ซึ่งก่อนจะไปถึงสถานการณ์ช่วงนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องทำคือ การคิดอย่างรอบคอบรอบด้าน ซึ่งสิ่งที่จะเสนอต่อรัฐบาลคือ ขอให้ออกระเบียบและเงื่อนไขเพิ่มเติมในด้านสิ่งแวดล้อม การถ่ายโอนเทคโนโลยี สภาพการจ้างงาน และการดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ เพราะสิ่งเหล่านี้ยังไม่มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน
นอกจากนั้นแล้ว จะต้องมองรวมไปถึงการให้สัมปทานต่างชาติในโครงการขนาดใหญ่ รัฐต้องรอบคอบและโปร่งใส ประเทศไทยต้องมีมาตรการที่ชัดเจนในการเตรียมรับการถ่ายโอนเทคโนโลยีและกระบวนการฝึกอบรมทักษะแรงงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ในอนาคตสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงจะได้เป็นสินค้าไอทีที่ไทยผลิตเองได้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่สินค้าที่ผลิตในประเทศไทยเท่านั้น และต้องตระหนักด้วยว่าเราไม่ควรแลกการเติบโตทางเศรษฐกิจ อันเป็นผลจากการลงทุนของต่างชาติ กับความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเรา ตลอดจนคุณภาพชีวิตของผู้คน ที่สำคัญที่สุดอย่ายอมเป็น “อาณานิคมทางเศรษฐกิจ” ของทุนข้ามชาติ โดยที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์อะไร ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจไม่ได้กระจายไปยังประชาชนส่วนใหญ่ แต่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มทุนขนาดใหญ่ไม่กี่ตระกูล และกลุ่มคนกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น
การเปิดเสรีให้ทุนต่างชาติขนาดใหญ่เข้ามารับสัมปทาน หรือร่วมถือครองความเป็นเจ้าของ หรือถือหุ้นในโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นโครงการสนามบินอู่ตะเภา ท่าเรือแหลมฉบัง เส้นทางรถไฟและระบบรางในภาคตะวันออก การพัฒนาที่ดินของรัฐ โครงการบริหารจัดการน้ำ เป็นต้น โครงการต่าง ๆ เหล่านี้ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ รัดกุม และสร้างความสมดุลให้ดี ไม่ให้ “ไทย” ต้องตกเป็นเบี้ยล่าง และกลายเป็น “อาณานิคมทางเศรษฐกิจ” ของกลุ่มทุนขนาดใหญ่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
การเปิดเสรีการลงทุนของต่างชาติจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนส่วนใหญ่ ก็ต่อเมื่อระบบการบริหารประเทศ การให้สัมปทาน มีความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล มียุทธศาสตร์ที่ดี รักษาดุลอำนาจอย่างเหมาะสมในโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อให้ผลประโยชน์จากการลงทุนกระจายมายังคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่คนไทยกลุ่มเล็ก ๆ หรือทุนขนาดใหญ่ข้ามชาติเท่านั้น
โครงการลงทุนส่วนใหญ่ที่จ่อเข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจ EEC ขณะนี้ต่างก็จะยังรอดูความชัดเจนว่าประเทศไทยจะกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตยและมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ หากรัฐบาล คสช.ตัดสินใจประกาศวันเลือกตั้งให้ชัดเจน ก็จะเป็นผลดีต่อการลงทุนในภาพรวมของประเทศ และควรเปิดให้ประชาชนและพรรคการเมืองมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ตามปกติได้แล้ว เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศและเกิดการตรวจสอบถ่วงดุลในการบริหารประเทศและการกำหนดนโยบาย
สิ่งที่มอง คือการเปิดกว้างดังกล่าวยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดวิกฤตการณ์การเมืองรอบใหม่ได้อีกด้วย การที่รัฐบาล คสช.เลื่อนการเลือกตั้งออกไปเรื่อย ๆ ด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม ย่อมส่งผลกระทบต่อภาคการลงทุน เป็นการสร้างความไม่แน่นอนให้เกิดขึ้น และเพิ่มเติมความขัดแย้งทางการเมืองโดยไม่จำเป็น มิหนำซ้ำยังเป็นการบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน ความน่าเชื่อถือต่อรัฐบาลก็จะถดถอยลง
สำหรับ “นโยบายไทยนิยม” ควรเน้นไปที่การสร้างรายได้ การเข้าถึงปัจจัยการผลิตและการประกอบอาชีพของประชาชน เพิ่มผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขัน ความสามารถในการร่วมมือและบูรณาการกัน ผ่านระบบสหกรณ์และการรวมกลุ่มในชุมชน ไม่ควรเป็นการช่วยเหลือแบบสังคมสงเคราะห์ หรือเป็นครั้งคราว แต่ต้องสร้างระบบสวัสดิการสังคมที่เข้มแข็งยั่งยืน
ขอเสนอแนวคิด “ประชาธรรม” ในการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจ เพื่อเพิ่มอำนาจให้ประชาชนทางด้านเศรษฐกิจ ลดอำนาจผูกขาด เพิ่มการแข่งขัน ลดความเหลื่อมลํ้าและสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ การคืนอำนาจให้ประชาชนผ่านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง จะทำให้เกิดการกระจายอำนาจมากขึ้น การกระจายอำนาจจะเป็นปัจจัยจำเป็นต่อการลดปัญหาความเหลื่อมลํ้าทางเศรษฐกิจ การกระจายตัวของรายได้และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
ระบบการเมืองที่ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมและมีเสรีภาพ จะช่วยลดการผูกขาดในระบบเศรษฐกิจ และทำให้คนส่วนใหญ่มีส่วนในการกำหนดความเป็นไปของบ้านเมือง
ติดตามข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat
ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
