โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ มั่นใจสหรัฐจะไม่ผิดนัดชำระหนี้ คาดการเจรจาขยายเพดานหนี้สาธารณะกับฝ่ายค้านจะบรรลุข้อตกลงในเร็ว ๆ นี้ แต่ยังเสียงแข็ง ไม่ยอมรับเงื่อนไขที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน
วันที่ 17 พฤษภาคม 2566 ตามเวลาสหรัฐอเมริกา ซึ่งตรงกับวันที่ 18 พฤษภาคม 2566 ในประเทศไทย สำนักข่าว Reuters รายงานว่า โจ ไบเดน (Joe Biden) ประธานาธิบดีสหรัฐ และเควิน แม็กคาร์ธี (Kevin McCarthy) ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะบรรลุข้อตกลงขยายเพดานหนี้ของรัฐบาลกลาง ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 31.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม
การเจรจาเรื่องขยายเพดานหนี้ดำเนินมาหลายเดือนแต่ยังไม่ได้ข้อตกลง พรรครีพับลิกันซึ่งควบคุมสภาคองเกรส (รัฐสภา) ด้วยเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร 222 ต่อ 213 เสียงยื่นเงื่อนไขชัดเจนว่ารัฐบาลพรรคเดโมแครตต้องตกลงที่จะลดค่าใช้จ่าย เพื่อแลกกับข้อตกลงขยายเพดานหนี้ กฎของสภาสหรัฐกำหนดไว้ว่า ก่อนจะส่งเรื่องใด ๆ ไปยังวุฒิสภา (ซึ่งเดโมแครตครองเสียงข้างมาก 51 ต่อ 49) จะต้องผ่านมติของสภาผู้แทนราษฎร โดยมีผู้แทนจากพรรครีพับลิกันอย่างน้อย 9 คนลงมติสนับสนุน
ไบเดนและแม็กคาร์ธีเจรจากันครั้งล่าสุดในวันอังคารที่ 16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากไบเดนกับแม็กคาร์ธีแล้ว ก็มี กมลา แฮร์ริส (Kamala Harris) รองประธานาธิบดีสหรัฐ ชัก ชูเมอร์ (Chuck Schumer) ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา มิตช์ แม็กคอนเนลล์ (Mitch McConnell) ผู้นำพรรครีพับลิกันในวุฒิสภา และฮาคีม เจฟฟรีส์ (Hakeem Jeffries) ผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร ร่วมหารือ

การเจรจาระดับเจ้าหน้าที่ยังดำเนินต่อเนื่องจากวันอังคาร ขณะที่ไบเดนจะกลับเข้าร่วมการเจรจาอีกครั้งหลังเดินทางกลับจากการประชุมผู้นำ G7 ที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันที่ 19-21 พฤษภาคมนี้
“เราจะมาร่วมมือกัน เพราะไม่มีทางเลือกอื่น” ไบเดนกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาว และบอกว่าเขาจะตัดลดเวลาการเดินทางเยือนเอเชียให้สั้นลง และเดินทางกลับวอชิงตันในวันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคม
“เพื่อความชัดเจน การเจรจาครั้งนี้เกี่ยวกับโครงร่างของงบประมาณ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเราจะ (ชำระหนี้ของเรา) หรือไม่” ไบเดนกล่าว
“บรรดาผู้นำ (ของสภาคองเกรส) เห็นพ้องต้องกันว่าเราจะไม่ผิดนัดชำระหนี้ ผู้นำทุกคนพูดอย่างนั้น”
หนึ่งเงื่อนไขสำคัญที่อยู่ในการเจรจา คือ พรรครีพับลินกันยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาลเดโมแครตต้องเข้มงวดมากขึ้นในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการ SNAP หรือสแตมป์อาหาร และโปรแกรมความช่วยเหลือชั่วคราวสำหรับครอบครัวที่ขัดสน รวมไปถึงโครงการประกันสุขภาพ Medicaid สำหรับชาวอเมริกันที่มีรายได้น้อย
ไบเดนกล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันพุธที่ 17 พฤษภาคมว่า เขาจะไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดการทำงานใด ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อความจำเป็นด้านการดูแลสุขภาพของประชาชน

ด้านเควิน แม็กคาร์ธี ที่ถูกผู้สื่อข่าวถามที่หน้า The Capitol (อาคารรัฐสภาสหรัฐ) ว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะบรรลุข้อตกลงขยายเพดานหนี้ภายในเวลาที่ไบเดนเดินทางกลับจากเอเชียในวันอาทิตย์ แมกคาร์ธีตอบว่า “ทำได้” และบอกว่า การเจรจาเรื่องนี้อยู่ในไทม์ไลน์สั้น ๆ
นอกจากนั้น แมกคาร์ธีกล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC ว่า พรรครีพับลิกันของเขาจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้คนวัยกำลังแรงงานมีงานทำ และสาบานว่าจะไม่พูดคุยเรื่องภาษีใด ๆ
ทั้งนี้ การขึ้นภาษีคนร่ำรวยและภาคธุรกิจเพื่อนำรายได้ไปจ่ายค่าโปรแกรมช่วยเหลือชาวอเมริกันเป็นส่วนสำคัญของแผนงบประมาณปี 2024 ของไบเดน ซึ่งพรรครีพับลิกันยืนยันไม่พิจารณาอนุมัติ
ด้าน ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เขาหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงกันได้ แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ ในกรณีที่จำเป็นต้องข้ามขั้นตอนสามัญ สมาชิกสภาจากพรรคเดโมแครตจะใช้กระบวนการ “discharge petition” เพื่อดำเนินการขยายวงเงินหนี้ และหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้