เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
SD How To ใช้ ‘อารมณ์ขัน’ ในงานธุรกิจ ยิ้มได้ มัดใจคนฟัง ไม่เสีย ‘ความน่าเชื่อถือ’
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 1.98% อยู่ที่ 86,362 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 4-10 ตุลาคม 2569
สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
Biz Movement สำนักพิมพ์มติชน ชวนรำลึก 6 ตุลา ผ่าน 3 เวทีเสวนา
เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
Business เจาะลึกกลยุทธ์ ‘Limited Drop’ ทำไมยิ่งสินค้ามีน้อย คนยิ่งรีบซื้อจน Sold Out ?
ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
Real Estate ปิดดีลแล้ว ที่ดินสถานทูตเนเธอร์แลนด์ 20 ไร่กลางกรุง สะพัด “อสังหาตระกูลดัง” ทุ่มซื้อ
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ดูทั้งหมด

จับตาปม “เพดานหนี้” สหรัฐ เขย่าเศรษฐกิจทั่วโลก

10 พ.ค. 2566 | 13:21น.
สหรัฐ
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์


กฎหมายของสหรัฐอเมริกา กำหนดให้มี “เพดานหนี้” เอาไว้ นั่นคือขีดจำกัดตามกฎหมายที่บ่งชี้ว่า กระทรวงการคลัง ในนามของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา สามารถก่อหนี้ได้เต็มที่เป็นจำนวนเท่าใด

เมื่อใดที่ฝ่ายบริหารก่อหนี้จนเต็มเพดานที่กำหนดไว้ ก็ต้องหารือกับรัฐสภาเพื่อขยายเพดานหนี้ให้สูงขึ้นไปอีก เปิดช่องให้สามารถกู้เงินมารองรับ “ค่าใช้จ่าย” ของรัฐบาลได้เพิ่มเติม

รัฐสภาสหรัฐมีหน้าที่ให้ความเห็นชอบ แต่ในเวลาเดียวกันก็สามารถตั้งเงื่อนไขที่เชื่อว่าเป็นแนวทางที่ถูกต้องให้รัฐบาลนำไปปฏิบัติแลกกับการเพิ่มเพดานหนี้

นั่นคือที่มาของการเจรจาต่อรองระหว่างทำเนียบขาวที่เป็นฝ่ายบริหารกับรัฐสภา โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎร ที่พรรครีพับลิกัน ฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาลครองเสียงข้างมากอยู่ในเวลานี้

เรื่องของเพดานหนี้จึงเป็นประเด็นทางการเมืองมากพอ ๆ กับเป็นเรื่องเศรษฐกิจ-การเงิน

รัฐบาลอเมริกันชุดปัจจุบันภายใต้การนำของประธานาธิบดี “โจ ไบเดน” จากพรรคเดโมแครตก่อหนี้เต็มเพดานดังกล่าวไปตั้งแต่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังจากวันนั้นจนถึงตอนนี้ กระทรวงการคลังต้องใช้ “มาตรการพิเศษ” ดึงเงินจากที่โน่นที่นี่มาใช้เพื่อประคองสถานการณ์ ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการต่อไปได้

มาตรการพิเศษที่ว่านั้นจะสิ้นสุดลงในวันที่ 1 มิ.ย.ที่จะถึงนี้ หลังจากวันนั้น หากไม่มีความตกลงขยายเพดานหนี้ รัฐบาลอเมริกันก็อาจจำเป็นต้องปิดทำการหน่วยงาน “ที่จำเป็นน้อยที่สุด” ลง พร้อม ๆ กับอาจต้อง “ผิดนัดชำระหนี้”

“เจเน็ต เยลเลน” รัฐมนตรีคลังของไบเดน ระบุไว้ว่า หากไม่สามารถขยายเพดานหนี้ได้ ก็จะนำไปสู่ “หายนะทางเศรษฐกิจและการเงิน” ของสหรัฐอเมริกา ที่ตอนนี้อยู่ในสภาพอึมครึม ลูกผีลูกคน เพราะเงินเฟ้อสูง ดอกเบี้ยสูง และอุตสาหกรรมธนาคารโซซัดโซเซอยู่ก่อนแล้ว

เมื่อ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานเพื่อการจัดทำงบประมาณของรัฐสภา หน่วยงานอิสระที่เป็นกลางทางการเมืองของรัฐสภา (ซีบีโอ) กับ กระทรวงการคลัง ประเมินไว้ตรงกันว่า แค่ความตกลงขยายเพดานหนี้ล่าช้าไป 1 สัปดาห์ อเมริกันจะตกงานทันที 5 แสนคน เศรษฐกิจติดลบ 0.6%

ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดคือ การผิดนัดชำระหนี้ของสหรัฐกลายเป็นเรื่องยืดเยื้อ คือยาวนานเกินกว่า 3 เดือน อเมริกันจะตกงาน 8.3 ล้านคน เศรษฐกิจอเมริกันจะ “ถดถอยครั้งใหญ่” และตลาดหุ้นวอลล์สตรีตจะถล่มหายไป 45% เงินออม เงินบำเหน็จบำนาญมหาศาลที่ลงทุนอยู่ในตลาดจะวูบหายไปในพริบตา

ใครที่ยังมีงานทำอยู่ จะถูกบีบคั้นอย่างรุนแรงจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นไปอีก เหมือนเช่นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่พักอาศัย ซึ่งเคยอยู่ที่ราว 3% ในเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว ที่ทะยานมาอยู่ที่ 6.4% ในเดือนนี้

เบรตต์ ไรอัน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ ดอยช์แบงก์ สาขาสหรัฐอเมริกา บอกว่า การปล่อยให้ปัญหาขยายเพดานหนี้ยืดเยื้อต่อไปก็เหมือนกับการขับรถพุ่งเลยออกจากหน้าผา การผิดนัดชำระหนี้ระยะยาวของสหรัฐจะ “เป็นปัญหาใหญ่โต” มาก และจะก่อให้เกิดวิกฤตระดับโลกตามมา

การผิดนัดชำระหนี้ หรือดีฟอลท์ จะส่งผลให้ต้นทุนในการกู้ยืมของรัฐบาลสหรัฐสูงขึ้น เมื่อปี 2011 ปัญหาเพดานหนี้เดียวกันนี้เคยคาราคาซังจนแทบถึงวันสุดท้าย ผลก็คือ เอสแอนด์พี บริษัทเครติดเรตติ้งรายใหญ่ ปรับลดเครดิตของสหรัฐ จาก AAA สู่ระดับ AA+ และไม่เคยปรับคืนสู่ระดับเดิมอีกเลย

การลดเกรดครั้งนั้น ส่งผลให้ต้นทุนกู้ยืมของสหรัฐสูงขึ้นราว 1,300 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศสูงขึ้นโดยปริยาย

แต่คราวนี้จะแตกต่างออกไปจากครั้งนั้น เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบการเงินของสหรัฐดูเหมือนจะยังไม่นิ่ง ไม่เลิกรา เมื่อ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา ธนาคาร เฟิร์ส รีพับลิค ก็พังพาบลงเป็นรายที่ 3 ในรอบ 2 เดือน

ธนาคารระดับภูมิภาคที่เหลืออยู่ในสหรัฐ จะทนแรงบีบจากดอกเบี้ยที่สูงขึ้นไปอีกได้หรือไม่ รัฐบาลจะแก้ปัญหาอย่างไร หรือมีศักยภาพในการแก้ปัญหาหรือไม่

เมื่อ 1 พ.ค.โกลด์แมน แซกส์ อีโคโนมิกส์ ตั้งข้อสังเกตว่า รีพับลิกัน ต้องการใช้การขยายเพดานหนี้บีบให้ เดโมแครต ยอมปรับเปลี่ยนนโยบายตามความต้องการของตน เพื่อผลในการเลือกตั้งประธานาธิบดีและรัฐสภาที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า

เรื่องที่จะยอมขยายเพดานหนี้ให้ง่าย ๆ เป็นไปไม่ได้ เพดานหนี้ เป็นกลไกในการจำกัดการกู้ยืมของรัฐบาลตามกฎหมาย แต่ไม่ได้จำกัดงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลแต่อย่างใด แต่รีพับลิกันนำ 2 เรื่องมาผูกโยง
เข้าด้วยกันโดยตรง ขณะที่ฝ่ายเดโมแครตยืนกรานว่าทั้ง 2 เรื่องเป็นคนละเรื่องกัน

“เบรตต์ ไรอัน” แห่งดอยช์แบงก์ เชื่อว่า ถึงที่สุดแล้ว รัฐสภาจะกำหนดมาตรการ “ชั่วคราว” ระยะสั้น ๆ ออกมาแก้ไขปัญหาไปก่อนเมื่อถึง 1 มิ.ย.แต่จะลากยาวปมเพดานหนี้ออกไปจนถึงสิ้นเดือน ก.ย. และถึงตอนนั้น เศรษฐกิจอเมริกันอาจง่อนแง่นเต็มที โอกาสที่จะตกสู่ภาวะถดถอยเพิ่มสูงขึ้นเป็นทวีคูณ

ส่วนทั่วโลกก็เตรียมตัวเตรียมใจรับแรงกระแทกกระทั้นจากสถานการณ์นี้ได้ตั้งแต่บัดนี้