เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

91 ปี ปฏิวัติ 2475 ว่าด้วย ปฏิบัติการ สายลับ และสืบราชการลับ 

24 มิ.ย. 2566 | 17:43น.
91 ปี ปฏิวัติ 2475 ว่าด้วย ปฏิบัติการ สายลับ และ สืบราชการลับ

ย่ำรุ่งของวันที่ 24 มิถุนายน 2566 เป็นวันครบรอบการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาสู่ระบอบประชาธิปไตย

เพราะวันนี้ เมื่อ 91 ปีก่อน คณะราษฎรนำโดย พระยาพหลพลพยุหเสนา ลงมือปฏิบัติการแบบสายฟ้าแล่บ คุมตัวเจ้านายมาประทับยังที่พระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต ในขณะที่ในหลวงรัชกาลที่ 7 ทรงประทับที่วังไกลกังวล หัวหิน โดยที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เป็นผู้สำเร็จราชการรักษาพระนคร

จนถึงนาทีนี้ แม้ระยะเวลาผ่านไปเกือบ 1 ศตวรรษ แต่นักสำรวจประวัติศาสตร์ยังมีหลายแง่มุมที่น่าสนใจนำมาวิเคราะห์สถานการณ์ เบื้องหลังเหตุการณ์ตั้งแต่ก่อนวันปฏิวัติ ถึงฉากการต่อสู้ระหว่างฝ่ายเจ้านาย-อนุรักษนิยม กับฝ่ายคณะราษฎร หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

ช่วงเวลา-สถานการณ์ที่ยังคุกรุ่น ไม่มีฝ่ายใด ไว้ใจซึ่งกันและกัน เมื่อความหวาดระแวง กลายเป็นข่าวลือ และข่าวลือจำเป็นต้องมี “สายลับ” เพื่อสืบความเคลื่อนไหวของแต่ละฝ่าย

ตัวอย่างเช่น หลังชั่วโมงการปฏิวัติ ปรากฏหลักฐานเอกสารทางราช ตีตรา “ลับ” ไม่ลงวันที่ โดยคณะราษฎรได้เปิดรับสมัครพรรคพวกให้เขาร่วมงานกับคณะราษฎร-ส่วนหนึ่งอาจเป็นสายลับ ?

“รับสมัครผู้ช่วยเหลือให้ประกาศบอกสถานที่รับสมัครแลลงชื่อ ที่อยู่แลอาชีพไว้ พวกนั้นจะต้องสาบาลตัวว่าช่วยเหลือและยอมเสียสละเพื่อราษฎรทั่วไป…สมาชิกคณะนี้มีหน้าที่ชี้แจงปลุกใจให้ประชาชนเข้าใจความหวังดีของคณะ และสืบหาทางที่จะปลอดภัยของคณะ…”

หลังจากประกาศดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป “พระยาศราภัยพิพัฒ” อันมีความใกล้ชิดกับสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ซึ่งขณะเปลี่ยนแปลงการปกครอง อยู่ในตำแหน่งเป็นเจ้ากรมเสมียนตรา กระทรวงกลาโหม

ได้เขียนจดหมายได้ตอบกลับถึงเหตุการณ์ที่ถูกติดตามสืบ โดยเรียนประธานกรรมการคณะราษฎร เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2475 อันเป็นช่วงเวลาที่เขาได้ออกจากราชการ ไปเป็นทหารบำนาญ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมปี 2475 ตามคำสั่งที่ออกมาเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคมปี 2475

“ด้วยข้าพเจ้าทราบว่า คณะราษฎร เคลือบแคลงสงสัยในพฤติการณ์ของข้าพเจ้าว่าจะเปนผู้ไม่สงบให้แก่บ้านเมือง โดยมีผู้ยุยงส่งเสริมป้ายความร้ายให้แก่ข้าพเจ้าโดยนานัปการ โดยราบว่าเมื่อคืนวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งข้าพเจ้าได้นอนหลับอยู่ที่บ้านโดยปกติสุข ได้มีรถยนต์เจ้าน่าที่ตำรวจและทหารไปจอดรอที่หน้าบ้านข้าพเจ้าตำบลถนนพิพัฒนโกษาสีลมจวนรุ่งสว่าง”

การสืบหาข้อมูล-ความลับของฝ่ายอำนาจเก่า ได้มีการรายงานไปยังสมาชิกคณะราษฎรบางคน เช่น หลวงนฤเบศร์มานิต (สงวน จูฑะเตมีย์) ผู้ก่อการสายพลเรือน มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นผู้เข้ามาทำหน้าที่เป็นหัวหน้ากองสืบ เนื่องจาก “รายงานหลายฉบับ” ได้เขียนถึง “หลวงนฤเบศร์มานิต” รวมถึงแกนนำคณะราษฎรคนอื่น ๆ เช่น พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา พระยาฤทธิอัคเนย์

บุคคลที่ถูก “ตามสืบ” ประกอบด้วยกลุ่มพระราชวงศ์ กลุ่มนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการในระบอบเก่า นักหนังสือพิมพ์ พ่อค้า

แกะรายตั้งแต่ตามท้องถนน หน้าวัง ตามบ้าน ราชกรีฑาสโมสร ร้านอาหาร กิจการของชาวจีน โรงพิมพ์ รวมไปถึงร้านกาแฟนรสิงห์ ที่ตอนนั้นตั้งอยู่บริเวณสนามเสือป่า

การระวังภัยของคณะราษฎร จึงอยู่ในการระวังภัยขั้นสุด ขณะเดียวกันฝ่ายอำนาจเก่าที่เพิ่งถูกโค่นก็ต้องการ “หาข่าว” ของฝ่ายตรงข้าม คือคณะราษฎรเช่นกัน

ครั้งหนึ่ง เหตุการณ์อันชวนระทึกก็ถูกถ่ายทอดลงบนหน้าหนังสือพิมพ์ เช่น ข่าว “สายลับ” ที่ตีพิมพ์บนหนังสือพิมพ์ ศรีกรุง เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2475

“….ขณะที่นายเรือเอกขณะที่นายเรือเอก หลวงชลพิสัยเสนีกําลัง ควบคุมกองทหารรักษาการณ์ที่สถานีรถไฟหัวลําโพง

ตามคําสั่งของคณราษฎรนั้น ได้มีชายผู้หนึ่งอ้างตัวเอง ว่าชื่อ ร.ต.ต. เจริญ บุญญะประพูด เปนนายตํารวจ ประจําอยู่ ณ สถานีตํารวจสําราญราษฎร์และได้ยื่น นามบัตรให้แก่หลวงชลพิสัยฯ ดูเป็นหลักฐานและแสดงความจํานงว่าตนจะมาสืบจับตัวผู้ร้ายคนหนึ่ง ซึ่งหลบมาอยู่การรถไฟ ขอให้หลวงชลพิสัยฯ อนุญาต ให้เข้าทําการค้นตัวผู้ร้ายได้ตามความจํานงด้วย

….หลวงชลพิสัยรับนามบัตรมาดูและฟังคําพูดชี้แจงของชายผู้นั้นแล้วก็นึกสงสัย เพราะแน่ใจว่า ร.ต.ต.เจริญคงไม่ใช่ชายผู้นี้แน่…จึงมีคําสั่งให้ทหารรักษาการณ์กักตัวชายผู้นั้นไว้…และนําตัวไปทําการไต่สวนยังสถานีตํารวจประทุมวันแต่ในตอนดึกวันนั้น

แต่ความทางไต่สวนปรากฏว่า ชายผู้นั้นชื่อประยูร แต่จะมีอาชีพทางใดยังไม่ปรากฏ และการที่นายประยูร เอานาม ร.ต.ต.เจริญไปอ้างเพื่อเข้าไปในแนวกอง รักษาการณ์ของคณราษฎรทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่สงสัยว่าน่าจะเป็นเพราะต้องการจะปลอมตัวเข้าไปสืบการลับในกองรักษาการณ์มากกว่าอื่น…”

นอกจากนั้น การสืบราชการลับให้แก่ “คณะราษฎร” ยังมีการ “ดักฟังโทรศัพท์” กลุ่มอำนาจเก่า เช่น ในรายงานวันที่ 17 สิงหาคม 2475 มีรายงานว่ามีการดักฟังทางโทรศัพท์ระหว่าบ้านนายเคเถากับเดลิเมล์ ความในจดหมายรายงานว่า

“เรียนคุณครูที่เคารพ…วันนี้ผมฟังทางโทรศัพท์ในระหว่างบ้านนาย เคเถากับเดลิเมล์ ได้ยินนายเคเถาพูดกับพระยาสราภัยพิพัฒน์ (พระยาศราภัยพิพัฒ) พระยาสราภัยฯ บอกนายเคเถาว่า ได้รับจดหมายจากพวก คนหนึ่ง ว่าได้คนดีไว้สองคนแล้ว เวลากลางคืนจะนําจดหมายไปให้นายเคเถาดู และนายเคเถาถามว่าเมื่อ คืนนี้เป็นอย่างไร เหตุการณ์เรียบร้อยดีหรือ พวกเรา ออกจะเมา ๆ บ้างนะ แล้วทั้งสองต่างก็เลิกพูด โดยเหตุนี้ผมจึงเรียนมาเพื่อทราบ เพราะเป็นที่น่าสงสัย”

ต่อมาได้มีคําสั่งห้ามใส่สายดักฟังตามที่ทําการและบ้านข้าราชการ เว้นแต่บ้านคนจีนและบ้านผู้เช่าอื่น ๆ เท่านั้น เนื่องจาก ผู้ที่ไม่ทราบว่ามีปฏิบัติการดังกล่าว และเกรงว่าสภาผู้แทนราษฎรทราบปฏิบัติการดังกล่าวหากขอให้สั่งการ

การชิงอำนาจหลังการปฏิวัติ 2475 ที่ไม่มีบุคคลสำคัญ ต้องถึงตาย หรือสูญเสียเลือดเนื้อในวันนั้น แต่

….

เรียบเรียงจาก หนังสือ “ใต้เงาปฏิวัติ การสืบราชการลับและความหวังของราษฎร 2475” สำนักพิมพ์มติชน โดย “ปฐมาวดี วิเชียรนิตย์”