เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

ศึกไฮเทค “จีน-สหรัฐ” เขย่าโลกเทคโนโลยี

13 ก.ค. 2566 | 12:00น.
ศึกไฮเทค “จีน-สหรัฐ”
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

ตลอดช่วงสัปดาห์เศษที่ผ่านมา ทั่วโลกจับตาความเคลื่อนไหวในความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่งทั้งในทางเศรษฐกิจและการเมืองของโลก

กำหนดการเยือนจีนอย่างเป็นทางการของ “เจเน็ต เยลเลน” รัฐมนตรีคลังสหรัฐอเมริกา ถือเป็นสัญญาณบวก ที่ทำให้หลายคนคาดหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีนกลับเข้าร่องเข้ารอยอีกครั้ง

แต่ก่อนถึงกำหนดการเยือนเพียงไม่กี่วัน จีนก็ประกาศมาตรการ “ควบคุมการส่งออก” โลหะสำคัญสองชนิดออกมา กลบบรรยากาศชื่นมื่นไปแทบหมดสิ้น

โลหะสำคัญสองชนิดดังกล่าวคือ “เจอร์เมเนียม” กับ “กัลเลียม” วัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ สำหรับใช้ในเทคโนโลยีทั้งในระดับทั่วไปและในระดับสูง ตั้งแต่แผงโซลาร์เซลล์, ไมโครเวฟ, ไฟแอลอีดี, เลเซอร์, อุปกรณ์จำพวกชาร์จเจอร์พลังสูง เรื่อยไปจนถึงอุปกรณ์ไฮเทคด้านการสื่อสารเพื่อการทหาร อาทิ เรดาร์ เป็นต้น

ตามมาตรการของจีน นับตั้งแต่เดือนสิงหาคมนี้เป็นต้นไป ผู้ที่ต้องการส่งออกโลหะทั้งสองชนิดจำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตเป็นการเฉพาะจากทางการ ใบอนุญาตดังกล่าว ไม่เพียงต้องระบุชื่อผู้ซื้อและประเทศที่ซื้อเท่านั้น ยังจำเป็นต้องให้รายละเอียดถึงขั้นว่า สุดท้ายแล้วผลิตภัณฑ์ที่จะได้จากการส่งออกคืออะไรอีกด้วย

ความเคลื่อนไหวของจีนดังกล่าวมีขึ้นไม่นานหลังจากที่เนเธอร์แลนด์ กลายเป็นชาติตะวันตกชาติล่าสุดที่เข้าร่วมขบวน “คุมกำเนิด” ภาคอุตสาหกรรมชิปก้าวหน้าของจีน ด้วยการ “แบน” การส่งออกเครื่องจักรและชิ้นส่วนประกอบของเครื่องจักรในการผลิตชิประดับก้าวหน้าให้กับจีน โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง

มาตรการคุมกำเนิดดังกล่าวเริ่มต้นโดยสหรัฐอเมริกา ที่ประกาศมาตรการหลากหลาย โดยเฉพาะการบัญญัติกฎหมาย รัฐบัญญัติว่าด้วยชิปและวิทยาการ ปี 2022 ที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมชิปของจีนอย่างรุนแรง

จีนเคยประกาศตอบโต้มาก่อนหน้านี้ ตัวอย่างเช่น การประกาศห้ามการใช้ชิปที่ผลิตโดย “ไมครอน” ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกาในประเทศจีน เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา ที่ทำให้บริษัทโอดครวญว่าอาจทำให้สูญเสียธุรกิจมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ไปในพริบตา

แต่ครั้งนี้ดูเหมือนจะแตกต่างออกไป ในแง่ของเจอร์เมเนียม จีนครองส่วนแบ่งในตลาดโลกอยู่ถึง 60% ในขณะที่อีกราว 10% มาจากประเทศอย่าง รัสเซียและยูเครน ที่เป็นคู่สงครามกันอยู่ในเวลานี้

สหรัฐอเมริกาเองมีแหล่งผลิตอยู่จำนวนหนึ่ง และยังมีแหล่งผลิตในแคนาดารองรับ แต่กระนั้นก็ยังจำเป็นต้องนำเข้าเจอร์เมเนียมมากถึง 50% ของเจอร์เมเนียมที่ใช้อยู่ทั้งหมด

ในส่วนของกัลเลียม ผลผลิตของจีนคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 80% ของปริมาณกัลเลียมทั้งหมดในตลาดโลก ทั้งนี้ กัลเลียมได้จากกระบวนการหลอมละลายอะลูมิเนียมเป็นหลัก ดังนั้นจึงไม่ใช่โลหะที่หายากเท่าใดนัก

ปัญหาอยู่ตรงที่ที่ผ่านมา มีน้อยประเทศมากที่ลงทุนผลิตกัลเลียม กำลังการผลิตส่วนใหญ่จึงขึ้นอยู่กับจีน การเริ่มต้นผลิตกัลเลียมจำเป็นต้องมีทั้งเงินทุนและใช้ระยะเวลาอีกระยะหนึ่ง ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าจะมีประเทศใดสนใจในเรื่องนี้

นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งชี้ว่า ผลลัพธ์จากมาตรการของจีนครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อราคาของโลหะทั้งสองชนิดในตลาดอย่างแน่นอน ในขณะเดียวกันผู้ผลิตชิปทั้งในสหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศอาจจำเป็นต้องแสวงหาแหล่งซัพพลายใหม่ ซึ่งอาจซับซ้อนและใช้เวลามากกว่าเดิม

ทั้งหมดนั้นอย่างน้อยที่สุด อาจส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ชิปซึ่งมีส่วนประกอบของโลหะทั้งสองชนิดในตลาดราคาแพงขึ้นอย่างแน่นอน โดยอาจส่งผลรุนแรงกว่าถึงระดับทำให้เกิดการขาดแคลน เหมือนอย่างที่หลายอุตสาหกรรม รวมทั้งอุตสาหกรรมรถยนต์เคยเผชิญมาแล้วก่อนหน้านี้ไม่นาน

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์อีกบางส่วนเตือนว่า มาตรการนี้ของจีนอาจส่งผลในทางลบสะท้อนกลับมาทำร้ายจีนเองอีกก็เป็นได้

ราคาของกัลเลียมและเจอร์เมเนียมในตลาดโลกถูกกดให้อยู่ในระดับต่ำมาก ๆ มาเป็นเวลานาน เพื่อให้ง่ายต่อการควบคุมตลาดของจีน ป้องกันไม่ให้ผู้ผลิตอื่นให้ความสนใจที่เข้ามาสู่ตลาดนี้ สภาพดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงไป ถ้ามาตรการควบคุมการส่งออกของจีนครั้งนี้ผลักดันให้ราคาของโลหะทั้งสองชนิดเพิ่มสูงขึ้นในตลาดโลก

กรณีดังกล่าวนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อจีนใช้มาตรการห้ามการส่งออกสินแร่หายากหรือแรร์เอิร์ท ให้กับญี่ปุ่นในปี 2010 ส่งผลให้เกิดความแตกตื่นและจุดประกายให้มีการแสวงหาและส่งเสริมให้เกิดการผลิตขึ้นในหลายประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการผูกขาดของจีน ทำให้ทางการปักกิ่งต้องกลับลำในที่สุด

ในระยะสั้น ยังคงยากที่จะประเมินผลกระทบที่แท้จริงจากมาตรการครั้งนี้ของจีน เนื่องจากยังคงมีตัวแปรอยู่หลายประการ อาทิ สต๊อกของบริษัทต่าง ๆ เรื่อยไปจนถึงการที่จีนจะบังคับใช้มาตรการนี้จริงจังและเข้มงวดมากเพียงใด

แต่ในระยะยาว ความเชื่อมั่นของตลาดโลกที่มีต่อจีนในฐานะของซัพพลายเออร์ที่เชื่อถือได้ ถูกมาตรการครั้งนี้บั่นทอนลงมากมายอีกครั้ง

ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจจีนในยามนี้โดยแท้จริง