ผลสำรวจ ‘ร้านอาหารญี่ปุ่น’ ในไทย เปิดเพิ่มต่ำ-ซูชิแนวโน้มลดลง
ซูชิ อาหาร ญี่ปุ่น
เจโทร เผยร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยปี’67 เผชิญภาวะแข่งขันรุนแรง เปิดเพิ่มโตแค่ 2.9% ซูชิแนวโน้มลดลง
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 นายคุโรดะ จุน ประธาน องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ เปิดเผยผลการสำรวจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยประจำปี 2567 ว่า ร้านอาหารญี่ปุ่นยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด
การสำรวจร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยประจำปี 2567 พบว่า ร้านอาหารญี่ปุ่นในประเทศไทยมีจำนวน 5,916 ร้าน เพิ่มขึ้น 165 ร้าน หรือ 2.9% เทียบกับการสำรวจครั้งที่แล้วปี 2566 มี 5,751 ร้าน โดยมีจำนวนร้านเพิ่มขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ เพิ่ม 2.7%
5 จังหวัดปริมณฑล เพิ่ม 2.7% และต่างจังหวัด เพิ่ม 3.1% ภัตตาคารอาหารญี่ปุ่นเป็นประเภทร้านโซบะ/อุด้ง ร้านคาเฟ่ และร้าน Izakaya เพิ่มขึ้นมากสุด ตามด้วย ร้านซูชิ โดยร้านซูชิมีแนวโน้มลดลงเหลือ 1,279 ร้าน หรือลบ 6.8% ลดอันดับลงไปอยู่ รองจากร้านประเภทภัตตาคารอาหารญี่ปุ่น ที่มีจำนวนมากสุดคือ 1,439 ร้าน
จากการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น หลายท่านให้ความเห็นว่า หลายปีที่ผ่านมามีร้านซูชิคุณภาพดีและราคาไม่แพงเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคต้องการซูชิที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้นกว่าในอดีต ก่อให้เกิดผลกระทบต่อร้านซูชิที่แข่งขันกันด้านราคา และอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้จำนวนร้านซูชิมีจำนวนลดน้อยลง
ร้านราคาสูงเปิดเพิ่มขึ้น
ผลสำรวจพบว่า ร้านระดับราคาเฉลี่ยต่อหัวมากกว่า 1,000 บาท มีอัตราการเพิ่มขึ้นสูง เมื่อวิเคราะห์ร้านตามระดับราคาเฉลี่ยต่อหัว พบว่า ร้านที่มีราคาเฉลี่ยต่อหัว 101-250 บาท มีจำนวนมากที่สุด 2,057 ร้าน รองลงมาคือระดับราคา 251-500 บาท 1,401 ร้าน ตามด้วยระดับราคาต่ำกว่า 100 บาท จำนวน 749 ร้าน ระดับราคา 501-1,000 บาท จำนวน 681 ร้าน และระดับราคามากกว่า 1,000 บาท จำนวน 270 ร้าน โดยร้านระดับราคามากกว่า 1,000 บาท มีอัตราเพิ่มขึ้นถึง 13.9%
สำรวจระดับราคาเฉลี่ยต่อหัวแบ่งตามพื้นที่ พบว่า จำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นในจังหวัดเชียงใหม่ นครปฐม และภูเก็ต มีจำนวนเพิ่มขึ้นมากสำหรับร้านอาหารญี่ปุ่นในต่างจังหวัด จังหวัดเชียงใหม่ มีจำนวนร้านอาหารญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 23 ร้าน รวมเป็น 280 ร้าน จังหวัดนครปฐมเพิ่มขึ้น 15 ร้าน เป็น 104 ร้าน จังหวัดภูเก็ตเพิ่มขึ้น 11 ร้าน เป็น 142 ร้าน ทั้งนี้ มีร้านอาหารญี่ปุ่นดำเนินกิจการอยู่ในทุกจังหวัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563
ส่วนการแข่งขันระหว่างร้านอาหารทวีความรุนแรงขึ้น ผู้บริโภคที่ต้องการรสชาติต้นตำรับพร้อมทั้งค้นหาเทรนด์ใหม่มีจำนวนเพิ่มขึ้น จากการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องพบว่า ประเทศไทยมีการรับประทานอาหารญี่ปุ่นมาเป็นเวลานาน
ชาวไทยจึงคุ้นเคยกับอาหารญี่ปุ่นเป็นอย่างดี อุปสงค์ต่ออาหารญี่ปุ่นจึงจะยังคงมีอยู่ต่อไป อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางไปเยือนประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น ทำให้ได้รับความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับอาหารญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดแนวโน้มของผู้บริโภคที่ต้องการบริโภคอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมพร้อมทั้งค้นหาเทรนด์ใหม่ ๆ ของอาหารญี่ปุ่นเพิ่มมากยิ่งขึ้น
ร้านอาหารญี่ปุ่นมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นไปสู่นานาประเทศทั่วโลก พร้อมกันนั้นยังเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับผู้ผลิตและผู้ประกอบการในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการเป็นปัจจัยขยายการส่งออกผลผลิตเกษตร ป่าไม้ ประมงและสินค้าอาหารจากประเทศญี่ปุ่น
“สิ่งสำคัญในการขยายการส่งออกสินค้าอาหารจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทยหลังจากนี้ไป คือ การเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคในตัวเมืองที่ชอบอาหารญี่ปุ่นแบบต้นตำรับหรือของแท้ดั้งเดิม และเสริมสร้างความรู้ เปิดประสบการณ์การทานอาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะวัตถุดิบที่ยังไม่แพร่หลายให้แก่ผู้บริโภคในส่วนภูมิภาค รวมทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ” นายคุโรดะ จุนกล่าว
ทั้งนี้ ในแผนงาน เจโทร จัดโครงการ JAPAN PREMIUM FOOD “สัมผัสความอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้” ดำเนินการ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 16 กุมภาพันธ์ 2568 อาทิ งานเจรจาธุรกิจ “JETRO Food Matching & Exhibition in Bangkok 2024” วันที่ 5-6 กุมภาพันธ์ 2568 โรงแรม Hilton Bangkok Grande Asoke ส่วนผ่านออนไลน์ (ZOOM) วันที่ 25-27 กุมภาพันธ์ 2568 ที่มีผู้ประกอบการจากประเทศญี่ปุ่น ประมาณ 70 ราย เตรียมเจรจากับไทย