‘สุจิตต์ วงษ์เทศ’ ถอดรหัส 5 ทศวรรษ “ประชาชาติธุรกิจ” จากโรงพิมพ์ตึกแถวสู่สถาบันสื่อระดับตำนาน
เปิดตำนานบทเรียนผู้ประกอบการ ‘สองกุมารสยาม’ ผ่านมุมมอง ‘สุจิตต์ วงษ์เทศ’ ย้อนรอยยุคบุกเบิกตั้งไข่ “โรงพิมพ์พิฆเนศ” ฝ่าวิกฤตกระดาษแพง-สู้ค่าหัว นสพ. หลักแสน เผยเบื้องหลังบารมี ‘ป๊ะกำพล’ และพระเมตตา ‘พระองค์วรรณ’ จุดไฟ “ประชาชาติ” สว่างไสวหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ ก่อนถูกสั่งปิดยุค 6 ตุลาฯ จนต้องเช่าหัว “เข็มทิศธุรกิจ” ต่อลมหายใจสู่ความแกร่งในปัจจุบัน พร้อมส่งไม้ต่อโมเดล 3 เจเนอเรชั่น ปลุกใจคนสื่อห้ามหยุดสร้างคลื่นลูกใหม่
สุจิตต์ วงษ์เทศ เล่าที่มาของหนังสือพิมพ์ประชาชาติว่า หลังพากันออกจากสยามรัฐ อยากทำหนังสือพิมพ์รายวันเป็นของตัวเอง แต่รัฐบาลไม่อนุญาตให้เปิดหัวหนังสือพิมพ์ใหม่ ต้องใช้วิธีการเช่าหัวหนังสือพิมพ์จากต่างจังหวัดมาออกรายวันในกรุงเทพฯ
2 กุมารสยาม เจอเรียกค่าหัว นสพ. ราคา 9 แสนบาท สมัยเงินเดือนปริญญาตรี 950 บาท จึงไม่ไหว ตัดสินใจรวมเงินตั้งโรงพิมพ์กันเอง เป็นจุดเริ่มต้นของ “โรงพิมพ์พิฆเนศ”
ขรรค์ชัยหรือช้าง รวบรวมทุน ทั้งจากหุ้นส่วนคนสำคัญ สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น และอื่น ๆ ได้เงินตั้งต้น 7 หมื่นบาท ซื้อแท่นพิมพ์ 2 แท่น เปิดรับจ้างพิมพ์ทั่วไป เพื่อเรียนรู้กระบวนการพิมพ์และรายละเอียดต่าง ๆ
ด้านหนึ่ง ขรรค์ชัย ก็ถูกไทยรัฐ ของ ป๊ะกําพล หรือ กำพล วัชรพล เรียกตัวไปเขียนข่าวสังคม ช่วยเหลือต้นทุนเรื่องกระดาษ
“ตอนนั้นราคากระดาษแพงมาก ไม่ได้ผลิตเองในประเทศ ต้องซื้อจากต่างประเทศทั้งหมด ป๊ะให้หางกระดาษของไทยรัฐ ให้ขรรค์ชัยไปใช้งาน ยกให้เพราะด้วยเมตตาเป็นพิเศษ”
ตำนานเล่าอดีตสมัยบุกเบิกก่อตั้งความเป็นผู้ประกอบการ
สำหรับ “ประชาชาติ” เป็นหัวหนังสือที่ถือกรรมสิทธิ์โดยพระองค์วรรณ ขรรค์ชัยเดินทางไปเข้าเฝ้าทูลขออนุญาต และท่านก็อนุญาต จนกลายเป็นประชาชาติรายสัปดาห์ มีฐานกำลังอยู่ที่โรงพิมพ์พิฆเนศ ซ.แพร่งสรรพศาสตร์
ประชาชาติรายสัปดาห์ ออก 15 พ.ย. 2516 หลังเหตุการณ์ 14 ตุลาฯ เพียงเดือนเดียว
ภายหลังมีการตั้งรัฐบาลรักษาการ “สัญญา ธรรมศักดิ์” ขึ้นเป็นนายกฯ อนุญาตให้เปิด นสพ. ตามสะดวก ประชาชาติรายสัปดาห์เริ่มกล้าแข็งได้รับความนิยมจากผู้อ่านรุ่นใหม่
นำไปสู่ประชาชาติรายวันในที่สุด เผยแพร่ครั้งแรก 29 ก.ค. 2517 เนื้อหาเป็นแนวทางก้าวหน้าแบบสากล มีรายได้จากการโฆษณาและการขาย
ประชาชาติก้าวหน้าด้วยดี จุดขายคือข่าวการเมืองสมัยใหม่และบทความเชิงวิชาการ เต็มไปด้วยพันธมิตร เหล่านักวิชาการ โดยเฉพาะจากคอร์เนลล์สมัยนั้น
กระทั่งเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ประชาชาติถูกสั่งปิด
สุจิตต์ไปลุยศิลปวัฒนธรรม
ขรรค์ชัย และ เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ ไปลุยต่อหาทางสู้กับโอกาสที่มี ไปขอใช้หัว “เข็มทิศธุรกิจ” สักระยะ ก่อนโอกาสสดใสกลับมาใช้หัว “ประชาชาติธุรกิจ” อีกครั้ง จนกระทั่งปัจจุบัน
สุจิตต์ทิ้งท้ายว่า “ยุคนี้ต้องมี 3 เจนที่ขาดไม่ได้ คือ อาวุโส รุ่นกลาง รุ่นเล็ก และอย่าหยุดสร้างคลื่นลูกใหม่”