Skip to content

MAGURO ปรับเกมรุก “Trendy Mass” ดันเมนู 129 บาท เจาะคนเมือง-Gen Z สู้เศรษฐกิจ

29 เม.ย. 2569 | 08:32น.
MAGURO ปรับเกมรุก “Trendy Mass” ดันเมนู 129 บาท เจาะคนเมือง-Gen Z สู้เศรษฐกิจ

มากุโระปรับกลยุทธ์ครั้งใหญ่ ออกเมนูราคาจับต้องได้เริ่ม 129 บาท จับตลาดแมส-คนเมือง เพิ่มความถี่ลูกค้า ตอบโจทย์ความคุ้มค่าช่วงกำลังซื้ออ่อนแรง-ต้นทุนผันผวน 

นายจักรกฤติ สายสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท มากุโระ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAGURO เปิดเผยว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง ธุรกิจร้านอาหารในไทยกำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน ทั้งต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ราคาพลังงานและค่าขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และแบรนด์ใหม่ที่เร่งทำโปรโมชั่นดึงลูกค้า ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า” มากขึ้น

จักรกฤติ สายสมบูรณ์
จักรกฤติ สายสมบูรณ์

ในบริบทดังกล่าวบริษัทปรับกลยุทธ์ธุรกิจครั้งสำคัญ โดยหันมาโฟกัสตลาด “Trendy Mass” เจาะกลุ่มคนเมือง วัยทำงาน และคนรุ่นใหม่ (Gen Z) ที่ยังมีกำลังซื้อแต่ระมัดระวังการใช้จ่าย ผ่านการพัฒนาเมนูราคาจับต้องได้ในหลายแบรนด์ เพื่อเพิ่มความถี่ในการใช้บริการ และขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น

ควบคู่กับการเปิดแบรนด์ใหม่และขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง อาทิ “IPPE KOPPE” ร้านแกงกะหรี่ญี่ปุ่น และ “BINCHO” ร้านอาหารย่างถ่านญี่ปุ่น เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์การกินนอกบ้านที่ยังเติบโตในกลุ่มคนเมือง

ร้าน IPPE KOPPE (อิปเปะ คปเปะ) ร้าน BINCHO

“ภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากปัจจัยรอบด้าน ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แต่ยังคงมองหาสินค้าที่คุ้มค่า บริษัทจึงปรับกลยุทธ์สู่เมนูที่สามารถรับประทานได้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น ในราคาที่เข้าถึงง่าย เพื่อขยายฐานลูกค้าและเพิ่มความถี่ในการกลับมาใช้บริการ”

นายจักรกฤติเปิดเผยว่า กลยุทธ์หลักอยู่ที่การ “ลดระดับราคา แต่ไม่ลดคุณภาพ” โดยแบรนด์เรือธงอย่าง MAGURO ร้านอาหารญี่ปุ่นพรีเมี่ยม ได้ออกเมนูชุดใหม่ เช่น “Irodori Kaiseki” ราคาเริ่มต้น 280 บาท ซึ่งถูกออกแบบให้ตอบโจทย์ทั้งด้านรสชาติ ความคุ้มค่า และการนำเสนอที่สอดรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคโซเชี่ยล

ขณะที่แบรนด์อื่นในเครือเร่งออกเมนูใหม่ในระดับราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น เช่น กลุ่มเมนูเริ่มต้น 129–190 บาท เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้ามาใช้บริการได้บ่อยขึ้น จากเดิมที่ร้านอาหารพรีเมี่ยมมักถูกจำกัดอยู่ในโอกาสพิเศษ

ตัวอย่างบรรยากาศร้าน IPPE KOPPE (อิปเปะ คปเปะ)

ด้านการขยายธุรกิจ บริษัทเดินหน้าเปิดแบรนด์ใหม่ “IPPE KOPPE” เจาะตลาดแกงกะหรี่ญี่ปุ่นระดับแมส ราคาเริ่มต้น 169 บาท และ “BINCHO” ร้านอาหารย่างถ่านญี่ปุ่น ราคาเริ่มต้น 190 บาท สะท้อนการปรับพอร์ตสู่เซ็กเมนต์ที่กว้างขึ้น

ตัวอย่างเมนู ร้าน “BINCHO (บินโช)” ร้านอาหารญี่ปุ่นย่างถ่านแบบญี่ปุ่นดั่งเดิม ตัวอย่างเมนู Kiwami Yaki Set ตัวอย่างเมนู ATONOSE HIRE KATSUSON

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมร้านอาหารยังคงมีแนวโน้มแข่งขันสูง โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารญี่ปุ่นที่มีผู้เล่นจำนวนมาก ตั้งแต่เชนขนาดใหญ่ไปจนถึงร้านเฉพาะทาง ขณะที่ต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบยังมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยด้านโลจิสติกส์และค่าเงิน ทำให้ผู้ประกอบการต้องบริหารทั้ง “ราคา คุณภาพ และประสบการณ์” ไปพร้อมกัน

นายจักรกฤติประเมินว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยให้ธุรกิจสามารถเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ โดยตั้งเป้ารายได้ปี 2569 เติบโตกว่า 30% พร้อมแผนขยายสาขาเพิ่มมากกว่า 20 แห่ง รวมเป็นกว่า 73 สาขาภายในสิ้นปี

“ผู้บริโภคยังพร้อมใช้จ่ายหากเห็นความคุ้มค่าที่ชัดเจน การปรับตัวครั้งนี้จึงเป็นทั้งการรักษาฐานลูกค้าเดิม และขยายไปสู่กลุ่มใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว”