เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

รัฐธรรมนูญ “ไอลอว์” สายล่อฟ้า เติมไฟม็อบ “ราษฎร” เขย่าอำนาจ “ประยุทธ์”

18 พ.ย. 2563 | 09:42น.

17-18 พฤศจิกายน กลายเป็นวาระหยุดลมหายใจการเมือง

เพราะสมาชิกรัฐสภา 700 กว่าชีวิต นัดหารือพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 7 ญัตติ

อันเป็น 1 ในชนวนระเบิดการเมืองลูกใหญ่ที่รอคอยการแก้สลักอยู่ในเวลานี้

เป็น 1 ใน 3 ข้อเรียกร้องของมวลชนราษฎร ที่ระบุว่าจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เปิดทางให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญยกร่างใหม่ทั้งฉบับ

แต่เนื่องจากสมาชิกรัฐสภาซีก ส.ว.และ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เคย “หักอก” มวลชนมาแล้ว 1 รอบ ครั้นซ่อนสัญญาณโหวตลับ และพลิกเกมตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาญัตติก่อนรับหลักการมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อ 24 กันยายนที่ผ่านมา

การนัดลงมติ 7 ญัตติแก้รัฐธรรมนูญรอบใหม่ จึงกลายเป็นเครื่อง “ชี้ชะตา” วิกฤตการเมืองแห่งทศวรรษใหม่ทันที

84 เสียง ส.ว.ชี้ขาดรัฐธรรมนูญ

กาง 7 ญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย 1.ร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ของรัฐบาล 2.ร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ของฝ่ายค้าน 3.ญัตติแก้ไขมาตรา 272 ตัดอำนาจ ส.ว.ร่วมโหวตเลือกนายกฯ พ่วงมาตรา 159 ปิดทางเลือกนายกฯคนนอก 4.ญัตติแก้ไขมาตรา 270 และมาตรา 271 ตัดอำนาจ ส.ว.ติดตามการปฏิรูปประเทศ

5.ญัตติแก้ไขมาตรา 279 ยกเลิกคำสั่ง-ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 6.ญัตติแก้ไขมาตรา 91-92 และมาตรา 94 และยกเลิกมาตรา 93 มาตรา 101 (4) และมาตรา 105 วรรคสาม เรื่อง ซึ่งระบบเลือกตั้งโดยให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ให้กลับไปใช้แบบรัฐธรรมนูญ 2540

ญัตติที่เข้ามาล่าสุดคือ 7.ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญภาคประชาชน ซึ่งมี “ไอลอว์” เป็นหัวหอกล่ารายชื่อเกาะขอบสนามการชุมนุมของกลุ่มต่าง ๆ ตั้งแต่เยาวชนปลดแอก จนถึงม็อบราษฎร

มีประชาชนลงชื่อสนับสนุนเกิน 1 แสนรายชื่อ แต่มีรายชื่อที่ครบถ้วนถูกต้องไม่มีถอนชื่อภายหลัง รวม 98,041 ชื่อสนับสนุนอยู่

การโหวตวาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ จะต้องได้เสียงเกินครึ่งของทั้ง 2 สภา ซึ่งขณะนี้มีสมาชิก 732 คน แบ่งออกเป็น ส.ส. 487 คน และ ส.ว. 245 คน ดังนั้น “เสียงเห็นชอบ” ในวาระที่ 1 หรือ “ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง” จึงเท่ากับ 366 เสียง และในจำนวนนี้ต้องมี ส.ว.เห็นชอบด้วย 84 เสียง

ท่ามกลางข่าวลือช่วง 48 ชั่วโมงก่อนการลงมติว่า ส.ส.ซีกรัฐบาล-ฝ่ายค้าน จะ “โหวตคว่ำ” ร่างแก้ไขของ “ไอลอว์” ทิ้ง รับหลักการเพียงแค่ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ทั้งของรัฐบาล และฝ่ายค้าน อาจรวมถึงรับญัตติปิดสวิตช์ ส.ว. มาตรา 272

เลาะแคมเปญ รธน.ไอลอว์

แกะร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญภาคประชาชน ที่มี “ไอลอว์” เป็นโต้โผ ชูแคมเปญ “5 ยกเลิก 5 แก้ไข” เพื่อ “รื้อ” ระบอบอำนาจของ คสช. “สร้าง” หนทางกลับสู่ประชาธิปไตย และเปิดทางให้เกิดการ “ร่าง” รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จากการมีส่วนร่วมของประชาชน

5 ประเด็นยกเลิก 1.ยกเลิกช่องทางนายกฯคนนอกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง 2.ยกเลิกแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีที่ คสช.เขียนขึ้น คิดแทนอนาคต กดทับรัฐบาลทุกชุด 3.ยกเลิกแผนปฏิรูปประเทศ ที่ คสช.เขียนขึ้น ความยาวรวมกว่า 3,000 หน้า ที่เขียนโดยคนของ คสช. 4.ยกเลิกท้องถิ่นพิเศษ ที่เปิดช่องผู้บริหารไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง และ 5.ยกเลิกนิรโทษกรรม คสช. ที่ช่วยคนทำรัฐประหาร ทำอะไรไว้ไม่มีทางผิด

5 ประเด็นแก้ไข 1.แก้ระบบบัญชีว่าที่นายกฯให้ชัด นายกฯต้องเป็น ส.ส.2.ให้ ส.ว.จากการเลือกตั้งของประชาชน แก้ไข 3.แก้กระบวนการสรรหาองค์กรอิสระ ยกเลิกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่เขียนโดยคนของ คสช.ทั้ง 7 ฉบับ 4.ปลดล็อกวิธีแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใช้เสียงครึ่งหนึ่งของสภา ไม่ต้องมีอำนาจพิเศษของ ส.ว. และ 5.ตั้ง ส.ส.ร. 200 คน จากการเลือกตั้งทั้งหมด

ส.ว.โดดขวางเต็มสูบ

แต่แล้วร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ ก็ส่อแววจะไม่ผ่านวาระที่ 1 ขั้นรับหลักการ เพราะเพลย์เมกเกอร์ทางการเมืองฝ่าย ส.ว. หลายคน อาทิ “คำนูณ สิทธิสมาน” มองปัญหาของร่างไอลอว์ว่า จะทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง

1.ถ้ามีผลบังคับใช้จะยกเลิก ส.ว.ชุดปัจจุบันทันที และไปเลือกใหม่ตามรัฐธรรมนูญ ใช้เวลา 2-3 เดือน ระหว่างที่ไม่มี ส.ว.ชุดใหม่ รัฐสภาองค์ประกอบก็จะไม่ครบ

2.การยกเลิกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 7 ฉบับ จะทำให้ประเทศเกิดสุญญากาศ

“ดังนั้น การที่รับหลักการเข้ามาแล้วจะไปแปรญัตติแก้ไขในวาระที่ 2 อาจจะเป็นปัญหาขึ้นมา จึงไม่ปลงใจที่จะเห็นด้วยได้”

ขณะที่ “พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม” ส.ว.อีกรายระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับร่างไอลอว์แม้รัฐธรรมนูญ 2560 มีทั้งดีและไม่ดี ถ้ารัฐธรรมนูญไม่ดีอย่างไรควรแก้แบบรายมาตรา ไม่ควรไปยกเลิกทั้งหมดแล้วร่างขึ้นมาใหม่ โดยที่เราไม่รู้ว่าร่างใหม่แล้วทิศทางมันจะเป็นอย่างไร

“มันจะเกิดสภาพปัญหาต่อไปในอนาคตได้ มันคงยุ่งยากมากมาย ส่วนข้อเสนอที่ให้ยกเลิกองค์กรอิสระ และ พ.ร.ป.ว่าด้วยรัฐธรรมนูญ มันอาจจะมีช่องว่างเกิดวิกฤตได้ จะทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งเพิ่มขึ้นมาได้ ส่วนการยกเลิกมาตรา 279 เกี่ยวกับประกาศคำสั่ง คสช. อาจจะเกิดปัญหาทางกฎหมายในอนาคตได้เช่นกัน แทนที่จะแก้แล้วลดปัญหาความขัดแย้ง แต่อาจจะกลายเป็นเพิ่มความขัดแย้งให้มากขึ้นไปหรือไม่ จึงเป็นสิ่งที่น่ากังวล”

บ่งชี้ว่าการจะขอเสียง 84 เสียง จาก ส.ว.ลากตั้ง อาจยากยิ่งกว่ายาก

ฝ่ายค้านหนุนฉบับภาคประชาชน

ทำให้พรรคฝ่ายค้าน 6 พรรค ต้องผนึกกำลังมีมติ “เด็ดขาด” สนับสนุนร่างของไอลอว์ “ชูศักดิ์ ศิรินิล” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มือกฎหมายประจำฝ่ายค้าน กล่าวว่า ร่างของไอลอว์ พรรคร่วมฝ่ายค้านมีความเห็นตรงกันว่าควรสนับสนุนร่างของประชาชนฉบับนี้ ด้วยเหตุผล 4 ประการ

1.การนำเสนอกฎหมายโดยประชาชน เป็นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นการใช้สิทธิตามอำนาจอธิปไตยที่เสนอกฎหมายผ่านรัฐสภา

2.ประชาชนมีความตั้งใจที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ด้วยมองเห็นปัญหาในรัฐธรรมนูญ ซึ่งความเห็นของประชาชนก็สอดคล้องกับความเห็นของพรรคร่วมรัฐบาล และพรรคร่วมฝ่ายค้านที่มองเห็นปัญหาเช่นเดียวกัน

3.หลักการร่างของประชาชนที่เหมือนกับหลักการของรัฐบาล และฝ่ายค้าน คือ เห็นว่าควรมี ส.ส.ร. ขึ้นมาแก้รัฐธรรมนูญ

และ 4.ร่างของประชาชนนี้ไม่ได้ขัดกับบทบัญญัติของกฎหมายใดเลย

อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวในแกนนำพรรคฝ่ายค้านมอง “ข้ออ่อน” ของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับ “ไอลอว์” ว่า ไอลอว์เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ “แยกเป็นญัตติ” แต่เสนอรวมเป็นร่างเดียวกัน 1 ร่างแก้ไข หาก ส.ส.+ส.ว.จะคว่ำ ก็จะทำให้ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตกไปทั้งฉบับ จึงเป็นที่มาของฝ่ายค้านยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญแยกเป็นญัตติ

คว่ำร่าง “ไอลอว์” คนลงถนน

ฝ่ายเจ้าของร่าง “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผู้จัดการไอลอว์ ในฐานะผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดันร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน กล่าวว่า ข้อเสนอไอลอว์ยืนยันให้ยกเลิกที่มา ส.ว.แบบพิเศษ 250 คน ถ้าหากร่างรัฐธรรมนูญไอลอว์ผ่านรัฐสภาเมื่อไหร่ ก็แปลว่า ส.ว.ชุดนี้จะพ้นจากตำแหน่ง จึงเข้าใจได้ว่าเหตุใด ส.ว.จึงไม่อยากรับหลักการไว้พิจารณา แต่ ส.ว.ควรมีความรับผิดชอบต่อสังคมด้วยว่า หากโหวตไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับไอลอว์ตั้งอยู่บนเหตุผลอะไร เช่น ไอลอว์สนับสนุนให้ยกเลิก ส.ว. หาก ส.ว.ไม่เห็นด้วยก็แปลว่า ต้องการให้ ส.ว.อยู่ต่อ จะต้องอธิบายได้ว่ามีความชอบธรรมในทางเหตุผลอย่างไร

“ยิ่งชีพ” มองข้ามชอตว่า หากรัฐสภาไม่รับร่าง “ไอลอว์” เท่ากับบีบให้ม็อบ “ลงถนน” อย่างเดียว ไม่มีทางอื่น

“ถ้าไม่รับร่างไอลอว์ จะทำให้คนรู้สึกไม่มีความหวัง กระแสที่เรียกร้องรัฐธรรมนูญไม่ได้เริ่มจากเรา แต่เริ่มจากคนบนท้องถนนที่เขารู้สึกว่าต้องการออกจากการเมืองที่ผิดปกติ หน้าที่ของไอลอว์คือรวบรวมความต้องการที่อยู่บนท้องถนนมาเข้าสู่สภา ถ้าสภาไม่รับไว้พิจารณาก็เป็นการส่งสัญญาณว่าระบบกลไกรัฐสภาไม่พร้อมรับฟังข้อเสนอที่เกิดขึ้นบนท้องถนน แปลว่าหากแก้ปัญหาที่มีอยู่ไม่ได้ ก็ทำให้คนต้องลงถนนอย่างเดียว”

“เป็นห่วงสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ว่าวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ถ้ากลไกที่มีอยู่ไม่สามารถพึ่งพาได้ สิ้นหวังแล้ว” ยิ่งชีพระบุ

ทั้งนี้ แผน 2 หากรัฐสภาคว่ำร่างไอลอว์จะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในสมัยประชุมหน้าอีกหรือไม่ “ยิ่งชีพ” กล่าวว่า การยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ง่าย เพราะต้องรวบรวมรายชื่อของประชาชนใหม่ และถ้ารวบรวมรายชื่อใหม่ก็จะรบกวนทุกคนที่เคยลงชื่อ หากครั้งต่อไปจะทำแบบเดิมและนำไปสู่ปลายทางแบบเดิม จึงไม่แน่ใจว่าจะทำหรือไม่

“เมื่อประตูแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกเปิดขึ้นแล้ว และคนสนใจ สภาก็รับรู้แล้วว่าคนสนใจเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว คนอื่นเขาก็คงทำกิจกรรมในรูปแบบใหม่ได้ ข้อเสนอการแก้ไขรัฐธรรมนูญอาจเสนอในรูปแบบอื่น ประเด็นอื่น หรือในประเด็นคล้ายกัน เช่น ไอลอว์เสนอรอบนี้ 10 ประเด็น คนอื่นอาจหยิบบางประเด็นมาเสนอก็สามารถทำได้ แต่จะคาดหวังให้ไอลอว์เป็นเจ้าภาพเสนอใหม่ตลอดอาจจะไม่ใช่ แม้ไม่ได้ปิดโอกาสนั้น แต่เราจะไม่ทำแน่ ๆ”

ญัตติฝ่ายค้านจ่อถูกตีตก

ขณะที่ 4 ญัตติของฝ่ายค้าน ที่ต้องการให้แก้รายมาตรา คู่ขนานกับร่างใหม่ทั้งฉบับโดย ส.ส.ร.นั้น เสี่ยงสูงที่อาจจะถูกตีตก เพราะมีการวิเคราะห์ในหมู่ส.ว.ว่า หากรัฐสภามีมติรับหลักการร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 ของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล พร้อมไปกับรับญัตติร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมอีก 4 ฉบับ ของฝ่ายค้านที่ต้องการแก้รายมาตรา จะมีผลทำให้เกิด 2 องค์กรที่มีอำนาจทับซ้อนกันในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ คือ รัฐสภา ทับซ้อนกับ ส.ส.ร.

“เป็นสิ่งที่ไม่พึงกระทำ เพราะขัดกับหลักการสำคัญที่ถือว่ารัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด จะมีผลย้อนแย้งในทางปฏิบัติ และจะเป็นการสร้างปัญหาทางกฎหมายและปัญหาอื่นต่อไปในอนาคต”

นอกจากนี้ยังเห็นว่า ญัตติแก้รัฐธรรมนูญที่ยกเลิกมาตรา 279 อันเป็นมาตราที่รับรองความชอบธรรมของประกาศ คำสั่ง คสช.นั้น หากรัฐสภารับหลักการไปแล้วมีผลบังคับใช้จะทำให้เกิดปัญหาทางกฎหมาย อาทิ จะส่งผลโดยตรงต่อสภาพบังคับของประกาศ คำสั่ง และการกระทำของ คสช. เพราะการตรากฎหมายขึ้นมาเพื่อรองรับบรรดาประกาศคำสั่ง และการกระทำดังกล่าวไม่อาจดำเนินการได้โดยเร็ว

มีผลเป็นการยกเลิกการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดบางกลุ่ม หรืออาจนำไปสู่ประเด็นความขัดแย้งใหม่ที่จะเกิดขึ้นในสังคมไทย จึงควรคงมาตรา 279 ไว้ตามเดิม หากจะแก้หรือยกเลิกให้ดูเป็นรายกรณี

ร่างของไอลอว์-ร่างของฝ่ายค้านอาจถูกตีตกไปบางญัตติ เหลือแค่ญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 256 ส่วนญัตติปิดสวิตช์ ส.ว. อาจมี ส.ว.ลากตั้งบางกลุ่มโหวตให้ แต่ยังต้องลุ้นเหนื่อย ที่เหลือ 4 ญัตติ มีความเสี่ยงว่าน่าจะแท้งก่อนคลอด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัฐธรรมนูญ