ส่องมาตรการเข้าประเทศ หลังหลายชาติเริ่มพิจารณาโควิดเป็นโรคประจำถิ่น
ส่องมาตรการเดินทางเข้าประเทศ หลังหลายชาติและดินแดนเริ่มพิจารณาโควิดเป็นโรคประจำถิ่น จีน-ไต้หวัน ยังคุมมาตรการเข้ม ส่วนสิงคโปร์เริ่มลดขั้นตอนการตรวจ ด้านญี่ปุ่นเตรียมผ่อนคลายมาตรการเร็ว ๆ นี้
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังหลายประเทศเริ่มปรับมุมมองการควบคุมการระบาดเชื้อโควิด-19 สู่การ “อยู่ร่วมกับโควิด” ทำให้หลายประเทศเริ่มพิจารณาปรับมาตรการควบคุมโรค พิจารณาการเปิดพรมแดน รวมถึงทยอยผ่อยคลายมาตรการควบคุมการเดินทางเข้าประเทศ โดย “ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมมาตรการการเดินทางเข้าประเทศของกลุ่มประเทศหรือดินแดนที่ชาวไทยมักเดินทางไปเยือน และกลุ่มประเทศที่มีนักท่องเที่ยวมาเยือนไทยเป็นจำนวนมาก สรุปพอสังเขปได้ดังต่อไปนี้
มาเลเซีย
ปัจจุบันมาตรการเดินทางเข้ามาเลเซีย สำหรับผู้ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดสและได้รับการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ จะต้องกักตัวเป็นเวลา 5 วัน, ตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยวิธี RT-PCR เป็นเวลา 2 วันก่อนการเดินทาง, ตรวจ RT-PCR อีกครั้งในวันที่เดินทางมาถึง และตรวจ RT-PCR ในวันที่ 4 หรือ RTK-Ag ในวันที่ 5


ส่วนการเดินทางเพื่อเข้าสู่เกาะลังกาวี ผ่านระบบ Langkawi Travel Bubble นั้น ผู้เดินทางต้องได้รับวัคซีนครบโดส, มีประกันการเดินทางครอบคลุมการรักษาโควิด-19 วงเงินขั้นต่ำ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ, ตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR ก่อนการเดินทาง 2 วัน, ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น MySejahtera, ตรวจ ATK ด้วยตนเองในวันที่ 2, 4 และ 6, ตรวจ ATK ด้วยผู้เชี่ยวชาญในวันที่ 3 และ 5 และสามารถเดินทางไปยังพื้นที่อื่นในมาเลเซียได้ในวันที่ 8
ที่มา : การท่องเที่ยวมาเลเซีย ประจำประเทศไทย
ลาว
ลาวเปิดรับนักท่องเที่ยวจาก 31 ประเทศ โดยเปิดนำร่อง 3 เมืองสำคัญได้แก่ เวียงจันทร์ หลวงพระบาง และวังเวียง
จากนั้นรัฐบาลเตรียมขยายเป็น 4 เมือง กระทั่ง 10 เมืองในช่วงกลาง ในลักษณะเป็นการท่องเที่ยวผ่านกรุ๊ปทัวร์ภายใต้เงื่อนไขที่นักท่องเที่ยวจะต้องมีผลการฉีดวัคซีนและมีประกันโควิดคุ้มครอง จากนั้นรัฐบาลจะประเมินเพื่อเตรียมเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบอีกครั้งช่วงปลายปีนี้
ที่มา : https://www.prachachat.net/world-news/news-865971
ญี่ปุ่น
สำนักข่าวเจแปนไทมส์ รายงานเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 ว่า ญี่ปุ่นเตรียมปรับลดมาตรการให้ชาวต่างชาติสามารถเดินทางเข้าประเทศตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2565 เป็นต้นไป
– ชาวต่างชาติที่เป็นนักเรียน นักวิจัย นักธุรกิจสามารถเดินทางเข้าญี่ปุ่นได้ ส่วนนักท่องเที่ยวยังไม่สามารถเดินทางเข้าญี่ปุ่นได้
– ลดวันกักตัวเองจาก 7 วัน เหลือ 3 วัน โดยต้องกักตัวที่บ้าน หรือสถานที่ที่เลือกไว้
– เพิ่มโควต้าผู้เดินทางเข้าประเทศจากเดิม 3,500 คน เป็น 5,000 คน ต่อวัน โดยโควต้าดังกล่าวรวมทั้งชาวญี่ปุ่นที่เดินทางกลับประเทศ และชาวต่างชาติที่เข้าเกณฑ์ของทางการ
– ยังต้องส่งผลตรวจโควิด-19 เมื่อเดินทางถึงญี่ปุ่น และต้องมีผลการตรวจโควิด-19 เป็นลบก่อนการออกเดินทาง 72 ชม.
– สามารถใช้บริการขนส่งมวลชนเพื่อเดินทางไปยังสถานที่กักตัว ซึ่งอาจเป็นบ้าน หรือสถานที่ที่ได้เลือกไว้ได้
ที่มา : https://www.japantimes.co.jp/news/2022/02/21/national/march-border-rules-explainer/
จีน
ข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงปักกิ่ง ระบุว่า สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางเข้ากรุงปักกิ่งจากต่างประเทศ ปัจจุบัน กรุงปักกิ่งดำเนินมาตรการเบื้องต้นในการควบคุมโรคในรูปแบบ 14+7+7 โดยเมื่อเดินทางเข้าประเทศจีนที่กรุงปักกิ่ง และเข้ารับการกักตัวที่รัฐบาลจัดให้ครบ 14 วันแล้ว ผู้เดินทางต้องกักตัวที่บ้านหรือกักตัวในสถานกักตัวที่รัฐจัดให้ต่ออีก 7 วัน และเมื่อครบ 7 วันแล้ว ผู้เดินทางจะต้องเฝ้าระวังดูอาการต่อเป็นเวลาอีก 7 วัน
– สำหรับผู้ที่เดินทางเข้าประเทศจีน โดยกักตัวหรืออาศัยอยู่ที่นอกกรุงปักกิ่งครบ 21 วัน สามารถเดินทางเข้ากรุงปักกิ่งได้ และเมื่อเดินทางถึงกรุงปักกิ่งแล้ว จะต้องเฝ้าระวังดูอาการต่อเป็นเวลา 7 วัน
– สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่นอกกรุงปักกิ่งไม่ครบ 21 วัน และได้เดินทางเข้ากรุงปักกิ่งแล้ว จะต้องกักตัวที่บ้าน หรือในสถานกักตัวที่รัฐจัดให้ต่ออีก 7 วัน และเฝ้าระวังดูอาการต่อเป็นเวลาอีก 7 วัน
ที่มา : https://thaiembbeij.org/th/covid-19/entering-beijing/
สิงคโปร์
ตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2022 เวลา 23.59 น. (ตามเวลาประเทศสิงคโปร์) ผู้เดินทางจากประเทศไทยที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้วสามารถเดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์ได้ผ่าน Vaccinated Travel Land (VTL) ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
– ฉีดวัคซีนครบโดสตาม WHO Emergency Use Listing Vaccines เป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนเดินทางถึงประเทศสิงคโปร์ ผู้เดินทางสามารถตรวจสอบว่าได้รับวัคซีนครบถ้วนหรือไม่ได้ที่
– แสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนที่ออกให้โดยประเทศสิงคโปร์ ประเทศไทย
– แสดงหลักฐานผลตรวจ COVID-19 ด้วยวิธี PCR หรือ ART โดยบุคลากรทางการแพทย์ที่ตรวจภายใน 2 วันก่อนการเดินทางเข้าประเทศสิงคโปร์ ผู้เดินทางสามารถตรวจสอบรายชื่อห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองสำหรับการตรวจ PCR หรือ ART
– เดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ด้วยไฟลท์ VTL
– เข้ารับการตรวจ ART ด้วยตนเองภายใต้การกำกับดูแลที่ Quick Test Centre (QTC) หรือ Combined Test Centre (CTC) ภายใน 24 ชั่วโมงหลังการเดินทางเข้ามายังประเทศสิงคโปร์โดยสามารถตรวจสอบรายชื่อ QTC/CTC ใกล้เคียงได้ที่ https://gowhere.gov.sg/testcentres
– ประชาชนชาวสิงคโปร์ ผู้อยู่อาศัยถาวร และผู้ถือบัตรแสดงถิ่นพำนักระยะยาว (ยกเว้นผู้ถือบัตรทำงาน) ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเพื่อเดินทางกลับประเทศสิงคโปร์ผ่าน VTL แต่มีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข VTL ทั้งหมด
– ผู้เดินทางระยะสั้นที่ผ่านเงื่อนไข VTL สามารถสมัคร Vaccinated Travel Pass (VTP) ได้ที่ https://go.gov.sg/vtl-portal ในระยะเวลา 3 ถึง 60 วันตามปฏิทินก่อนวันเดินทางเข้า ผู้เดินทางต้องซื้อประกันการเดินทางที่มีมูลค่าประกันอย่างน้อย 30,000 ดอลล่าร์สิงคโปร์ โดยครอบคลุมค่ารักษา COVID-19
ตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://safetravel.ica.gov.sg/vtl/requirements-and-process
ที่มา : https://www.facebook.com/SingaporeEmbassyBangkok/
เวียดนาม
สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เวียดนามประกาศเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2565 เป็นต้นไป โดยนักท่องเที่ยวจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบโดส พร้อมทั้งจำเป็นต้องโชว์ผลตรวจโควิด-19 เป็นลบ ก่อนการเดินทาง และเมื่อนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศโดยเครื่องบิน ต้องทำการตรวจโควิด-19 อีกครั้ง ในที่พักภายใน 24 ชั่วโมงหลังเดินทางมาถึงเวียดนาม นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติ จะต้องมีประกันสุขภาพครอบคลุมการรักษาโควิด-19 วงเงินคุ้มครองขั้นต่ำ 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ
https://edition.cnn.com/travel/article/vietnam-reopening-international-tourists/index.html
ไต้หวัน
ปัจจุบันไต้หวันยังไม่เปิดพรมแดนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยปัจจุบันทางการอนุญาตการเดินทางเฉพาะวีซ่านักเรียน วีซ่าแรงงาน และวีซ่าธุรกิจเท่านั้น โดยจะเป็นการพิจารณาเป็นรายกรณีไป
ส่วนความคืบหน้าของการปรับลดความเข้มข้นของมาตรการ สำนักข่าวกลางแห่งไต้หวัน (The Central News Agency : CNA) รายงานเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ว่า นายเฉิน ฉือ ชัง รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของไต้หวัน เปิดเผยว่า ไต้หวันเตรียมเปิดให้นักธุรกิจสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ในช่วงเดือนมีนาคมนี้ และเตรียมลดเวลาการกักตัวสำหรับผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ
โดยศูนย์บัญชาการควบคุมการระบาดกลาง (CECC) เตรียมยกเลิกมาตรการสำหรับนักธุรกิจที่เดินทางเข้าไต้หวัน และนักท่องเที่ยวจะได้รับการปรับลดการกักตัวจาก 14 วัน เหลือ 10 วัน และในเดือนเมษายน หากมาตรการดังกล่าวเป็นไปได้ด้วยดี ทางการเตรียมปรับลดวันกักตัวเหลือ 7 วัน
ขณะที่ นาย Chang Hsi-tsung ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน เปิดเผยว่า ไต้หวันอาจเปิดพรมแดนให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศได้ในช่วงไตรมาส 3 หรือ 4 ภายใต้เงื่อนไขการฉีดวัคซีน
ที่มา : https://focustaiwan.tw/society/202202170013
https ://www.taiwannews.com.tw/en/news/4447380
ออสเตรเลีย
ข้อมูลจากเว็บไซต์ของกระทรวงกิจการภายในออสเตรเลีย ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2565 เป็นต้นไป ผู้ถือวีซ่าออสเตรเลีย และได้รับการฉีดวัคซีนครบโดส สามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศได้โดยไม่ต้องมีการกักตัว ขณะที่ผู้ถือวีซ่าและยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนจำเป็นต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวที่ทางการแต่ละรัฐกำหนดไว้
ที่มา : https://covid19.homeaffairs.gov.au/travel-restrictions
สหรัฐอเมริกา
ผู้ที่เดินทางเข้าสหรัฐผ่านเครื่องบิน ไม่ว่าสัญชาติใด หรือได้รับวัคซีนมาหรือไม่ก็ตาม ที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป จะต้องแสดงเอกสารผลการตรวจหาเชื้อดควิด-19 ที่มีอายุไม่เกิน 1 วันก่อนการขึ้นเครื่องเที่ยวบินไปยังสหรัฐ
สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://travel.state.gov/content/travel/en/traveladvisories/ea/requirements-for-air-travelers-to-the-us.html
(ข้อมูล ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565)
เดนมาร์ก
– ชาวไทยที่ได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบโดสแล้ว (ในกลุ่มวัคซีนที่ต้องฉีดสองเข็ม ต้องได้รับวัคซีนเข็มที่สอง มาไม่เกิน 270 วัน) สามารถเดินทางเข้าประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัว หรือตรวจหาเชื้อ
– ชาวไทยที่เคยติดเชื้อ และมีเอกสารยืนยันผลตรวจ RT-PCR เป็นลบมาแล้วไม่ต่ำกว่า 11 วันและไม่เกิน 180 วัน สามารถเดินทางเข้าประเทศเดนมาร์กได้โดยไม่ต้องกักตัว หรือตรวจหาเชื้อ
– หากยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนครบโดส จำเป็นต้องมีการกักตัวเองเป็นเวลา 10 วัน พร้อมทั้งทำการตรวจหาเชื้อภายในเวลา 24 ชั่วโทมงที่เดินทางมาถึงเดนมาร์ก
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ : https://en.coronasmitte.dk/travel-rules/categorization-of-countries
สวีเดน
บุคคลที่ได้รับใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด 19 ที่ประเทศไทยออกให้จะได้รับการยกเว้น กล่าวคือ สามารถเดินทางเข้าประเทศสวีเดนได้และไม่ต้องแสดงผลตรวจโรคโควิด 19 อีก [อนึ่ง ผู้ที่มีสัญชาติสวีเดนสามารถเดินทางเข้าประเทศสวีเดนได้อยู่แล้ว และได้รับการยกเว้น ไม่ต้องแสดงผลตรวจโรคโควิด 19 ว่าไม่ติดเชื้อ]
อย่างไรก็ตาม ก่อนเดินทาง สายการบินอาจจะขอให้แสดงหลักฐานผลตรวจโรคโควิด 19 ว่าไม่ติดเชื้อ สถานเอกอัครราชทูตสวีเดนจึงมีข้อเสนอแนะให้ท่านตรวจสอบเงื่อนไขการบินกับสายการบินนั้น ๆ ก่อนการเดินทาง
ข้อมูลเพิ่มเติมภาษาอังกฤษ: https://bit.ly/3qEZv1M
ที่มา : Facebook : Embassy of Sweden in Bangkok
อังกฤษ
ประกาศเปลี่ยนแปลงระเบียบการเดินทางเข้าอังกฤษ สำหรับผู้เดินทางถึงอังกฤษตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ เวลา 04.00 น.(ตามเวลาของประเทศอังกฤษ) เป็นต้นไป https://www.gov.uk/…/travel-to-england-from-another…
ในกรณีที่ผู้เดินทางที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว
– ไม่จำเป็นต้องตรวจหาเชื้อก่อนเดินทางและหลังเดินทางถึงอังกฤษ
– กรอก Passenger Locator Form ภายใน 48 ชั่วโมงก่อนเดินทางถึงอังกฤษ
ส่วนกรณีที่ผู้เดินทางที่ยังฉีดวัคซีนไม่ครบโดสจะต้องปฏิบัติดังนี้
– แสดงหลักฐานการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่มีผลเป็นลบ ภายใน 2 วันก่อนเดินทางเข้าอังกฤษ
– จองและชำระเงินค่าตรวจหาเชื้อโควิด-19 แบบ PCR Test ล่วงหน้า สำหรับการตรวจภายในวันที่ 2 และวันที่ 8 หลังเดินทางถึง (สามารถหาผู้ให้บริการได้ผ่านลิงก์นี้ : https://www.gov.uk/find-travel-test-provider)
– กรอก Passenger Locator Form ภายใน 48 ชั่วโมงก่อนเดินทางถึงอังกฤษ (ต้องกรอกหมายเลขการจองบริการตรวจหาเชื้อในฟอร์มนี้ด้วย สามารถกรอกฟอร์มได้ที่ลิงก์นี้ https://www.gov.uk/provide-journey-contact-details-before…)
– เมื่อเดินทางถึงแล้วไม่ต้องกักตัว ยกเว้นกรณีที่ผลตรวจ PCR Test ออกมาเป็นบวก
– เข้ารับการตรวจหาเชื้อตามที่ได้จองไว้ล่วงหน้าในวันที่ 2 และวันที่ 8
หากได้รับวัคซีนชนิดใดชนิดหนึ่งดังต่อไปนี้ครบโดสภายใน 14 วันก่อนเดินทางจะถือว่าท่าน “ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว” โดยสามารถฉีดไขว้ได้เช่นกัน
– Oxford/AstraZeneca (รวมถึงวัคซีนแอสตราเซเนกาที่ผลิตในประเทศไทย)
– Pfizer BioNTech
– Moderna
– Janssen
– Sinovac-CoronaVac
– Sinopharm Beijing
– Covaxin
ทั้งนี้ ต้องมีหลักฐานในการฉีดวัคซีนซึ่งออกโดยกระทรวงสาธารณสุข (หรือหน่วยงานด้านสาธารณสุขของรัฐบาลซึ่งมีอำนาจรับผิดชอบในระดับประเทศ) ซึ่งระบุ ชื่อ-นามสกุล วันเกิด ชนิดวัคซีนและผู้ผลิตวัคซีนนั้น เป็นภาษาอังกฤษ
ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.gov.uk/guidance/travel-to-england-from-another-country-during-coronavirus-covid-19
ฝรั่งเศส
– ผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ไม่ต้องมีเอกสารการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนออกเดินทาง
– มี Vaccination Pass
– ประเทศไทยยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศสีส้ม นักเดินทางชาวไทยที่เดินทางออกจากประเทศไทยยังต้องกรอกฟอร์มก่อนการเดินทาง บนเว็บไซต์ https://passager.serveureos.org/
ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.diplomatie.gouv.fr/en/coming-to-france/coming-to-france-your-covid-19-questions-answered/