เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
มท.1 ลงนาม ตั้ง ‘รองเซมเบ้’ นั่งรักษาการอธิบดี สถ. มีผล 17 ก.ค. เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
Uncategorized มท.1 ลงนาม ตั้ง ‘รองเซมเบ้’ นั่งรักษาการอธิบดี สถ. มีผล 17 ก.ค. เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
P&G โหมตลาดดูแลผม 2 หมื่นล้าน ปูพรมทรีตเมนต์-แชมพูพรีเมี่ยม
Business P&G โหมตลาดดูแลผม 2 หมื่นล้าน ปูพรมทรีตเมนต์-แชมพูพรีเมี่ยม
ดร.อัทธ์ เตือนไทยเสี่ยงโดนภาษีควบ 25% ซ้ำรอย GDP ต่ำ 2% สินค้าจีนทะลักพ่นพิษยาว
Economic ดร.อัทธ์ เตือนไทยเสี่ยงโดนภาษีควบ 25% ซ้ำรอย GDP ต่ำ 2% สินค้าจีนทะลักพ่นพิษยาว
เปิด 10 ทำเลทอง ของคนซื้อที่อยู่อาศัย ‘พระราม 9-บางนา’  มาแรง
Uncategorized เปิด 10 ทำเลทอง ของคนซื้อที่อยู่อาศัย ‘พระราม 9-บางนา’ มาแรง
อสมท ออกแถลงการณ์ขอโทษ เหตุปะทะผู้สื่อข่าวหน้าทำเนียบฯ ตั้งสอบข้อเท็จจริง ย้ำยึดจริยธรรมวิชาชีพ
Biz Movement อสมท ออกแถลงการณ์ขอโทษ เหตุปะทะผู้สื่อข่าวหน้าทำเนียบฯ ตั้งสอบข้อเท็จจริง ย้ำยึดจริยธรรมวิชาชีพ
เพลิงไหม้ ‘โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว’ ดับเพิ่ม 33 ราย บาดเจ็บ 71 ราย
News เพลิงไหม้ ‘โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว’ ดับเพิ่ม 33 ราย บาดเจ็บ 71 ราย
นายกฯ ถก ภาคธุรกิจยุโรป ขอหนุนปิดดีล FTA ไทย-อียู สิ้นปี 69
Politics นายกฯ ถก ภาคธุรกิจยุโรป ขอหนุนปิดดีล FTA ไทย-อียู สิ้นปี 69
‘อนุทิน’ บินเซี่ยงไฮ้ดึงลงทุน AI ย้ำจีนมหามิตร หนุนไทยทุกเรื่อง
Politics ‘อนุทิน’ บินเซี่ยงไฮ้ดึงลงทุน AI ย้ำจีนมหามิตร หนุนไทยทุกเรื่อง
คลังออกบอนด์ ‘ออมพลัส’ ดอกเบี้ย 1.8-2.8% เข้าถึงง่าย หวังดึงดูดผู้ลงทุนรุ่นใหม่ เริ่มขาย 31 ก.ค.นี้
Finance คลังออกบอนด์ ‘ออมพลัส’ ดอกเบี้ย 1.8-2.8% เข้าถึงง่าย หวังดึงดูดผู้ลงทุนรุ่นใหม่ เริ่มขาย 31 ก.ค.นี้
Green Building Certification จากทางเลือก สู่ความจำเป็นในการอยู่รอดของอาคารเชิงพาณิชย์ไทย
World Green Building Certification จากทางเลือก สู่ความจำเป็นในการอยู่รอดของอาคารเชิงพาณิชย์ไทย
ดูทั้งหมด

“หมออุดม” นำร่องทลายกำแพงคณะใน 7 มหา’ลัย ปี’61 จี้ ม.ปรับตัวก่อนทยอยปิด

04 ม.ค. 2561 | 14:58น.

เมื่อวันที่ 4 มกราคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) นพ.อุดม คชินทร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการมอบนโยบายด้านอุดมศึกษาแก่ผู้บริหาร สกอ.ว่า มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวเป็นแหล่งการเรียนรู้ตามทิศทางอุดมศึกษาโลกยุคใหม่ สอนเด็กให้มีกระบวนการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงภาพใหญ่ของโลก ปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว เรียนรู้สื่อรูปแบบใหม่อย่างเท่าทัน พร้อมมีความคิดสร้างสรรค์ และแรงบันดาลใจอันแรงกล้า ในการสร้างการเปลี่ยนแปลงชุมชน สังคม และโลก อนาคตมหาวิทยาลัยจะลดลง ส่วนหนึ่งจากอัตราการเกิดที่ลดลง แต่ขณะเดียวกันการเรียนในระบบออนไลน์จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ปัจจุบันเรามีมหาวิทยาลัยทั้งหมด 157 แห่ง อนาคตหากไม่ปรับตัวจะต้องปิดตัวลง โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเอกชนที่จะทยอยปิดตัวลงอย่างแน่นอน ดังนั้น นโยบายของตน มหาวิทยาลัยจะต้องปรับการเรียนการสอน ต่อไปความสำคัญของปริญญาจะน้อยลง ผู้จ้างงานจะไม่ดูที่เกรดเฉลี่ย แต่จะดูทักษะความสามารถในด้านต่างๆ เพราะเชื่อว่าทักษะจะทำให้คนทำงานร่วมกับคนอื่นได้ มหาวิทยาลัยจะต้องสอนคนให้จบออกมาแล้วมีงานทำ ไม่ใช่ตกงาน ขนาดมหาวิทยาลัย (มม.) ซึ่งเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ยังมีบัณฑิตตกงานถึง 16%

นพ.อุดมกล่าวต่อว่า ตนอยากให้อุดมศึกษามีหน้าที่ในการสร้างศักยภาพของประเทศ ปัจจุบันรัฐบาลให้งบประมาณมหาวิทยาลัยต่างๆ ประมาณ 1 แสนล้านบาทต่อปี ในการพัฒนามหาวิทยาลัย และบัณฑิต ซึ่งมีประมาณ 2 ล้านคน แต่ลงทุนไม่กี่หมื่นล้านบาทกับคนวัยทำงานกว่า 40 ล้านคน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่จบประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จบปริญญาตรี เพียง 25% หากเป็นเช่นนี้เราคงสู้กับใครไม่ได้ ที่พูดแบบนี้ไม่ได้ดูถูกคนที่จบ ปวช.หรือ ปวส.และไม่ได้บอกว่าคนเหล่านี้ไม่สำคัญ แต่เป็นกลุ่มคนที่มหาวิทยาลัยต้องเข้าไปช่วยพัฒนาศักยภาพ และเป็นเรื่องสำคัญที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ มอบโจทย์ให้ตนไปหาแนวทางแก้ไขภายใน 3 เดือน

นพ.อุดมกล่าวต่อว่า อีกกลุ่มหนึ่งที่มหาวิทยาลัยต้องเตรียมพร้อมพัฒนา คือกลุ่มผู้สูงอายุ ซึ่งในปี 2566 ประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุมากถึง 20% ของประชากรทั้งประเทศ ปี 2573 เพิ่มเป็น 25% ถือเป็น 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด ดังนั้น มหาวิทยาลัยจะต้องเตรียมหลักสูตรเพื่อพัฒนาผู้สูงอายุให้สามารถทำงานได้อย่างมีคุณภาพ และมีศักดิ์ศรี ที่สำคัญ อยากให้มหาวิทยาลัยทลายกำแพงระหว่างคณะลง จัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการร่วมกัน เช่น คนที่เรียนคณะวิศวกรรมศาสตร์ สามารถเรียนด้านบริหารธุรกิจควบคู่ไปด้วยได้ เพื่อให้มีความรู้ความสามารถที่รอบด้านมากขึ้น ตอบโจทย์การทำงานในอนาคต ทั้งนี้ ตนจะให้มหาวิทยาลัยเริ่มทันทีในปีการศึกษา 2561 โดยจะเริ่มกับมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมประมาณ 7 แห่ง และต่อไปหากมหาวิทยาลัยสามารถเปิดสอนในทิศทางที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศไทย โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่จะต้องเพิ่มขึ้น โดยตนอาจจะให้งบเป็นรายหัว เช่นเดียวกับการผลิตแพทย์

“บัณฑิตในอนาคตต้องมีทักษะสำคัญ 2 อย่าง คือ ทักษะด้านภาษาอังกฤษ และทักษะด้านเทคโนโลยี ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในการทำงานในอนาคต เพราะไม่ว่าจะเก่งแค่ไหน หากพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ความเก่งจะหายไปครึ่งหนึ่ง สุดท้ายที่จะย้ำคือหลักการมหาวิทยาลัยจะต้องมีอิสระ แต่จะต้องตอบโจทย์ประเทศ ส่งเสริมประเทศให้เกิดการแข่งขัน โดยผมจะใช้กลไกทางงบในการผลักดัน การดำเนินการต้องสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ หากใครอยากทำอย่างอื่นต้องหาเงินเอง และผมกล้าทำ วันนี้เราต้องมีเป้าเดียวกัน คือเป้าหมายของประเทศ รัฐบาลนี้มีเป้าหมายชัดเจนคือพัฒนาประเทศสู่ไทยแลนด์ 4.0 ปัจจัยอย่างเดียวคือ มหาวิทยาลัยจะต้องเป็นมหาวิทยาลัย 4.0 ด้วย ดังนั้น จะต้องเกิดเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา มาทำหน้าที่วางแผนการผลิต และใช้กำลังคนของประเทศ กระทรวงการอุดมศึกษาที่จะเกิดครั้งนี้เป็นนโยบายรัฐบาลโดยตรง นายกฯ ให้ความสำคัญกับเรื่องวิจัย และนวัตกรรมอย่างมาก ถ้าไม่ทุ่มเทเรื่องอุดมศึกษา จะไม่สำเร็จ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว ต้องเกิดก่อนการเลือกตั้ง” นพ.อุดม กล่าว

นพ.อุดมกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ คาดว่า พ.ร.บ.การอุดมศึกษาจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) ในวันที่ 9 มกราคม ก่อนเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้าสู่ขั้นตอนของคณะกรรมการกฤษฎีกา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ใช้เวลา 6-8 เดือน คาดว่ากระบวนการทุกอย่างจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน ดังนั้น ในช่วงนี้จะต้องเร่งดำเนินการใน 5 ประเด็น เพื่อเตรียมความพร้อม คือ 1.การเตรียมโครงสร้างกำลังคน ทรัพยากร และความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อรองรับกระทรวงการอุดมศึกษา ที่จะเป็นองค์กรระดับประเทศในการขับเคลื่อนภาคอุดมศึกษาของชาติ 2.พัฒนายุทธศาสตร์ และโรดแมปของการอุดมศึกษาของชาติ 20 ปี 3.วางแผนกำลังคนของประเทศระยะ 20 ปี 4.พัฒนาระบบวิจัยและนวัตกรรมของการอุดมศึกษาของชาติ และ 5.ตอบโจทย์การพัฒนาพื้นที่ ขณะเดียวกัน สกอ.จะต้องทบทวนมาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี โท และเอกใหม่ หลักสูตรใดที่ไม่จำเป็นต้องปิด หลักสูตรที่สอนต้องมีความยืดหยุ่นมากขึ้น รวมถึง กระบวนการหลักสูตรรับทราบของ สกอ.จะต้องไปปรับให้เร็วขึ้น

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การศึกษา สกอ.