หมอโอภาส-ทอม เครือโสภณ แลกหมัดปมฉีดวัคซีน จาก USA กลับมาไทย

ทอมเครือโสภณซัดกลับหมอโอภาส
รายงานนี้เผยแพร่ทางออนไลน์ครั้งแรก เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2564
ปรับปรุงครั้งล่าสุดวันที่ 7 พฤษภาคม 2564

ดราม่านักธุรกิจดังฉีดวัคซีนฟรีที่อเมริกายังไม่จบ! หลัง “ทอม เครือโสภณ” รีวิวการฉีดวัคซีนที่อเมริกา ซัดหมอโอภาสให้ข้อมูลผิด ล่าสุดเผยกระทรวงสาธารณสุขเชิญไปฉีดซิโนแวกเพื่อประชาสัมพันธ์ แต่ถูกหมอโอภาสตอกกลับว่าไม่เคยเชิญ งานนี้นักธุรกิจดังจะว่าอย่างไร 

วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานกรณี นายจุลภาส หรือ ทอม เครือโสภณ ผู้ก่อตั้ง บริษัท โกลเด้น ไตร แองเกิล เฮลธ์ จำกัด หรือ GTH  โพสต์รูปผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม เผยว่าได้เข้ารับการฉีดวัคซีนต้านโควิดยี่ห้อไฟเซอร์ฟรี ที่นครลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา ทั้งยังเผยด้วยว่า ก่อนเดินทางมาสหรัฐฯ ตนได้ฉีดวัคซีนซิโนแวกครบ 2 โดสแล้ว

“ผมพูดได้เต็มปากว่าฉีดวัคซีนทั้งที่เมืองไทย และวันนี้ก็มาฉีดที่อเมริกา ที่เมืองไทยผมฉีดซิโนแวกครบ 2 โดส แต่เห็นว่ามาอเมริกาแล้วก็อยากฉีดอันที่ดีที่สุดคือไฟเซอร์ เลยลองนัดเข้ามา ง่ายมาก ๆ ให้เพื่อนลงทะเบียนให้ทางเว็บไซต์ พอมาถึงอเมริกาจะได้คิวอาร์โค้ด จากนั้นก็ให้พาสปอร์ตกับเจ้าหน้าที่ เลยถามว่า ถ้าเอาพาสปอร์ตไทย วีซ่าท่องเที่ยวมาวาง จะฉีดได้ไหม? เขาตอบว่าแค่มีคิวอาร์โค้ดลงทะเบียน เอาพาสปอร์ตมาวางก็ฉีดได้เลย” นายจุลภาสกล่าวและเล่าอีกว่า

“ไม่น่าเชื่อ ฉีดฟรี ไม่มีแถวเลย เข้าใจแล้วทำไมอเมริกาเขาถึงฉีดได้ 200 ล้านคน ภายในเวลาแป๊บเดียว ความแตกต่างระหว่างเมืองไทยกับอเมริกาคือ ที่เมืองไทยเขาจะสัมภาษณ์เรื่องสุขภาพก่อน วัดน้ำหนัก ความดัน แต่ที่อเมริกา เขาไม่ทำอะไรเลย เข้ามาปุ๊บ ต่อแถวให้ไอดี แล้วฉีดเลย ให้เลือกระหว่างไฟเซอร์ โมเดิร์นนา และจอห์นสัน แอนด์ จอห์สัน อีกสามอาทิตย์ ผมต้องมาที่นี่อีก เพื่อฉีดเข็มที่ 3”

นักธุรกิจดังยังบอกอีกว่า ถ้าคุณมีโอกาสที่จะมาอเมริกาเพื่อมาฉีดไฟเวอร์ มาเลย ผมลองแล้ว เร็ว ง่าย ฟรี โอเคเลย

วันเดียวกัน นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงประเด็นที่มีการแชร์ในโลกออนไลน์ว่า คนไทยบินไปต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ฟรี รวมถึงการจัดแพ็คเกจบินไปเป็นกลุ่มเพื่อไปฉีดวัคซีน จากข้อมูลที่สอบถามกับกระทรวงการต่างประเทศยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง

“หากเราใช้สามัญสำนึกเล็กน้อยในการวิเคราะห์ ที่สหรัฐอเมริกายังฉีดคนของเขาได้ไม่ถึงครึ่ง แล้วเขาจะไปแจกฉีดให้คนอื่นได้อย่างไร ถ้าฉีดแบบเสียเงินก็ยังพอมีเหตุผล แต่คนอเมริกาเองก็ยังฉีดไม่ครบ แล้วคนชาติอื่นจะฉีดฟรีก็ไม่สมเหตุสมผล โดยกระทรวงการต่างประเทศให้ข้อมูลมาว่า ข่าวนี้ไม่เป็นความจริง” นพ.โอภาสกล่าว

เมื่อ นายจุลภาส ได้ชมการแถลงข่าวของ นพ.โอภาส จึงได้เคลื่อนไหวทางเฟซบุ๊กอีกหลายโพสต์ เพื่อยืนยันว่าตนได้ฉีดวัคซีนฟรีที่อเมริกาจริง ๆ ถึงแม้อเมริกาจะไม่ฉีดให้คนต่างชาติทุกรัฐ แต่ยืนยันว่าที่รัฐแคลิฟอร์เนียและเนวาดา ฉีดแน่นอน สาเหตุเพราะอเมริกาเกรงว่าจะติดเชื้อจากคนต่างชาติ พร้อมทั้งทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้บนเฟซบุ๊ก ท้าให้ นพ.โอภาส โทรมาคุยกับตน ข้อความตอนหนึ่งเขียนว่า “หยุดป้องกันตำแหน่งตัวเองด้วยการให้ข้อมูลผิด กล้าจริงโทรมาสิ อย่ามั่ว”

ปิดท้ายว่า คนไทยจะเหลือความหวังอะไร เมื่อหมอที่ดูแลเรื่องโรค ยังให้ข้อมูลผิด รัฐบาลไทยเป็นห่วงเรื่องกลัวเสียหน้ามากกว่าชีวิตคนไทย”

 

อย่างไรก็ตาม ใต้โพสต์ของนายจุลภาส มีสุภาพสตรีท่านหนึ่งเข้ามาคอมเมนต์ตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็นเพราะนายจุลภาสมี กรีน การ์ด (บัตรประจำตัวที่รัฐบาลอเมริกาออกให้สำหรับบุคคลที่ได้รับการอนุญาตให้เข้ามาอยู่อาศัย รวมถึงทำงานอย่างถาวรในอเมริกา) จึงสามารถรับวัคซีนจากอเมริกาได้

หลังจากนั้นจึงมีอีกหลายคนเข้ามาแย้งว่า ไม่จำเป็นต้องมีกรีนการ์ดก็สามารถรับวัคซีนจากอเมริกาได้ เพราะมีเพื่อนหลายคนที่บินไปฉีดวัคซีนที่อเมริกา เนื่องจากตอนนี้อเมริกามีวัคซีนเหลือเฟือ ส่วนอีกคนยืนยันว่าฉีดฟรีนัดวัน ใช้เวลาไม่เกิน 15 นาที เมื่อฉีดแล้วก็นั่งรอหลังฉีดอีก 15 นาที หากไม่มีอะไรก็สามารถกลับบ้านได้เลย

ต่อมา มติชน รายงานว่า ในช่วงดึกวันที่ 6 พฤษภาคม 2564 นายจุลภาส ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการคมชัดลึกว่า ทางกระทรวงสาธารณะสุขได้เชิญให้ตน ไปเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นวัคซีนซิโนแวก เพื่อประชาสัมพันธ์ขั้นตอนการรับวัคซีนของประชาชนผ่าน Facebook live ของตน พร้อมระบุว่า ตนเป็นหนูทดลองให้กับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ทำข่าวประชาสัมพันธ์ในช่วงแรกที่เริ่มมีการฉีดวัคซีน โดยคลิปวีดีโอดังกล่าวเผยแพร่ไปแล้ว เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2564

ล่าสุด วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 นพ.โอภาส ยืนยันว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่เคยให้ประชาชนมาเป็นหนูทดลองฉีดวัคซีน เนื่องจากวัคซีนที่รัฐบาลจัดหามาฉีดให้ประชาชนต้องมีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และการตรวจสอบจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

นพ.โอภาส ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการระบุว่า กระทรวงสาธารณสุขเชิญนักธุรกิจบางท่านมาฉีดวัคซีนเพื่อประชาสัมพันธ์ ขอย้ำว่า กระทรวงสาธารณสุขไม่เคยเชิญนักธุรกิจคนดังกล่าวมาประชาสัมพันธ์เรื่องการฉีดวัคซีน รวมถึงการถ่ายคลิปในสถานพยาบาลเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เพราะต้องได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ก่อน

“ฉะนั้นไม่เป็นข้อเท็จจริง เรามีเกณฑ์ฉีดวัคซีนให้ผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศตามความจำเป็น เช่น นักเรียนที่ต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ, นักกีฬาที่เดินทางไปแข่งในนามประเทศไทย รวมถึงนางงามที่เข้าประกวดระดับนานาชาติ เลยไม่ทราบว่าเขาเข้ามาอยู่ในคณะนี้ได้อย่างไร” นพ.โอภาสกล่าว

ส่วนกรณีที่มีข่าวว่าคนไทยเดินทางไปสหรัฐอเมริกาแล้วจะได้รับการฉีดวัคซีนฟรี นพ.โอภาส ตอบว่า กระทรวงการต่างประเทศได้ทำเอกสารออกมาเตือนประชาชน เพราะแต่ละรัฐมีเงื่อนไขที่ต่างกัน ประชาชนอาจจะไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ทำให้เสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น ดังนั้น จะต้องดูข้อมูลให้ครบถ้วน

“มีข้อกำหนดที่เขาอาจจะกล่าวไม่หมด เช่นบางคนต้องมีใบเขียว (Green card) หรือมีญาติที่รู้จัก หรือบางรายเป็นเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยน เป็นสิ่งที่เขาไม่ได้บอก ทำให้ประชาชนสับสนคิดว่าใครไปก็ได้ฉีดทุกคน ซึ่งแต่ละรัฐมีข้อจำกัดที่ต่างกัน เหมือนว่าบอกความจริงแค่ครึ่งเดียว ขอให้ประชาชนดูเอกสารจาก กต. ข้อมูลทางการที่ระบุว่า หากจะไปจริง ๆ ให้ติดต่อสอบถามให้ดี เพื่อป้องกันประชาชนถูกหลอก” นพ.โอภาสกล่าว


เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรที่มีการกล่าวพาดพิงถึงตนเอง นพ.โอภาส บอกว่า ไม่ได้รู้สึกอะไร ถือว่าเป็นการทำหน้าที่จึงไม่มีความกังวลเรื่องอะไร ทำหน้าที่ให้กับประเทศชาติ อย่างน้อยก็เตือนประชาชนไม่ให้ถูกหลอก หรือเกิดความไขว้เขวโดยไม่จำเป็น

“ผมแจ้งเตือนประชาชน เพื่อไม่ให้ต้องเสียเงินเดินทางไปฉีด รวมถึงไปแล้วไม่รู้จะได้ฉีดเข็ม 2 หรือเปล่า กลับมาก็ถูกกักตัว เป็นการแจ้งเตือนประชาชนให้ศึกษาข้อมูลให้ดี จากข้อมูลที่เป็นทางการ” นพ.โอภาสกล่าว

นายจุลภาส ซึ่งก่อนหน้านี้โพสต์ข้อความขอยุติเรื่องกับ นพ.โอภาส เมื่อเห็นข่าวนี้ก็ออกมาตอบโต้อีกครั้ง บอกว่า นพ.โอภาส ไม่ใหญ่พอจะเชิญตัวเองไปฉีดวัคซีน ทั้งยังทวงให้ นพ.โอภาส ตอบประชาชนว่าตนเข้าไปฉีดวัคซีนและไลฟ์เฟซบุ๊กได้อย่างไร ปิดท้ายว่าตนถูก นพ.โอภาส โจมตีว่าโกหก เป็นครั้งที่สองแล้ว

แต่ไม่นาน นายจุลภาสก็โพสต์ข้อความอีกครั้งว่า พี่น้องคนไทยทุกคน อย่าให้เรื่องของตนที่มาฉีดวัคซีนที่อเมริกาเป็น drama ที่รบกวนชีวิต ประเทศไทยตอนนี้มีเรื่องสำคัญมากกว่าเรื่องของตนกับ นพ.โอภาส เราต้องดูแลตัวเอง ต้องหาทางเลือกที่ถูกต้องที่สุดให้กับตัวเอง ขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ ขอร้องทุกคนหาข้อมูล และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือฉีดวัคซีน

อย่างไรก็ตาม ใต้โพสต์ดังกล่าว นายจุลภาสได้โพสต์คลิปการไปฉีดวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขอีกครั้ง พร้อมย้อนถามว่า คุณหมอโอภาสครับ ที่ผมประชาสัมพันธ์สิ่งดีของกระทรวงออกไป มันเสียหายตรงไหนครับ แล้วผมเข้าไปได้ยังไง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ