เร่งแก้หนี้ของประชาชนรายย่อย

หนี้
ภาพจาก : freepik
บทบรรณาธิการ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา หลังพบข้อเท็จจริงว่า ประชาชนรายย่อยกำลังเผชิญกับสถานการณ์หนี้สินที่รุนแรง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผลกระทบของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้หนี้สินของประชาชนรายย่อยเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งภาระหนี้สินที่อยู่ในระดับสูงดังกล่าวจะเป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย รวมทั้งการดำเนินชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในระยะยาว

ความจริง คณะกรรมการชุดนี้ “ไม่ใช่เรื่องใหม่” แต่ได้ถูกดำเนินการมาตั้งแต่รัฐบาลชุดที่ผ่านมาก็มีการตั้งคณะกรรมการลักษณะเดียวกันนี้มาแล้ว โดยคณะกรรมการจะมีอำนาจหน้าที่ให้การจัดทำข้อเสนอแนะในการแก้ไขสถานการณ์หนี้สินของประชาชนรายย่อยต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ สร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในระยะยาว รวมไปถึงการติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขสถานการณ์หนี้สินของประชาชนรายย่อยให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับสถานการณ์หนี้ครัวเรือน ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 มีรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามาว่า มีจำนวนรวม 15.30 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 86.4% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ซึ่งสูงมาก หากจะจำเพาะเจาะจงลงไปในภาพรวมหนี้ของข้าราชการ พบว่า เป็นหนี้อยู่ในระบบเงินกู้สหกรณ์ถึง 3 ล้านคน ที่ผ่านมามีการใช้หนี้ด้วยวิธีการหักเงินเดือน แต่ก็เกิดปัญหาเมื่อหักไปแล้ว ข้าราชการมีเงินเดือนเหลือไม่ถึง 30% ของเงินเดือนก่อนชำระหนี้ ทำให้เกิดการกู้ยืมนอกระบบอีก

เมื่อหันมาพิจารณาปัญหาหนี้นอกระบบของประชาชนก็พบว่า มีหนี้ก้อนมหึมาที่ทับถมกันอยู่เฉพาะความใหญ่โตของหนี้ก้อนนี้ หลังกระทรวงมหาดไทยเปิดให้ลงทะเบียนระบบออนไลน์เพื่อขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐแค่ 3 วันแรก มีคนลงทะเบียนไปแล้ว 45,264 ราย ส่วนหนี้ที่มีคำพิพากษาทางแพ่งที่ส่งเรื่องไปยังกรมบังคับคดี ก็มีรวมกันกว่า 16 ล้านล้าน เกือบเท่ากับตัวเลข GDP 17 ล้านล้าน โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้ของสถาบันการเงิน รวมไปถึงหนี้กองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่รัฐบาลชุดนี้หันมาเอาใจใส่สืบต่อการแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชนรายย่อย ไม่ว่าจะเป็นการเสนอให้คำนวณหนี้ใหม่ การจ่ายดอกเบี้ยและเบี้ยปรับในอัตราที่เหมาะ การขยายงวดการชำระเงินต้น การหาเงินกู้พิเศษเพื่อลดหนี้เดิม


แต่ที่สำคัญก็คือ เมื่อเข้ากระบวนการแก้ไขหนี้สินจนสามารถปิดจบหนี้ได้ จะต้องไม่ก่อหนี้เสียหรือหนี้เรื้อรังขึ้นมาอีก ในส่วนนี้ประชาชนรายย่อยจะต้องมีวินัยทางการเงิน ขณะที่ผู้ให้กู้ก็จะต้องให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรมแก่ลูกหนี้ด้วย