คอลัมน์ : Smart SMEs ผู้เขียน : ดวงกมล ลิมป์พวงทิพย์ กรุงศรี SME
Growth Mindset เป็นคำที่เราได้ยินกันบ่อย โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงเรื่องการพัฒนาคน แนวคิดง่าย ๆ ก็คือ เราเชื่อว่าความสามารถของคนไม่ได้ตายตัว แต่พัฒนาได้ตลอดเวลา ต่างจากการคิดแบบเดิมที่มองว่า คนเก่งหรือไม่เก่ง ก็จะเป็นแบบนั้นตลอด เวลาเรามองพนักงานแล้วคิดว่า “คนนี้ไม่มีพรสวรรค์ขาย” กับการคิดว่า “คนนี้ยังต้องพัฒนาทักษะการขาย” ความรู้สึกและการกระทำที่ตามมาย่อมต่างกันมาก
ซึ่งแนวคิด Growth Mindset สามารถช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้ผ่านการปลดล็อกศักยภาพของคนที่มีอยู่แล้ว เมื่อทีมงานเชื่อว่าตัวเองพัฒนาได้และกล้าลองสิ่งใหม่ พวกเขาจะคิดหาวิธีแก้ปัญหาด้วยตัวเอง กล้าเสนอไอเดียที่อาจนำไปสู่การปรับปรุงกระบวนการ ลดต้นทุน หรือสร้างบริการใหม่ และที่สำคัญคือ พวกเขาปรับตัวได้เร็ว เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน สำหรับ SMEs ที่มีเงินทุนและคนจำกัด การที่คนที่มีอยู่สามารถทำงานได้หลากหลาย แก้ปัญหาได้เอง และพัฒนาไปเรื่อย ๆ นี่คือทรัพยากรที่มีค่าที่สุด
อย่างไรก็ตาม คนมักมองว่าการสร้าง Growth Mindset ยาก ต้องใช้เวลานาน เพราะมันเหมือนการเปลี่ยนนิสัยและความคิดของคน ซึ่งความจริงแล้วเราไม่ได้พยายามเปลี่ยนนิสัยของคนทั้งหมด สิ่งที่เราทำจริง ๆ คือค่อย ๆ เปลี่ยนวิธีที่คนมองปัญหา มองความผิดพลาด และมองโอกาสในการเรียนรู้
และเริ่มต้นได้จากสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำได้ทันที สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องเริ่มจากผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการก่อน ถ้าผู้บริหารยอมรับว่าตัดสินใจผิด และพูดได้ว่า “เราทำผิด แต่ได้เรียนรู้อะไรบ้าง” ทีมก็จะรู้สึกปลอดภัย ลองสังเกตตัวเองว่าเวลาเจอปัญหาคิดอย่างไร ถ้าคิดว่า “มันทำไม่ได้” ให้หยุด แล้วถามว่า “ถ้ามันทำได้ เราต้องมีอะไรบ้าง” แค่นี้มุมมองก็เปลี่ยนแล้ว
พอผู้บริหารเริ่มเปลี่ยนแล้ว สิ่งถัดไปคือเปลี่ยนวิธีสื่อสาร การใช้คำว่า “ยัง” มีพลังมาก “ยังทำไม่ได้” เปลี่ยนความหมายจาก “ไม่มีความสามารถ” เป็น “กำลังพัฒนา” การให้ Feedback ลองถามว่า “คิดแก้ปัญหานี้มาอย่างไร ?” แทนที่จะพูดแค่ว่า “ดี” หรือ “ไม่ดี” แบบนี้พนักงานจะรู้สึกว่ากระบวนการคิดมีค่า
สิ่งที่ควรทำและเห็นผลชัดเจนคือการสร้างพื้นที่ให้คนกล้าพูดถึงความผิดพลาด เช่น การจัด Meeting สั้น ๆ สัปดาห์ละครั้ง 20-30 นาที ให้คนเล่าว่า “สัปดาห์นี้ลองอะไรแล้วไม่ได้ผล” กฎคือห้ามตำหนิ เน้นถาม “ได้เรียนรู้อะไร” ประมาณ 2-3 สัปดาห์ คนก็เริ่มเปิดใจ อีกวิธีที่ได้ผลสำหรับ SMEs คือให้คนในทีมสอนกัน จับคู่ให้คนที่เก่งขายสอนคนที่เก่ง Social Media แล้วสลับกัน ไม่ต้องจ้างวิทยากรแพง ๆ อีกทั้งการชมเชยก็สำคัญ อย่าชมแค่คนที่ทำได้ดีที่สุด
แต่ชมคนที่พยายาม คนที่กล้าลองแม้ไม่สำเร็จ คนที่ช่วยเพื่อนร่วมทีม ให้เวลาคนลองทำอะไรนอกเหนือจากงานประจำบ้าง ส่งเสริมให้อ่านหรือดูคลิป ให้หมุนเวียนลองทำหน้าที่อื่น ๆ การลงทุนแบบนี้ใช้เงินไม่มาก แต่ได้คนที่มีทักษะกว้างขึ้น ซึ่งหากทำสิ่งต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาสักระยะหนึ่ง จะเห็นว่าคนกล้าเสนอไอเดีย กล้าถามมากขึ้น ทีมทำงานเป็นอิสระมากขึ้น แก้ปัญหาเองได้ โดยเราไม่ได้บังคับให้ใครเปลี่ยนนิสัย
เราแค่เปลี่ยนวิธีสื่อสาร เปลี่ยนบรรยากาศ และปล่อยให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ บางทีอาจคิดว่า Growth Mindset ยาก ใช้เวลานาน ต้องเปลี่ยนนิสัยคน แต่หากลองทำอย่างจริงจังจะพบว่า มันทำได้จริง และไม่ได้ยากอย่างที่คิด สิ่งที่ต้องการจริง ๆ ก็แค่ความตั้งใจที่จะเริ่มต้น ความสม่ำเสมอ และความอดทนในช่วงแรก
ในท้ายที่สุด Growth Mindset ไม่ใช่แค่เรื่องการพัฒนาคน แต่เป็นเรื่องการยกระดับประสิทธิภาพขององค์กรทั้งหมด เมื่อทีมงานมีความยืดหยุ่น กล้าคิด กล้าลอง และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง องค์กรจะเคลื่อนไปข้างหน้าได้เร็วขึ้น
การตัดสินใจไม่ต้องรอผู้บริหารทุกเรื่อง ปัญหาถูกแก้ไขได้ทันท่วงที และองค์กรมีความสามารถในการปรับตัวเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ผลที่ตามมาคือประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น มีไอเดียใหม่ ๆ เกิดขึ้น บางอย่างพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ได้ และคนไม่ค่อยลาออกเพราะรู้สึกว่าได้เติบโตและมีคุณค่า
สำหรับธุรกิจ SMEs ที่งบฯจำกัด การเพิ่มประสิทธิภาพผ่านการปลดล็อกศักยภาพของคนที่มีอยู่แล้ว โดยไม่ต้องลงทุนมหาศาล นี่คือทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืนในที่สุด