เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
Business ABC-Mart เล็งบุกไทย-อินโดนีเซีย
ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
Finance ตร.สอบ ‘สุภาพร พิมพงษ์’ ปมหุ้น TRUE ยันแค่เคยซื้อกองทุน 10 ปีก่อน
รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
Real Estate รฟม. รื้อสะพานลอยเสร็จแล้ว เร่งเสริมความแข็งแรงดิน ลดน้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์สายสีม่วง
ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
Economic ธุรกิจการบินหวนดัมพ์ราคาตั๋ว ‘บินไทย’ มุ่งความคุ้มค่าหนีสงครามราคา
กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
Politics กรมท้องถิ่น ถอนตัวชิงเค้กเงินกู้ – มท.ยังเดินหน้า ชงแผนใช้รถอีวี – ตั้งสถานีชาร์จทั่วประเทศ
ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
SD ป่าเด็งโมเดล เพชรบุรี ไม่ทิ้ง-ไม่ฝังกลบแก้วิกฤตขยะ 2 ตัน/วัน
‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
Biz Movement ‘เนเน่ รอยัล’ America’s Got Talent มือกีตาร์ไทยดังไกลอเมริกา
AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
Business AWC ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดเคเบิ้ลคาร์รักษ์โลก ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา สู่ MONA Bangkok ปั้นแลนด์มาร์กท่องเที่ยวระดับโลก
‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
Real Estate ‘ชัชชาติ’ สปีด 100 วันแรก ลุยปราบโกง-บิ๊กโปรเจ็กต์-หั่นค่ารถไฟฟ้า
ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
Finance ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ชี้โอกาสจะเห็นดอกเบี้ยต่ำกว่า 1% ยากขึ้น แม้เงินเฟ้อไม่สูงอย่างที่คาดไว้เดิม
ดูทั้งหมด

รื้อใหญ่ภาษีรถยนต์ทั้งระบบ ดันอีวี-อุ้มรถสันดาปต่ออีก 3 ปี

12 มิ.ย. 2565 | 08:15น.
รถอีวี

ยกเครื่องภาษีสรรพสามิตใหม่ดัน “รถอีวี-กระบะอีวี” เต็มสูบ มีผลทันทีลดภาษีจาก 8% เหลือ 2% เปิดช่องอุ้มรถสันดาปต่ออีก 3 ปี เริ่มใช้ปี 2569 ชี้ยังอิง CO2 ค่ายไหนทำไม่ได้เสียอัตราภาษีเพิ่มเป็นขั้นบันได  ค่ายรถแฮปปี้มีเวลาปรับตัว หลายแบรนด์พร้อมขยับหนีไปไฮบริด ส่วนค่ายอีโคคาร์ยอมรับสภาพต้นทุนต่อคันเพิ่มแน่ คลังเผยรถอีวีจีนพร้อมเข้าร่วมมาตรการจูงใจอีก 2-3 รายในปีนี้ ย้ำชัดลดภาษีเหลือ 2% รถจีนต้องลดราคาอีกคันละ 7-8 หมื่นบาท ยุโรปอาจจะได้ถึง 6 แสนบาท จับตาขาดแคลนชิปทำมาตรการส่งเสริมอีวีสะดุด

นายเอกนิติ นิติทัณฑประภาศ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า โครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และมีผลตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2565 เป็นต้นไป

“อีวี-อีโคคาร์” มีผลทันที

รายงานจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ตามกฎกระทรวงฉบับล่าสุดจะมีผลในการเก็บภาษีรถยนต์ 6 ประเภททันทีนับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (9 มิ.ย. 2565) ได้แก่ 1.รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ประเภทประหยัดพลังงานแบบพลังงานไฟฟ้า (Electric Powered Vehicle) หรือรถยนต์อีวี จะแบ่งเป็น 2 ช่วงระยะเวลา คือ ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2565-31 ธ.ค. 2568 จะจัดเก็บภาษีในอัตรา 8% (ยกเว้นกรณีอธิบดีประกาศกำหนด หรือตามมาตรการส่งเสริมอีวี จัดเก็บที่ 2%) และตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป จะจัดเก็บภาษี 10%

2.รถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ประเภทประหยัดพลังงานแบบมาตรฐานสากล (Eco car) หรืออีโคคาร์ โดยกรณี “อีโคคาร์ เฟส 1” จัดเก็บภาษีในอัตรา 14% ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2565-31 ธ.ค. 2566 ส่วนกรณี “อีโคคาร์ เฟส 2” จัดเก็บภาษีในอัตรา 10-12% ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2565-31 ธ.ค. 2568 ซึ่งจะพิจารณาจากความจุกระบอกสูบ อัตราการปล่อย CO2 และการติดตั้งมาตรฐานความปลอดภัย

3.รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (PPV) แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้าที่สามารถเสียบปลั๊กประจุไฟฟ้าได้ (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) หรือ PPV ปลั๊ก-อิน ไฮบริด จัดเก็บภาษี 10% ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2565-31 ธ.ค. 2578

4.รถยนต์กระบะ 4 ประตู (Double Cab) แบบผสมที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงและไฟฟ้าที่สามารถเสียบปลั๊กประจุไฟฟ้าได้ (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) จัดเก็บภาษี 5% ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2565 เป็นต้นไป

5.รถยนต์กระบะแบบพลังงานไฟฟ้า หรือกระบะอีวี แบ่งเป็น 2 ช่วงระยะเวลา คือ ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2565-31 ธ.ค. 2568 จัดเก็บภาษี 0% จากนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569-31 ธ.ค. 2578 จัดเก็บภาษี 2% และ 6.รถยนต์กระบะแบบเซลล์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Powered Vehicle) จัดเก็บภาษี 0-1% กรณีที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ จะแบ่งเป็น 2 ช่วง 9 มิ.ย. 2565-31 ธ.ค. 2568 และ 1 ม.ค. 2569-31 ธ.ค. 2578 จะจัดเก็บภาษี 5%

เสียภาษีอัตราใหม่เริ่มปี’69

ส่วนกรณีรถสันดาปภายใน โครงสร้างภาษีใหม่จะเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569 โดยการจัดเก็บภาษีจะพิจารณาตามปริมาณการปล่อยก๊าซ CO2 “รถยนต์นั่ง” ความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,000 ซีซี แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569-31 ธ.ค. 2570 จัดเก็บภาษีในอัตราตามมูลค่าที่ 13-34% จากนั้นตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2571-31 ธ.ค. 2572 จัดเก็บภาษี 14-36% และตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2573 เป็นต้นไป จัดเก็บภาษี 15-38% (ปล่อย CO2 ไม่เกิน 100, 100-120, 120-150, 150-200 และเกิน 200 กรัม/กม.) ส่วนรถเกิน 3,000 ซีซี จัดเก็บภาษี 50%

“รถ PPV” ความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,250 ซีซี ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569-31 ธ.ค. 2578 จัดเก็บภาษี 18-50% ส่วน “รถ PPV” ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทไบโอดีเซล (B20) จัดเก็บภาษีที่ 16-50% (ปล่อย CO2 ไม่เกิน 185, 185-200 และเกิน 200 กรัม/กม.)

“รถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน” ความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,000 ซีซี แบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569-31 ธ.ค. 2570 จัดเก็บภาษี 13-34%, ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2571-31 ธ.ค. 2572 จัดเก็บภาษีในอัตรา 14-36% และตั้งแต่ 1 ม.ค. 2573 เป็นต้นไป จัดเก็บภาษีในอัตรา 15-38% (ปล่อย CO2 ไม่เกิน 100, 100-120, 120-150, 150-200 และเกิน 200 กรัม/กม.) ส่วนรถที่มีความจุกระบอกสูบเกิน 3,000 ซีซี จัดเก็บภาษี 50%

สำหรับ “รถยนต์นั่ง หรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน” ประเภท “ไฮบริด” ที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,000 ซีซี จะแบ่งเป็น 3 ช่วง คือ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569-31 ธ.ค. 2570 จัดเก็บภาษี 6-9-14-19-24%, ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2571-31 ธ.ค. 2572 จัดเก็บภาษี 8-11-16-21-26% และตั้งแต่ 1 ม.ค. 2573 เป็นต้นไป จัดเก็บภาษี 10-13-18-23–28% (ปล่อย CO2 ไม่เกิน 100, 100-120, 120-150, 150-200 และเกิน 200 กรัม/กม.) ส่วนความจุกระบอกสูบเกิน 3,000 ซีซี จะจัดเก็บภาษี 40%

ด้าน “รถยนต์นั่ง หรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน” ประเภท “ปลั๊ก-อิน ไฮบริด” ที่มีความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,000 ซีซี กรณีวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไม่ต่ำกว่า 80 กม./การประจุไฟฟ้า 1 ครั้ง และถังน้ำมันไม่เกิน 45 ลิตร จัดเก็บภาษี 5% ส่วนกรณีวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ต่ำกว่า 80 กม./การประจุไฟฟ้า 1 ครั้ง และถังน้ำมันมากกว่า 45 ลิตร จัดเก็บภาษี 10% ส่วนรถความจุกระบอกสูบเกิน 3,000 ซีซี จะจัดเก็บภาษี 30% ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2569

กรณี “รถยนต์นั่ง” ประเภทประหยัดพลังงานแบบเซลล์เชื้อเพลิง กรณีเป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด จะจัดเก็บภาษี 1% ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป ส่วนกรณีอื่น ๆ นอกเหนือจากอธิบดีกำหนดจะเก็บที่ 5% นับตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. 2565-31 ธ.ค. 2568

ส่วน “รถยนต์กระบะ น้ำหนักบรรทุกไม่เกิน 4,000 กิโลกรัม” ความจุกระบอกสูบไม่เกิน 3,250 ซีซี ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2569 เป็นต้นไป หากเป็น “กระบะ No Cab” จัดเก็บภาษี 3-5%, “กระบะ No Cab ที่ใช้เชื้อเพลิงประเภทไบโอดีเซล (B20)” จัดเก็บภาษี 2-4%, “กระบะ Space Cab ที่ใช้ B20” จัดเก็บภาษี 3-7%, “กระบะ Space Cab” จัดเก็บภาษี 5-8%, “กระบะ 4 ประตู หรือ Double Cab” จัดเก็บภาษี 8-13%, ส่วน “กระบะ Double Cab ที่ใช้ B20” จัดเก็บภาษี 6-12% (ปล่อย CO2 ไม่เกิน 185, 185-200 และเกิน 200 กรัม/กม.)

โครงสร้างสรรพสามิตรใหม่

ผู้ประกอบการมีเวลาปรับตัว

นายณัฐกร อุเทนสุต ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางสรรพสามิต กรมสรรพสามิต กล่าวว่า โครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่จะทำให้ภาษี “รถอีวี” ลดลงจาก 8% เหลือ 2% ทันที ยกเว้น “รถกระบะอีวี” จะลดลงเหลือ 0% ทันที แล้วไปปรับขึ้นเป็น 2% ในปี 2569 เช่นเดียวกับรถยนต์สันดาปภายใน ที่โครงสร้างภาษีใหม่จะเริ่มมีผลต่อรถยนต์ที่ผลิตในปี 2569 เพื่อให้เวลาผู้ผลิตทุกรายได้มีเวลาปรับตัวในการผลิตรถยนต์ที่สามารถปล่อยก๊าซ CO2 ลงให้ได้ตามเกณฑ์ใหม่ เพื่อที่จะเสียภาษีในอัตราเท่าเดิม หรือน้อยลงกว่าเดิมได้

ปรับตัวไม่ได้ต้องเสียภาษีเพิ่ม

“หลังจากนี้จึงขึ้นกับว่า แต่ละค่ายผู้ผลิตจะพัฒนารถยนต์ของตัวเองไปในทิศทางไหน ถ้าผู้ผลิตสามารถปรับตัว ผลิตรถยนต์ที่ปล่อย CO2 ได้น้อยลง ก็จะเสียภาษีน้อยลงกว่าเดิมได้ แต่หากใครยังผลิตรถที่ปล่อย CO2 อยู่เท่าเดิม อัตราภาษีก็จะค่อย ๆ ทยอยปรับขึ้น ทีละ 1-2% ตั้งแต่ปี 2569 จากนั้นจะปรับอีกในปี 2571 และปรับอีกทีในปี 2573 คือ ปรับทุก ๆ 2 ปี” นายณัฐกรกล่าว

ทั้งนี้ โครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่นั้น กรมสรรพสามิตไม่ได้คาดหวังเรื่องการเก็บรายได้ภาษีที่จะเพิ่มขึ้น แต่มุ่งหวังการปรับเพื่อให้การปล่อยก๊าซ CO2 ลดลง และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศมากกว่า
“เรื่องรายได้อาจจะเพิ่มเล็กน้อย หรือเท่า ๆ เดิม แต่ยังคาดการณ์ได้ยาก เพราะต้องดูการปรับตัวของผู้ผลิตเป็นสำคัญ ว่าเขาจะปรับตัวกันไปอย่างไรในอนาคต เราต้องการให้มีการพัฒนาเครื่องยนต์ที่มีคุณภาพมากขึ้น หรือถ้าจะไม่พัฒนาทางเครื่องยนต์สันดาปภายในแล้ว ก็ปรับตัวไปผลิตรถอีวี รถไฮบริดไปเลย” นายณัฐกรกล่าว

รถอีวีจีนร่วมอีก 2-3 ค่าย

นายณัฐกรกล่าวว่า หลังจากที่การลดภาษีรถอีวี 2% มีผลตามประกาศแล้ว คาดว่าจะทำให้ค่ายรถทยอยเข้ามาเซ็นสัญญาเข้าร่วมมาตรการกับกรมสรรพสามิตมากขึ้น โดยภายในปีนี้น่าจะมีค่ายรถยนต์จากจีนอีก 2-3 ค่าย

หวั่นชิปขาดแคลนอีวีสะดุด

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าวว่า ภาษีสรรพสามิตรถอีวีที่ลดเหลือ 2% จะทำให้รถอีวีที่เข้าร่วมมาตรการได้รับส่วนลดลงมาอีก 70,000-80,000 บาทต่อคัน โดยส่วนลดดังกล่าวยังไม่รวมกับการลดภาษีนำเข้าศุลกากร และเม็ดเงินที่รัฐสนับสนุนให้อีกคันละ 150,000 บาท

รวมส่วนลดทั้งหมดที่ประชาชนได้รับ ทั้งภาษีสรรพสามิต ภาษีนำเข้าศุลกากร และเม็ดเงินสนับสนุนจากรัฐแล้ว โดยรถอีวีที่นำเข้าจากจีนจะได้รับส่วนลดคันละ 250,000 บาท เพราะภาษีนำเข้าเป็น 0% ตามข้อตกลงการค้า ส่วนรถจากประเทศอื่น ๆ จะได้รับส่วนลดตั้งแต่ 300,000-600,000 บาท แล้วแต่ประเทศที่นำเข้า ซึ่งรถอีวีที่นำเข้าจากยุโรปจะได้รับส่วนลดกว่า 600,000 บาท

“แม้การประกาศลดภาษีสรรพสามิตจะสร้างความชัดเจนให้ค่ายรถยนต์สนใจที่จะเข้าร่วมมาตรการสนับสนุนการใช้รถอีวี แต่ขณะนี้ยังมีปัญหาเรื่องการขาดแคลนชิป ซึ่งสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ส่วนนี้อาจจะทำให้ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมมาตรการชะลอออกไปก่อนเพื่อวางแผนธุรกิจ เนื่องจากหากเข้าร่วมมาตรการแล้ว แต่ไม่มีรถเข้ามาวางจำหน่ายก็อาจจะมีผลกระทบ”

ฮอนด้าหนีไป e-HEV

แหล่งข่าวระดับบริหาร บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ฮอนด้าปรับตัวพร้อมรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่มาระยะหนึ่ง ตอนนี้ฮอนด้าพยายามเพิ่มไลน์อัพสินค้า โดยการนำเสนอรถยนต์ในกลุ่มไฮบริด หรือ e-HEV เพิ่มมากขึ้น โดยมีการนำเสนอรถยนต์ทุกโมเดลของบริษัท อย่างล่าสุดในฮอนด้า เอชอาร์-วี ได้ถอดรุ่นเครื่องยนต์เพียวเบนซินออกไปแล้ว เป็นไฮบริดทั้งหมด รวมทั้ง ฮอนด้า ซีวิคด้วย

“นโยบายของบริษัทแม่มุ่งสู่เป้าหมายว่า ภายในปี 2030 ฮอนด้าจะจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า และกลุ่มรถยนต์พลังงานเชื้อเพลิง ให้เป็นสัดส่วน 40% ของยอดขายทั่วโลก และเพิ่มเป็น 80% ในปี 2035 จนไปถึง 100% ในปี 2040 เชื่อว่าจากนี้ไปจะได้เห็นรถยนต์พลังงานทางเลือกเพิ่มมากขึ้น และฮอนด้าก็จะมีสัดส่วนของรถยนต์ไฮบริดเพิ่มมากขึ้น ก่อนก้าวไปสู่การเปลี่ยนผ่านไปใช้พลังงานไฟฟ้า 100%”

เผยแกปไอเสียแคบลง

แหล่งข่าวระดับสูงจากค่ายฮอนด้ากล่าวเสริมว่า การปรับแกปของค่าไอเสียให้แคบลงจากเดิม ซึ่งห่างกันเป็นร้อยกรัมต่อ กม. มาเป็น 100-120, 120-150, 150-200 กรัมต่อ กม. และทุกแกปมีผลต่ออัตราภาษี ทำให้ค่ายรถยนต์มีความพยายามใส่เทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้าไป เพื่อทำให้ค่าไอเสียต่ำลง

“ต่างจากเมื่อก่อน พยายามแล้วพยายามอีก แต่ก็กดไอเสียลงมาได้เพียงเล็กน้อย ด้วยความกว้างของแกปก็ไม่สามารถจะไปเสียภาษีในอัตราต่ำลงได้ ตอนนี้เรียกว่ามีขั้นบันไดทุกก้าวมีความหมาย ที่ผ่านมาต้องอย่างน้อย 5 ขั้นกว่าจะเป็นผล”

ต้นทุนเครื่องยนต์สันดาปเพิ่ม

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีในเชิงการสนับสนุนพลังงานสะอาด ซึ่งหากค่ายรถยนต์รายใดต้องการได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่ม ต้องพัฒนารถยนต์ให้เข้ากับเงื่อนไข แต่ต้องยอมรับว่าต้องมีต้นทุนในการผลิตเพิ่มขึ้นแน่นอน แต่ท้ายที่สุดเชื่อว่าผู้ประกอบการจะต้องลงทุนเพื่อพัฒนาโปรดักต์ให้ได้รับภาษี และจำหน่ายรถยนต์ในราคาเท่าเดิม หรือใกล้เคียงราคาเดิมมากที่สุด ซึ่งวันนี้ทุกค่ายยังมีเวลาพอที่จะเตรียมตัว ส่วนการรอคอยภาษีสรรพสามิตใหม่วันนี้ถือว่าสิ้นสุด ค่ายรถจะได้สามารถส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าให้ลูกค้าได้สักที หลังจากที่รอมาหลายเดือน และเร็ว ๆ นี้ก็น่าจะเปิดรับจองรถยนต์ไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดในครึ่งปีหลังขยายตัวได้แน่นอน

ผู้บริโภคต้องการรถที่เข้าถึงง่าย

ส่วนกรณีที่โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่เลิกส่งเสริมอีโคคาร์ แหล่งข่าวจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์อีโคคาร์รายใหญ่กล่าวยอมรับกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สุดท้ายเมื่อเงื่อนไขข้อกำหนดเปลี่ยน ผู้ผลิตรถยนต์ย่อมต้องปรับตัวหนีไปไฮบริดให้มากขึ้น แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ต้องยอมรับว่าราคารถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปอาจจะแพงขึ้นจากต้นทุนภาษีที่สูงขึ้น แต่ท้ายที่สุดแล้วยังเชื่อว่าจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้ายังมีราคาจำหน่ายสูงอยู่นั้น และปัญหาของแร่ที่จะนำมาผลิตแบตเตอรี่ก็แพงขึ้น แน่นอนว่าผู้บริโภคจำเป็นต้องมองหารถยนต์ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายที่สุด

“วันนี้ไม่ใช่รัฐบาลจะพยายามเร่งทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดการลงทุน แต่ต้องมองด้วยว่าประเทศไทยใช่แหล่งลงทุนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่ โดยเฉพาะความพร้อมในเรื่องของวัตถุดิบสำหรับผลิตแบตเตอรี่ ค่าแรง ซึ่งไม่ใช่ว่าแค่ปรับภาษีแล้วจะสามารถดึงดูดการลงทุนได้ ยกเว้นบางค่ายที่เข้าต้องมาลงทุนอย่างเกรทวอลล์ฯ และเอ็มจี ดังนั้นการสานต่อนโยบายให้ไทยเป็นดีทรอยต์ของรถยนต์ไฟฟ้าต่อจากเครื่องยนต์สันดาปนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาษีรถยนต์