เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ปิยะรัฐชย์’ โชว์ผลงาน 99 วัน ลุยเชื่อมข้อมูลเกษตรกร
Economic ‘ปิยะรัฐชย์’ โชว์ผลงาน 99 วัน ลุยเชื่อมข้อมูลเกษตรกร
ปกรณ์ แช่แข็ง ‘อัตราข้าราชการ’ ปี’70 ยุบ-เลิกตำแหน่ง-เออร์ลี่รีไทร์
Politics ปกรณ์ แช่แข็ง ‘อัตราข้าราชการ’ ปี’70 ยุบ-เลิกตำแหน่ง-เออร์ลี่รีไทร์
ค่าเงินบาทวันนี้ (23 ก.ค.) เปิดตลาด 33.80 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (23 ก.ค.) เปิดตลาด 33.80 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
นายกฯ ตั้ง คกก.ภาครัฐโปร่งใส ‘ปกรณ์’ นำทีมดึงเอกชน–กูรูเศรษฐกิจ ร่วมขจัดทุจริต
Politics นายกฯ ตั้ง คกก.ภาครัฐโปร่งใส ‘ปกรณ์’ นำทีมดึงเอกชน–กูรูเศรษฐกิจ ร่วมขจัดทุจริต
‘บุญวิสุทธิ์’ รุกธุรกิจอีโคซิสเต็มอีวี ผุดศูนย์เมโทรเวิร์ส-สถานีชาร์จ VOLTZ
Automotive ‘บุญวิสุทธิ์’ รุกธุรกิจอีโคซิสเต็มอีวี ผุดศูนย์เมโทรเวิร์ส-สถานีชาร์จ VOLTZ
พลิกพื้นที่ประวัติศาสตร์ AWC-SCB ชู ‘เวิ้งนครเกษม-เยาวราช’ เชื่อมวัฒนธรรมไทย-จีน
Biz Movement พลิกพื้นที่ประวัติศาสตร์ AWC-SCB ชู ‘เวิ้งนครเกษม-เยาวราช’ เชื่อมวัฒนธรรมไทย-จีน
พยากรณ์อากาศวันนี้ (23 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก กลาง และ กทม. ฝน 60 – 70%
Economic พยากรณ์อากาศวันนี้ (23 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสาน ตะวันออก กลาง และ กทม. ฝน 60 – 70%
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ก.ค.) ปรับลง 0.49% อยู่ที่ 65,988 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (23 ก.ค.) ปรับลง 0.49% อยู่ที่ 65,988 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (23 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
News รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ แจ้งพร้อมให้บริการตามปกติ
ดูทั้งหมด

สงกรานต์ 2566 ฮีทสโตรก โรคหน้าร้อน รับมือโควิดคัมแบ็ค-โรคประจำฤดู

13 เม.ย. 2566 | 15:32น.
สงกรานต์ โควิด โรคหน้าร้อน
รายงาน
ผู้เขียน : เกษตร น้อยทิพย์

สงกรานต์ 2566 สธ.ชี้ สภาพอากาศร้อนจัด แนะระวังฮีทสโตรก-โรคภัยหน้าร้อน ท้องร่วง อาหารเป็นพิษ ด้านหมอยงเตือนโควิด-19 คัมแบ็ค จับตาช่วงเด็กเปิดเทอมใหญ่-เข้าหน้าฝน จะกลับระบาดอีกครั้ง แม้เป็นโรคประจำฤดูกาลไปแล้ว แนะต้องฉีดวัคซีนโควิดเป็นประจำทุกปีเหมือนไข้หวัดใหญ่ ขณะที่ยอดป่วยใหม่รักษาตัวใน รพ.และเสียชีวิตสะสม ตัวเลขยังคงเพิ่มขึ้น

เข้าสู่ช่วงเทศกาลสงกรานต์แล้ว เดือนที่ร้อนที่สุดของปี หลายพื้นที่ร้อนระอุทะลุเกินกว่า 40 องศาเซลเซียสไปแล้ว

นอกจากวันหยุดยาว เดินทางท่องเที่ยว ร่วมงานประเพณี ทำบุญ ตักบาตร ไหว้พระ รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ และมีการจัดงานสังสรรค์รื่นเริงแล้ว

สิ่งที่มาควบคู่กันกับหน้าร้อนก็คือโรคภัยต่าง ๆ รวมถึงอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ที่ประชาชนมีการเดินทางท่องเที่ยว หรือเดินทางกลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัดกันจำนวนมาก

อากาศร้อน
( Photo by Sajjad HUSSAIN / AFP/ File Photo)

สธ.เตือน ฮีทสโตรก-โรคภัยหน้าร้อน

ล่าสุดที่เป็นข่าวใหญ่โตคือเรื่องของ โรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด ที่เพิ่งคร่าชีวิตนักการเมืองใหญ่ “ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม” ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ จากการซ้อมแข่งรถท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด

อีกกรณีหนึ่งเกิดกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 2 ราย ที่ไปปั่นจักรยานที่จังหวัดอยุธยา เพื่อชมโบราณสถาน ท่ามกลางอากาศร้อนจัดเช่นกัน แล้วมีอาการฮีทสโตรก โชคดีที่แพทย์-พยาบาล ช่วยชีวิตไว้ได้ทัน ไม่มีข่าวเศร้าสลดตามมา

พร้อมร้องขอว่า ช่วงนี้เรื่องการปั่นจักรยาน การวิ่ง หรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด ขอให้หยุดไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัย

และพอเข้าหน้าร้อน หน่วยงานโดยตรงอย่างกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ก็พยายามออกมาเตือนประชาชนตลอดเพื่อป้องกัน แต่ก็ยังมีผู้ที่ต้องประสบเหตุและสังเวยชีวิตอยู่เป็นประจำทุกปี

ล่าสุดเมื่อเร็ว ๆ นี้ นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมอนามัย ได้ออกมาเตือนโรคภัยที่มักเกิดขึ้นในหน้าร้อนว่า ในช่วงหน้าร้อน ประเทศไทยจะมีอุณหภูมิสูงประมาณ 35-40 องศาเซลเซียส บางพื้นที่อาจสูงถึง 43 องศาเซลเซียล

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย
นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย

นั่นก็เพราะหน้าร้อนจะเหมาะกับการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส และขยายตัวเพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว หากปนเปื้อนอยู่ในอาหารก็จะทำให้อาหารบูดเสียง่าย

สำหรับโรคที่ต้องเฝ้าระวัง คือ โรคติดต่อจากอาหารและน้ำ ได้แก่ โรคท้องร่วง โรคอาหารเป็นพิษ โรคบิด โรคไทฟอยด์และอหิวาตกโรค

นายแพทย์สุวรรณชัยระบุว่า จากการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคอุจจาระร่วง ตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2565 พบว่า มีผู้ป่วย จำนวน 410,699 รายและเสียชีวิต จำนวน 2 ราย พบจำนวนผู้ป่วยในกลุ่มอายุ 0-4 ปี มากที่สุดร้อยละ 16.42 รองลงมาคือ มากกว่า 65 ปี ร้อยละ 15.25 และ 25-34 ปี ร้อยละ 13.56 ภาคกลาง คือ ภาคที่มีอัตราป่วยสูงสุด

ส่วนคำแนะนำ ประชาชนควรเลือกซื้ออาหารจากแหล่งที่มีความน่าเชื่อถือได้รับการรับรองจากหน่วยงานราชการ เช่น ตลาดสดน่าซื้อ ตลาดนัดน่าซื้อ หรือร้านอาหาร แผงลอย ที่ได้มาตรฐานอาหารสะอาด รสชาติอร่อย (Clean Food Good Taste) โดยเลือกเนื้อสัตว์ อาหารทะเลที่สด ไม่มีสีและกลิ่นผิดปกติ เก็บในอุณหภูมิไม่เกิน 5 องศาเซลเซียส

สำหรับผู้ที่ซื้อจาก “รถเร่” จำหน่ายอาหาร หรือ “รถพุ่มพวง” ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เนื่องจากอาหารที่จำหน่ายในรถเร่นั้นมีการจัดเก็บที่ไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ และอาหารทะเล เพราะส่วนมากจะแช่น้ำแข็งในตู้แช่พลาสติก ซึ่งอุณหภูมิไม่เพียงพอ ทำให้เน่าเสียง่าย

ส่วนอาหารปรุงสำเร็จที่เรามักซื้อตามตลาดที่บรรจุใส่ถุงพลาสติกไว้ หากอาหารวางขายตั้งแต่เช้าแล้วไปซื้อตอนเย็นหลังเลิกงาน ให้สังเกตว่ามี “ฟองก๊าซ” เกิดขึ้นในถุงไม่ควรซื้อ หรือถ้าไม่แน่ใจก็ไม่ควรซื้อ และควรหลีกเลี่ยงอาหาร หรือขนมที่มีส่วนผสมของกะทิ มะพร้าว หรือนม เนื่องจากจะบูดเสียได้ง่ายเช่นกัน

“แนะนำให้เลือกกินอาหารปรุงสดใหม่ ยึดหลักกินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ หลีกเลี่ยงการกินอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ” อธิบดีกรมอนามัย กล่าวแนะนำ พร้อมบอกว่า สูตรสำเร็จนี้สามารถนำมาใช้ได้เสมอ

รัฐบาลเล็งลดอุบัติเหตุทางถนนปีใหม่-สงกรานต์ 2566
แฟ้มภาพ

จับตาอุบัติเหตุสงกรานต์ 7 วันอันตราย

นอกเหนือจากโรคภัยในหน้าร้อนแล้ว สิ่งที่ต้องระวัง แต่ก็เกิดขึ้นทุกปี คืออุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาว ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาในต่างจังหวัดกันหลายแสนคน ขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็มีการเดินทางท่องเที่ยวในจังหวัดใหญ่ ๆ

สิ่งที่ตามมาก็คืออุบัติเหตุ ที่ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตในแต่ละปีจำนวนมาก ทั้งการขับรถทางไกลที่เหนื่อยล้า และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระหว่างการขับขี่ยานพาหนะ โดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์ สถิติที่เกิดขึ้นในแต่ละปีสูงเป็นอันดับหนึ่ง ยังไม่นับรวมเรื่องความเสียหายของทรัพย์สิน

แม้จะยังไม่มีการคาดการณ์ความสูญเสียสำหรับสงกรานต์ปี 2566 เนื่องจากยังไม่ถึงช่วงการเดินทาง 7 วันสงกรานต์อันตรายปีนี้ จะเริ่มขึ้นระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2566

แต่หากดูสถิติ 7 วันสงกรานต์อันตราย วันสงกรานต์ 2565 ซึ่งมีการควบคุมเข้มข้นจากหน่วยงานรัฐ เพราะเป็นช่วงการควบคุมเรื่องโควิด-19 ด้วย แต่ 7 วันอันตรายปีที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุการณ์ไม่ใช่น้อย สถิติมีดังนี้

  • เกิดอุบัติเหตุ 1,917 ครั้ง
  • ผู้บาดเจ็บ 1,869 คน
  • ผู้เสียชีวิต 278 ศพ

สำหรับพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ล่าสุดนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) ออกมาเปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2566 มเื่อเร็วๆนี้ว่า ที่ประชุมได้หารือมาตรการความปลอดภัยของเทศกาลสงกรานต์เป็นหลัก เนื่องจากมีสถิติเกี่ยวกับการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิต ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

“มาตรการในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ จะเน้นเรื่องการขับไม่ดื่ม ดื่มไม่ขับ ซึ่งเป็นมาตรการที่จะสามารถลดอันตรายจากการดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งการบาดเจ็บทางถนน หรือการทะเลาะวิวาทได้” นายชัชชาติกล่าว และว่า

อย่างไรก็ดี แม้ในปีที่ผ่านมา สถิติอาจจะยังไม่มาก แต่ปีนี้เป็นปีแรกที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย คณะกรรมการฯ จึงได้พิจารณาเรื่องการดำเนินการมาตรการต่างๆ ช่วงสงกรานต์ ซึ่งจะแจ้งภาคีเครือข่ายร่วมปฏิบัติต่อไป

ขณะเดียวกัน กทม. ยังได้กำหนดพื้นที่ส่วนหนึ่งให้ประชาชนสามารถเล่นน้ำสงกรานต์แบบปลอดภัย ปลอดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรม และเป็นทางเลือกให้ประชาชน โดยกำหนดจัดในพื้นที่ 24 เขต 35 แห่ง ซึ่งจะประชาสัมพันธ์ให้ทราบต่อไป

นักท่องเที่ยวคว่ำถังน้ำ บนผู้เข้าร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ ใบหน้าทั้งสองฝ่ายปรากฏรอยยิ้ม
Photo by Lillian SUWANRUMPHA / AFP

ทางด้านนางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ศูนย์วิจัยปัญหาสุราได้วิเคราะห์ข้อมูลจากระบบบูรณาการข้อมูลการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน (ข้อมูล 3 ฐาน) พบว่า ในปี 2562 ก่อนโรคโควิด-19 ระบาด อัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน ช่วงสงกรานต์อยู่ที่ 25.2 รายต่อประชากรหนึ่งแสนคน

ส่วนปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่สถานการณ์โรคโควิด-19 ระบาด อุบัติเหตุลดลงมาอยู่ที่ 10.9 รายต่อแสนประชากร เนื่องจากมีคำสั่งห้ามจัดกิจกรรมสงกรานต์ ห้ามเดินทางข้ามจังหวัด ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ส่วนปี 2565 หลังการระบาดเริ่มคลี่คลาย ก็พบว่าตัวเลขอุบัติเหตุกลับมาสูงขึ้น อยู่ที่ 27.2 รายต่อแสนประชากร

หรืออาจกล่าวได้ว่าอุบัติเหตุได้กลับมาสูงตามปกติแล้ว

และในปีนี้ หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงคาดการณ์ว่าอัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตบนท้องถนนจะเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเตรียมการอย่างเต็มที่

นั่นก็เพราะเป็นปีแรกที่กลับสู่ภาวะปกติหลังโควิด-19 ระบาด มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ซึ่งหากปล่อยปละละเลยอาจทำให้เกิดความเสี่ยงและสูญเสียเกิดขึ้นได้

“สสส.และภาคีมุ่งหวังให้เทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ ประชาชนจะมีความตระหนักในการเล่นสงกรานต์ที่ปลอดภัย โดยการดื่มไม่ขับ ไม่ดื่มสุราบนรถขณะอยู่ในทาง ไม่ทะเลาะวิวาท ใช้ความรุนแรง ไม่ลวนลาม ปฏิบัติตัวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และร่วมสืบสานประเพณีที่ดีงาม” น.ส.รุ่งอรุณกล่าว

มาตรการสงกรานต์ของกทม. ปี 2566

หมอยงเตือน ระวังโควิด-19 คัมแบ็ค

นอกเหนือจากเรื่องงานเฉลิมฉลอง โรคภัยหน้าร้อน และอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์แล้ว สิ่งหนึ่งที่ประชาชนหลายคนอาจหลงลืมไป หรือให้ความสนใจน้อยลง คือเรื่องโรคโควิด-19

หมอยง สถานการณ์ โควิด-19

แม้ปัจจุบันสถานการณ์โควิดจะคลี่คลายลงแล้ว แต่ล่าสุดข้อมูลจาก กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) สัปดาห์ล่าสุดที่เพิ่งเปิดเผยออกมา คือสัปดาห์ที่ 14 หรือระหว่างวันที่ 2-8 เมษายน 2566 พบจำนวนผู้ป่วยรายใหม่รักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มจำนวน 168 คน หรือเฉลี่ยวันละ 24 คน มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2 ราย และมีผู้ป่วยปอดอักเสบจำนวน 19 คน และผู้ป่วยหนักที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจจำนวน 14 คน

แต่หากรวมยอดผู้ป่วยใหม่รักษาตัวในโรงพยาบาลสะสมตั้งแต่ต้นปี 2566 มีจำนวน 5,048 คน คือเกินกว่า  5 พันคนไปแล้ว และเสียชีวิตสะสมรวม 271 คน

นั่นเท่ากับว่ายังมีผู้ป่วยโควิดรายใหม่ที่เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นทุกวัน และทุกสัปดาห์ รวมถึงผู้เสียชีวิต

ยังไม่นับผู้ป่วยทั่วไปที่ป่วยรายวัน แต่อาการอาจไม่หนัก หรือบางคนไม่แสดงอาการ ซึ่งสธ.เลิกจัดเก็บข้อมูลในส่วนนี้ไปแล้ว คงเก็บข้อมูลเฉพาะสำหรับผู้ป่วยใหม่ที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเท่านั้น

ขณะที่จำนวนการได้รับวัคซีนโควิด-19 มีจำนวน 144,951,341 โดส ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่า หากดูหรือเปรียบเทียบจากสัปดาห์ก่อนหน้า (สัปดาห์ที่ 13 ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม-1 เมษายน) เป็นตัวเลขเดียวกัน เท่ากับว่าไม่มีจำนวนผู้ฉีดวัคซีนโควิด-19 เพิ่มขึ้น หรืออาจไม่ได้มีการเก็บข้อมูลเพิ่ม หรืออาจยังไม่มีการรายงานเพิ่ม

โดยจำนวนการได้รับวัคซีนตัวเลขล่าสุดในสัปดาห์ที่ 14 (2-8 เมษายน 2566) ตัวเลขการฉีดวัคซีนยังอยู่ที่ 144,951,341 โดส เป็นการฉีดอย่างน้อย 1 เข็ม 57.23 ล้านโดส ครอบคลุมประชากร 82.28% ฉีดอย่างน้อย 2 เข็ม 53.73 ล้านโดส ครอบคลุมประชากร 77.25% และฉีดแล้วอย่างน้อย 3 เข็ม จำนวน 33.98 ล้านโดส (ดูตารางประกอบ)

โควิดรายสัปดาห์-สัปดาห์14 (2-8 เมษายน2566)
สถานการณ์โควิดรายสัปดาห์-สัปดาห์14 (วันที่ 2-8 เมษายน 2566)

หลายๆคนที่ทำงานในบริษัทฯ ที่มีระบบการแจ้งเตือนและป้องกันภายใน จะรู้ว่ามีข้อมูลภายในบริษัท ในองค์กรที่มักจะแจ้งว่า พบพนักงานในหน่วยงานนั้น หน่วยงานนี้ ป่วยโควิดกันประปราย ซึ่งก็จะแยกไม่ให้เข้ามาที่ทำงาน หรือให้ทำงานที่บ้าน(work from home)เพื่อป้องกันไม่ให้นำโรคมาติดเพื่อนร่วมงาน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 4 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กเตือนเกี่ยวกับโรคโควิด-19 ไว้อย่างน่าสนใจ หลังมีคนสอบถามกันมาจำนวนมากว่า

ขณะนี้ยังต้องฉีดวัคซีนโควิด-19 อีกหรือไม่? เพราะดูเหมือนว่าสถานการณ์โดยรวมสงบลงแล้ว

นพ.ยงกล่าวตอบว่า เรื่องนี้เป็นคำถามที่ถามบ่อยมาก วันนี้เราจะฉีดวัคซีนโควิด-19 อีกดีหรือไม่ บางคนเกิดความลังเลใจ?

แนะฉีด “วัคซีนโควิด” โรคประจำฤดู เหมือนไข้หวัดใหญ่

นพ.ยงกล่าวว่า ก่อนอื่นต้องยอมรับก่อนว่าโรคโควิด-19 อยู่กับเราไม่ได้หายไปไหน เพียงแค่เปลี่ยนเป็น”โรคประจำฤดูกาล” เท่านั้น

ตามฤดูกาล ระยะนี้จะเป็นระยะสงบของโรค เช่นเดียวกับโรคทางเดินหายใจอื่น ๆ และตามฤดูกาลจะไปเพิ่มมากขึ้นเมื่อเข้าสู่ฤดูฝน

กล่าวคือเมื่อถึงช่วงที่โรงเรียนเปิดเทอมราวเดือนพฤษภาคมกลุ่มนักเรียนจะเป็นผู้ขยายโรคให้มีการระบาดเพิ่มขึ้น เห็นได้ชัดจากไข้หวัดใหญ่ ฤดูกาลของการฉีดไข้หวัดใหญ่จึงเป็นก่อนฤดูฝนหรือก่อนนักเรียนเปิดเทอมของทุกปี

ในทำนองเดียวกัน เมื่อโควิด-19 เข้าสู่โรคประจำฤดูกาล วัคซีนก็ควรจะได้รับก่อนที่จะมีการระบาดของโรคเพิ่มขึ้น ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม(ของแต่ละปี)

“ดังนั้นวัคซีนประจำปี ควรได้รับตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนไปจนถึงเดือนพฤษภาคม เพื่อไปรองรับในฤดูฝนหรือช่วงนักเรียนเปิดเทอม” นพ.ยงกล่าว

ฉีดวัคซีน
แฟ้มภาพ : CVC กลางบางซื่อ

ส่วนผู้ที่ควรได้รับวัคซีนอย่างยิ่งคือ “กลุ่มเสี่ยง” ที่เมื่อติดโรคแล้วจะรุนแรง ดังนั้น จากข้อมูลการศึกษาที่ผ่านมาของศูนย์พบว่า ผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 3 เข็ม ร่วมกับการติดเชื้อมาแล้ว ภูมิต้านทานจะอยู่ในระดับที่สูงมาก และอยู่นานเกิน 6 เดือน ยังมีระดับที่ค่อนข้างสูง

ในกลุ่มเสี่ยงที่ยังไม่เคยติดเชื้อควรได้รับการกระตุ้นด้วยวัคซีน หลังจากเข็มสุดท้ายเกิน 6 เดือนแล้ว เพื่อยกระดับภูมิต้านทานให้สูงขึ้นและเตรียมรองรับโควิด-19 ประจำฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม กลุ่มเสี่ยงที่เคยติดเชื้อมาแล้ว ถึงแม้ว่าภูมิจะอยู่ในระดับสูง เราก็คงจะปรับวิธีการให้วัคซีนเข้าสู่วัคซีนประจำฤดูกาล คือให้ทุกปีในปลายเดือนเมษายนต่อพฤษภาคมของทุกปี เพื่อป้องกันการระบาดในฤดูฝน

ส่วนในเด็กหรือวัยทำงานที่มีร่างกายแข็งแรงดีไม่มีโรคประจำตัว และได้รับวัคซีนมาแล้วอย่างน้อย 3 เข็ม และยังไม่เคยติดเชื้อมาก่อน หรือเคยติดเชื้อแต่ไม่เคยได้รับวัคซีน ก็สามารถปรับการให้วัคซีนเป็นแบบประจำปีไปได้เลย

ผู้ที่มีร่างกายแข็งแรงดีได้รับวัคซีนมาแล้ว 3 เข็มเป็นอย่างน้อยร่วมกับการติดเชื้อ จะยังไม่รับวัคซีน รอไปฤดูกาลหน้าก็มีความเป็นไปได้ แต่เมื่อได้รับเชื้อก็อาจจะมีการติดเชื้อ แต่ส่วนใหญ่อาการจะไม่รุนแรง

เพราะฉะนั้น แต่ละคนควรจะพิจารณาความเสี่ยงของตัวเองในการเกิดโรคแล้วจะรุนแรง โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคประจำตัวหรือผู้สูงอายุ กับสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทยเมื่อเข้าสู่โรคประจำฤดูกาล

ดังนั้นเฉพาะอีเวนต์ใหญ่เทศกาลสงกรานต์นี้ ก็น่าเชื่อว่าจำนวนผู้ป่วยโควิดจะเพิ่มขึ้น เพราะมีจำนวนคนเดินทาง-ท่องเที่ยว ทำกิจกรรมด้วยกันหลายแสน หลายล้านคน

และอีเว้นต์ใหญ่ต่อไปหลังสงกรานต์ก็คือ “การเลือกตั้ง 2566” นับจากนี้ไปจนถึงวันกาบัตรเลือกตั้ง วันที่  14 พฤษภาคม 2566

ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะต้องมีคนมาร่วมกิจกรรมกันจำนวนมาก ทั้งการปราศรัย ฟังการหาเสียง การลงคะแนน รวมไปถึงการเฉลิมฉลองเมื่อมีผู้ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้ง

ถัดจากเลือกตั้งทั่วไปก็เข้าสู่ เปิดเทอมใหญ่ (ผู้ปกครอง)หัวใจว้าวุ่น คือการที่ต้องเฝ้าห่วงลูกหลานที่ไปโรงเรียน โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็กที่ยังดูแลตัวเองไม่ได้

ต้องคอยติดตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกมาเปิดเผยตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้อง หลังผ่านอีเว้นต์ใหญ่ๆเหล่านี้กันต่อไป