Skip to content

Asset Allocation วางแผนความมั่นคงให้กับสินทรัพย์

15 ก.ย. 2565 | 16:09น.
Asset Allocation วางแผนความมั่นคงให้กับสินทรัพย์
คอลัมน์ : Pawoot.com
ผู้เขียน : ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

ทุกวันนี้หลายคนทำธุรกิจหลากหลาย แต่มักไม่ได้มีการวางแผนสินทรัพย์ (asset allocation) ของตนเอง ไม่รู้ว่ามีสินทรัพย์ หรือความมั่งคั่ง (wealth) อยู่เท่าไหร่

ความมั่งคั่ง (wealth) คืออะไร

เราทราบกันดีว่า money คือเงิน และ wealth คือความมั่งคั่ง ฟังดูเว่อร์วังมาก แต่จริง ๆ ผมว่า wealth คือสินทรัพย์ของเราทั้งหมดที่มีอยู่ ไม่จำเป็นต้องรวยล้นฟ้า เราเป็นระดับคนทำงานก็สามารถรู้ได้ว่ามีสินทรัพย์อะไรได้

ทุกคนอยากรวย แต่เราต้องถามก่อนว่า คำว่ารวยของคุณนั้นเท่าไหร่จึงจะเรียกว่ารวย หลายคนตอบไม่ได้ นี่เป็นคำถามที่เราต้องถามตัวเองก่อนว่าเท่าไหร่ถึงเรียกว่ารวย บางคนบอกหลักล้าน แต่บางคนบอกหลักร้อยล้าน

ฉะนั้นนิยามคือการเทียบกับความพอใจของตัวเอง

ไม่มีใครรวยจากการเป็นมนุษย์เงินเดือน ดังนั้นผมจึงอยากบอกว่า เราต้องตั้งเป้า (goal) ก่อน อย่างแรก คือ เท่าไหร่ เราจึงจะรวย สอง เมื่อไหร่ เราถึงจะมีเงินก้อนนั้น เมื่อเราตั้งเป้าและตั้งเวลาไว้แล้ว ลองย้อนกลับมาดู gap

ย้อนมาดูปัจจุบันว่าเรามีสินทรัพย์ มีรายได้ มีเงินอยู่เท่าไหร่ ตรงนี้เองจะเริ่มเห็นความแตกต่างว่า ถ้ายังทำอย่างเดิมต่อไปเรื่อย ๆ จะถึงเป้าหมายได้หรือไม่ เรายังมีช่องว่างหรือยังขาดอีกเท่าไหร่

เมื่อถึงจุดนี้ เราจะเริ่มเห็น gap และเห็นโอกาส จะเริ่มกลับมามองตนเองว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้มีรายได้มากขึ้น สมองจะสั่งการว่าเราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะไปถึงเป้าหมายได้ เช่น การทำงานแบบเดิมอาจไม่เพียงพอ อาจต้องมีงานอย่างอื่นเสริม

คำถามต่อมาคือ ต้องทำเท่าไหร่ในแต่ละเดือน เมื่อมีรายได้บางส่วนเข้ามาอาจเอาไปลงทุนต่อ ฯลฯ ตรงนี้แหละครับที่กำลังเข้าไปสู่ขั้นตอนการวางกลยุทธ์

การลงทุนมีหลายอย่าง ผมอยากให้ทุกคนเริ่มจากเป้าก่อนว่าเรามีอย่างไร จะเดินไปสู่เป้าได้อย่างไร และสุดท้ายกลยุทธ์ใดที่จะทำให้เป้าเป็นจริงได้ ผมใช้กลยุทธ์นี้เวลาไปลงทุนในสตาร์ตอัพต่าง ๆ ผมจะแชลเลนจ์จะท้าทายให้พวกเขาต้องโตให้ได้ 200% ทำให้พวกเขาต้องคิดแล้วว่าจะทำอย่างไร

ผมพยายามผลักดันให้พวกเขาคิด beyond หรือเกินกว่าที่คิดแล้ว เมื่อตั้งเป้าไว้แล้วโดนพุชให้เกินลิมิตตัวเอง สมองจะคิดวิธีใหม่ วิธีนี้ SMEs ก็ทำได้ แต่สิ่งที่ห้ามพูดเด็ดขาดคือคำว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะเมื่อใดที่เราพูดว่า ยาก เป็นไปไม่ได้ สมองจะสั่งการให้ตัดความคิดนี้ทันที จะหยุดคิดทันที

ผมจะเข้าไปโค้ชน้อง ๆ ว่าเขาทำได้ จะมีวิธีการอะไรบ้าง สมองจะคิดอะไรนอกเหนือจากสิ่งที่เราคุ้นชิน ผมอยากฝากทุกคนว่าบางทีเราอาจต้องตั้งเป้าของชีวิตที่มีความท้าทายสักนิด แต่ไม่ใช่แค่ตั้งเป้าหรือมีเป้าหมายไว้อย่างเดียว แต่ต้องมองย้อนกลับมาด้วยว่าการจะไปถึงเป้าหมายนั้นมีช่องว่างขนาดไหน และเราจะทำอย่างไร เท่าไหร่ เมื่อไหร่ และใครทำ

สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่เราสามารถปิดช่องว่างนั้นได้ แล้วกลยุทธ์จะเริ่มเกิดขึ้น

ผมจะสอนน้อง ๆ เสมอว่า ให้เปรียบเทียบว่าธุรกิจของเราเป็นเครื่องบินเครื่องยนต์เดียวที่บินได้สูงในระดับหนึ่ง แต่หากต้องการบินสูงขึ้น มีรายได้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เครื่องยนต์ตัวเดียวไม่พอในการสร้างรายได้ บางครั้งเราต้องมี growth engine หรือเครื่องยนต์ใหม่ ๆ ในการทำให้ธุรกิจของเราโตได้มากขึ้นกว่าเดิม

เรื่องของ asset allocation เชื่อว่าหลาย ๆ คนมักไม่รู้ว่าตนเองมีสินทรัพย์ มีความมั่งคั่งอยู่เท่าไหร่กันแน่ บางทีเรามีเงินในบัญชีธนาคาร มีสินทรัพย์ต่าง ๆ ที่กระจายอยู่หลายรูปแบบ ปัญหาคือข้อมูลเหล่านี้กระจัดกระจายมาก และไม่เคยเอาข้อมูลเหล่านี้มารวมกัน

ที่ผ่านมาผมก็เจอปัญหานี้เช่นกัน จึงทำไฟล์ขึ้นมาไฟล์หนึ่งใน Google Sheet และเก็บข้อมูล โดยแบ่งสินทรัพย์ของตนเองออกเป็น 2 ระดับ อย่างแรกคือ สินทรัพย์เทียบเท่าเงินสด คือสินทรัพย์ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ภายใน 1-2 วัน เช่น หนึ่งอาจมีเงินสด สองนำเงินไปลงทุนในกองทุน ซึ่งขายและสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ในอีก 1-2 วัน สาม อาจลงทุนในพวกหุ้น ทองคำ หรือเป็นคริปโต (ในช่วงที่ดี) สินทรัพย์เหล่านี้สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ในเวลา 1-3 วัน

นี่คือสิ่งที่ผมพยายามแทร็กตัวเองไว้ตลอด บัญชีเงินสด ผมจะมีเป็นไฟล์ Google Sheet ว่าเงินในบัญชีแต่ละธนาคารมีอยู่เท่าไหร่ เปิดกองทุนหรืออื่น ๆ อยู่กี่ธนาคาร มีเท่าไหร่ เปิดพอร์ตหุ้นไว้ที่ไหน มูลค่าเท่าไหร่ ทองคำที่มีอยู่มีกี่บาท วันนี้ราคาเท่าไหร่ หรือแม้แต่คริปโตก็ตาม ในแต่ละวันผมจะสแนปชอตไว้เลยว่ามี wealth ทั้งหมดอยู่เท่าไหร่

อีกอย่างที่ทำคือ การลงทุนระยะยาว เช่น ซื้อประกัน ที่ดิน รถยนต์ ลงทุนอย่างอื่น ปล่อยกู้ ฯลฯ ผมจะเก็บข้อมูลไว้ว่าปัจจุบันมีการลงทุนแบบ long-term investment ที่ไหนบ้าง

ฉะนั้น เมื่อนำสินทรัพย์เทียบเท่าเงินสดกับการลงทุนระยะยาว มาบวกเข้าด้วยกัน จะทราบเลยว่าวันนี้เรามีสินทรัพย์หรือความมั่งคั่งทั้งหมดเท่าไหร่ และจะรู้ว่าเปอร์เซ็นต์หรือสินทรัพย์ของเราไปกองอยู่ในสินทรัพย์ประเภทไหนบ้าง ฉะนั้น เราจะเริ่มเห็นสโคปของสินทรัพย์ หรือความมั่งคั่งว่าไปอยู่ส่วนไหนบ้าง ซึ่งหลายคนไม่ได้เก็บข้อมูลเหล่านี้ไว้เลย

นี่คือการทำ asset allocation การนำข้อมูลเหล่านี้มาเก็บเอาไว้ จะเก็บเป็นเดือน ๆ หรือเป็นควอเตอร์นำมาเปรียบเทียบสินทรัพย์ของเราว่ามีมากขึ้นหรือไม่ เราไปลงทุนอะไรเพิ่มขึ้นหรือลดลง ทำให้เราคาดการณ์ได้ว่าต่อไปชีวิตเราจะมีสินทรัพย์เท่าไหร่ จะโตต่อไปอย่างไร จากการลงทุนอะไร จากสินทรัพย์เหล่านี้ครับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ Pawoot.com สินทรัพย์