เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดประตู Crypto ETF ไทย ทางเลือกใหม่ภายใต้การกำกับดูแล
Finance เปิดประตู Crypto ETF ไทย ทางเลือกใหม่ภายใต้การกำกับดูแล
NER จ่อเพิ่มวงเงินหุ้นกู้ 3 พันล้าน ดันยอดรวมแตะ 1.1 หมื่นล้าน รับต้นทุนยางขาขึ้น-ขยายลงทุน
Finance NER จ่อเพิ่มวงเงินหุ้นกู้ 3 พันล้าน ดันยอดรวมแตะ 1.1 หมื่นล้าน รับต้นทุนยางขาขึ้น-ขยายลงทุน
หนี้บัตรเครดิต : ทำไมจ่ายขั้นต่ำแล้วไม่มีวันหมดหนี้
Finance หนี้บัตรเครดิต : ทำไมจ่ายขั้นต่ำแล้วไม่มีวันหมดหนี้
หุ้นไทยวันนี้ร่วงอีก 21 จุด! หลัง 3 วันทรุด 42 จุด ‘เอเซีย พลัส’ แนะถือเงินสด 20-30%
Finance หุ้นไทยวันนี้ร่วงอีก 21 จุด! หลัง 3 วันทรุด 42 จุด ‘เอเซีย พลัส’ แนะถือเงินสด 20-30%
เครือข่ายไทย-จีน ประชุมวิชาการแม่โขง-ล้านช้าง ชูประเด็น ‘ภาษา-ระบบนิเวศ-อารยธรรม’ ถกร่วมมือภูมิภาค
Biz Movement เครือข่ายไทย-จีน ประชุมวิชาการแม่โขง-ล้านช้าง ชูประเด็น ‘ภาษา-ระบบนิเวศ-อารยธรรม’ ถกร่วมมือภูมิภาค
Low Calorie Lifestyle โอกาสใหม่ของธุรกิจอาหารไทยในยุค Longevity
Columns Low Calorie Lifestyle โอกาสใหม่ของธุรกิจอาหารไทยในยุค Longevity
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 650 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 650 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,550 บาท
BinanceTH ย้ำสินทรัพย์ดิจิทัล แยกส่วนกับ Binance Global ไม่ได้โดนแฮก
Tech BinanceTH ย้ำสินทรัพย์ดิจิทัล แยกส่วนกับ Binance Global ไม่ได้โดนแฮก
‘ค่าธรรมเนียม’ แพลตฟอร์มสูงแค่ไหนถึงเรียกว่าไม่เป็นธรรม ?
Biz Movement ‘ค่าธรรมเนียม’ แพลตฟอร์มสูงแค่ไหนถึงเรียกว่าไม่เป็นธรรม ?
ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
Finance ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
ดูทั้งหมด

เปิด 3 เมกะโปรเจ็กต์ร้อน รถไฟฟ้า-ไฮสปีด EEC ลุ้นรัฐบาลใหม่

23 มี.ค. 2566 | 15:26น.
เมกะโปรเจ็กต์

ทันทีที่พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ยุบสภาออกฤทธิ์ในวันที่ 20 มีนาคม 2566 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หยุดสถิติครองอำนาจ (ชั่วคราว) ไว้ที่ 8 ปี 9 เดือน 42 วัน

โครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่ยังไม่สะเด็ดน้ำ-ตกขบวนไปไม่ถึง “สถานีปลายทาง”

โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันตก) ช่วงบางขุนนนท์-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ระยะเวลาเดินรถ 30 ปี ระยะทาง 13.4 กิโลเมตร 11 สถานี (ใต้ดินตลอดสาย) กรอบวงเงิน 96,012 ล้านบาท

โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม “ฝั่งตะวันตก” รถไฟฟ้าสายร้อนถูกหยิบขึ้นมาวันที่ “ครม.อำนาจเต็ม” นัดสุดท้าย เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566

หลังจากศาลปกครองสูงสุด “ยกฟ้อง” คดีหมายเลขดำที่ อ.572/2565 ระหว่างบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC “ผู้ฟ้องคดี” กับ “ผู้ถูกฟ้องคดี” คณะกรรมการคัดเลือก ตามมาตรา 36-การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2566 เผยแพร่คำสั่งศาลวันที่ 1 มีนาคม 2566

“อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี กำกับกระทรวงคมนาคม กัดฟันเซ็นอนุมัติเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดทิ้งทวนในช่วง “วินาทีสุดท้าย” ซึ่งที่ประชุมใช้เวลาถก-เถียงกันแค่ครึ่งชั่วโมง

โดยมีรัฐมนตรีค่ายประชาธิปัตย์-รัฐมนตรีสายตรง พล.อ.ประยุทธ์ รุมค้านอย่างหนัก เพราะนอกจาก “ส่วนต่าง” การให้ผลประโยชน์รัฐต่ำกว่า 7 หมื่นล้านแล้ว และยังมี “คดีคา” ศาลปกครองสูงสุดที่ยัง “ไม่ถึงที่สุด” ถึง 2 คดี

แม้ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกรัฐมนตรี “มือกฎหมายรัฐบาล” จะการันตีให้ ครม.สามารถเห็นชอบไปก่อนได้ หากศาลปกครองสูงสุดมีคำตัดสินอย่างไร ก็สามารถ “ทบทวนมติ ครม.” ได้

วาระดังกล่าวเหล่าบรรดานักการเมือง-คณะรัฐมนตรีไม่อยากเสี่ยงไปด้วย ต่างขอลากิจ-ออกจากที่ประชุมก่อนเวลา

ส่วนรัฐมนตรีที่ยังอยู่ก็นั่งไม่ยอมลุกจากที่ประชุม-ออกมารอจังหวะเข้าไป “ค้านสุดตัว” เมื่อวาระร้อนถูกเสิร์ฟบนโต๊ะประชุม ครม.

ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะทุบโต๊ะ-ถอนออกจากการพิจารณาของ ครม. ท่ามกลางเสียงถอนหายใจของ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ที่ถือ “เผือกร้อน” เข้าที่ประชุม ครม.

รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย แบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ต่อสัมปทาน 30 ปีให้กับผู้รับสัมปทานรายเดิม-BTSC

ครั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย เมื่อ 7 รัฐมนตรีภูมิใจไทย นำโดย “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” เจ้ากระทรวงคมนาคม พร้อมใจกันผลักให้ตกขบวน แนบท้ายด้วยเอกสารประกอบการคัดค้าน “วอล์กเอาต์” ถึง 8 ฉบับ

และยังเป็นการสกัดโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ในวาระการประชุม ครม. 6 ครั้ง ในรอบวาระรัฐบาล 3 ปี

ประเด็นหน้าฉากที่ถกเถียงคือ การคิดค่าโดยสารถูกกว่า 65 บาทได้ และการมีคดีอยู่ในสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ครม.ประยุทธ์ตกอยู่ในสถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อ “บีทีเอส” ตั้งโต๊ะแถลง “ทวงหนี้” ภายหลังศาลปกครองกลางมีคำสั่งให้ชำระหนี้ “ค่าจ้างเดินรถ” กว่า 5 หมื่นล้านบาท

อีกโปรเจ็กต์ร้อนคือ โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ระยะทาง 220 กิโลเมตร

วงเงิน 2.2 แสนล้านบาท ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด หรือเครือซี.พี.

อย่างไรก็ตาม บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ได้ส่งหนังสือหารือ เนื่องจากผลกระทบจาก “เหตุสุดวิสัย” เกิดโรคระบาดของโควิด-19 โดย “แก้ไขสัญญา” จากเดิม “สร้างเสร็จแล้วค่อยจ่าย” เป็น “สร้างไปจ่ายไป”

แม้ว่า “บอร์ดอีอีซี” จะ “ไฟเขียว” ในหลักการให้ “สร้างไปจ่ายไป” แบบ “มีเงื่อนไข” ได้ แต่ก็ต้องใช้เวลากว่า ร.ฟ.ท.-เครือซี.พี.เจรจา “ข้อต่อรอง” ได้ และยังต้องส่งให้ “อัยการสูงสุด” ดูร่างสัญญา จึงไม่ทันในรัฐบาลนี้

โดยเฉพาะ “รัฐบาลรักษาการ” ซึ่งไม่สามารถจะอนุมัติงบประมาณ-โครงการได้ “ไฮสปีดเทรนเชื่อมสามสนามบิน”

จึงไม่สามารถแล่นฉิวได้ในรัฐบาลนี้-ต้องไปลุ้นรัฐบาลหน้าว่าจะสานต่อหรือจะรื้อแก้สัญญาอย่างไร

โครงการขนาดใหญ่ทั้ง 3 โครงการต้องรอสัญญาณผ่าน ในรัฐบาลหน้า

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รถไฟฟ้า เมกะโปรเจ็กต์