เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

KBANK-SCB หุ้นร่วงเอฟเฟ็กต์ปล่อยกู้ STARK จับตาประชุมผู้บริหารพรุ่งนี้

20 เม.ย. 2566 | 14:43น.
KBANK-SCB

KBANK-SCB

KBANK-SCB กอดคอหุ้นร่วง เอฟเฟ็กต์ปล่อยกู้ STARK จับตาผู้บริหารทั้งสองแบงก์ประชุมนักวิเคราะห์พรุ่งนี้

วันที่ 20 เมษายน 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) วันนี้เปิดตลาดที่ราคา 129 บาท ปรับตัวลดลง 2.5 บาท หรือติดลบ 1.9% จากราคาปิดวันก่อนหน้า โดยลงไปทำจุดต่ำสุดที่ราคา 126.50 บาท ปรับตัวลดลง 3.8% โดยปิดตลาดภาคเช้ายืนที่ราคา 127.50 บาท ลดลง 3.04% จากราคาปิดวันก่อนหน้า

ขณะที่ บมจ.เอสซีบี เอกซ์ (SCB) เปิดตลาดที่ราคา 100 บาท ลดลง 0.5 บาท หรือติดลบ 0.5% จากราคาปิดวันก่อนหน้า โดยลงไปทำจุดต่ำสุดที่ราคา 98.75 บาท ปรับตัวลดลง 1.7% โดยปิดตลาดภาคเช้ายืนที่ราคา 99.50 บาท ลดลง 1% จากราคาปิดวันก่อนหน้า

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากกรณีบริษัท สตาร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STARK ที่มีการเลื่อนนำส่งงบการเงินปี 2565 ล่าช้าไปแล้วถึง 3 ครั้ง นับตั้งแต่ต้นปี 2566 ประกอบกับมีปัญหาในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรภายในบริษัททั้งคณะกรรมการและผู้บริหาร ทำให้ทั้งสองแบงก์ดังกล่าวมีความเสี่ยงเพราะเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อให้กับ STARK

โดยข้อมูลที่มีการเปิดเผยออกมาคือ KBANK ได้มีการปล่อยกู้ STARK ไปประมาณ 5,000 ล้านบาท และ SCB ปล่อยกู้ไปประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท ทำให้อาจส่งผลให้ต้องตั้งสำรองเพิ่มเติม แต่ไม่น่าถูกตัดเป็นหนี้สูญทั้งจำนวน เนื่องจากเงินกู้บางส่วนอาจถูกนำเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้

อย่างไรก็ดี ตามที่ STARK เปิดเผยฐานะการเงินล่าสุดสิ้นสุดไตรมาส 3/2565 พบว่ามีหนี้สินจากเงินกู้ยืมระยะสั้นจำนวน 4,736 ล้านบาท หนี้สินระยะยาวที่มีภาระดอกเบี้ยครบกำหนดภายใน 1 ปี 2,038 ล้านบาท หนี้สินระยะยาวที่มีภาระดอกเบี้ย 2,523 ล้านบาท รวมไปถึงมียอดหุ้นกู้ 6,718 ล้านบาท รวมหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจำนวน 15,385 ล้านบาท (หักเงินสดและเงินฝากค้ำประกันไปแล้วราว 631 ล้านบาท)

แหล่งข่าวบริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เบื้องต้นได้มีการสอบถามไปยัง KBANK และ SCB แล้ว แต่ทั้งสองแบงก์ไม่ได้เปิดเผยข้อมูลตัวเลข โดยให้เหตุผลว่าเป็นข้อมูลภายในของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (21 เม.ย. 2566) จะมีการประชุมนักวิเคราะห์ของ KBANK ในช่วงเช้า และ SCB ในช่วงบ่าย ซึ่งผู้บริหารทั้งสองแบงก์แจ้งตรงกันว่า จะเปิดเผยข้อมูลให้ทราบ

โดยต้องติดตามว่าการตั้งสำรองเพิ่มจะอยู่ในประมาณการ หรือไม่อยู่ในประมาณการ และจะบันทึกลงในงบบัญชีงวดไหน ต้องรอติดตามวันพรุ่งนี้ แต่เชื่อว่าไม่น่าถูกตัดเป็นหนี้สูญทั้งจำนวน เพราะแบงก์น่าจะบีบให้นำหลักทรัพย์ที่ค้ำประกันไปขายหรือนำเงินสดมาชำระหนี้

แหล่งข่าวบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า STARK มีเวลาในการจัดการนำส่งงบการเงินปี 2565 ประมาณ 6 เดือน จากสิ้นเดือน ก.พ.-ส.ค. 2566 เท่านั้น ถ้าเลยไปจะเข้ากระบวนการเพิกถอนหุ้นออกจากตลาดหุ้น ซึ่งอาจทำให้กระบวนกลับเข้ามาซื้อขายทำได้ยาก