Skip to content

ป้องทุนใหญ่ หรือทลายทุนผูกขาด 3 พรรค ดีเบตปมไฟฟ้าแพง

02 พ.ค. 2566 | 17:28น.
ป้องทุนใหญ่ หรือทลายทุนผูกขาด 3 พรรค ดีเบตปมไฟฟ้าแพง

ธนาธร ลั่นก้าวไกลเป็นรัฐบาล ยกเลิกนโยบายเอื้อนายทุนพลังงาน จัดสรรทรัพยากรใหม่ ภูมิใจไทยใช้โซลาร์รูฟ ลดค่าไฟ 450 บาทต่อครัวเรือน “ชัยวุฒิ” โวพลังประชารัฐ บริหารประเทศลดค่าไฟเหลือ 2.5 บาทต่อหน่วย พูดติดตลกก้าวไกลอาจเป็นฝ่ายค้านร่วมกับ พปชร.

วันที่ 2 พฤษภาคม 2566 ที่ห้องพารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เครือมติชน ร่วมกับเครือเดลินิวส์ จัดงานดีเบตการเมือง ในธีม มติชน เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย เวที “สงคราม 9 พรรค The Last War” โดยเวทีแบ่งออกเป็น 3 รอบ

ทั้งนี้ รอบที่สอง เป็นเวที “ขุนศึก ประจัญบาน” กลุ่มขุนศึกตัวตึง-ตัวเก๋า ผู้แทนที่เป็นบุคคลสำคัญในพรรคการเมือง ที่สามารถนำเสนอประเด็นหลัก ที่พรรคใช้หาเสียง อธิบายเหตุผลในการเลือกใช้กลยุทธ์-นโยบาย ในช่วงโค้งสุดท้าย และพร้อมที่จะดีเบต โต้แย้งกับตัวแทนจากพรรคการเมืองต่าง ๆ ได้ ทั้งในประเด็นการเมือง-เศรษฐกิจ-สังคม โดยแบ่งเป็นกรุ๊ปเอ กับ กรุ๊ปบี กรุ๊ปซี

ทั้งนี้ กรุ๊ปซี ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย มี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ พรรคก้าวไกล มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคพรรคพลังประชารัฐ มีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ตอบคำถามเรื่อง ค่าไฟแพงเป็นความผิดของนายกฯ คนไหนหรือไม่ และมีข้อเสนออย่างไร

นายพุทธพงษ์กล่าวว่า ค่าไฟของทุกบ้านเป็นกระแส แต่ไม่ได้แพงเฉพาะวันนี้ แพงมาตลอด และทุกคนไม่เคยลด ส่วนจะชี้นิ้วไปโทษนายกฯ คนไหน ตนคิดว่า 10 นิ้วชี้ไม่หมด เพราะกระบวนการเรื่องค่าไฟดำเนินการมาตลอด แต่จะโทษนายกฯ คนนี้ ใครไปต่อสัญญา แต่ต้องไปบอกชาวบ้านก่อนว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร

คนภูมิใจไทยพูดนโยบายนี้ก่อนใครเพื่อนว่าจะเอาความทันสมัยมาใช้ พูดเรื่องติดโซลาร์เซลล์ ตอนแรกคนไม่เชื่อ แต่วันนี้ทุกพรรคมีนโยบายเหมือนกันหมด วันนี้เทคโนโลยีถูกลง รัฐบาลลงทุนโซลาร์รูฟให้ 20 ล้านครัวใช้ แบบนี้ประหยัดไฟได้ 450 บาทต่อครัวเรือน

“เรื่องพลังงานต้องปรับที่โครงสร้างพลังงาน ต้องไปดูว่าทำไมต้องไปซื้อ หรือไปจ้างโรงไฟฟ้าเกินกำลังที่ประชาชนต้องใช้ ทำไมคนไทยต้องจ่ายค่าไฟที่ไม่ใช่จ่ายตามจริงที่ประชาชนใช้ จะไปบวกค่าเอฟที ทำไมต้องโยนภาระให้กับประชาชน ภูมิใจไทยบอกแบบนี้ แต่เราจะเดินหน้ารับผิดชอบไปกับประชาชน”

นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า เมื่อไหร่ที่เราต้องเริ่มชี้นิ้วใส่คนอื่น แก้ไขปัญหาข้างหน้าอย่างไร แก้ในเรื่องที่ทำมาแล้วก็ต้องแก้กันไป ส.ส.เข้าสภาไปแล้วก็ช่วยกันดู พื้นที่มากก็เป็นผู้ผลิตส่งคืนให้รัฐได้ มองปัญหาประชาชนเป็นหลัก รัฐบาลต้องคิดให้ได้ตั้งแต่ผู้นำ

นายธนาธรกล่าวว่า มีโอกาสลงไปพบปะประชาชนในหลายพื้นที่ เจอคนหลายคนไม่กังวลเรื่องค่าไฟ หม้อถูกเอาออกไปแล้ว ใน 10 ปีที่ผ่านมา ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรามีการสร้างกำลังการผลิตไฟฟ้ามากเกินความจำเป็น นโยบายที่เอื้อกลุ่มทุนพลังงาน ทำให้มีกำลังไฟฟ้าเกินความจำเป็นถึง 60% นำมาสู่ต้นทุนที่สูงขึ้นของค่าไฟ ต้องมีค่าพร้อมจ่ายให้กับบริษัทเอกชน คือค่าเสื่อมเครื่องจักร ค่าบำรุงรักษา ค่าดอกเบี้ย แม้แต่โรงไฟฟ้าไม่เดินเครื่องสักวันเดียว แต่รัฐต้องจ่ายเรื่องพวกนี้

พรรคก้าวไกลกล้าและพร้อมชนกลุ่มทุนผูกขาด สิ่งที่เราจะทำทันที จัดสรรก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยเสียใหม่ จัดสรรให้เป็นธรรมระหว่างอุตสาหกรรมและประชาชน ยกเลิกนโยบายที่เอื้อนายทุนพลังงานทันที เพราะคือระบบเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรม ที่ทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนห่างขึ้นทุกที ปล่อยให้นโยบายแบบนี้ทำให้กลุ่มทุน 3-4 กลุ่ม รวยเป็นแสนล้าน จากการขายไฟให้กับรัฐโดยไม่ต้องมีนวัตกรรมอะไรเลย เราจะทำระบบ net metering เพื่อให้ประชาชนติดโซลาร์เซลล์ ขายกลับไปที่กริดได้เหมือนที่ทุนใหญ่ทำได้

ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะแก้ไขปัญหาไฟแพงได้ต้องสร้างระบบเศรษฐกิจที่เป็นธรรม และหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญคือ ต้องต่อสู้กับทุนผูกขาด เราทำจริงใน 4 ปีที่ผ่านมา ปกป้องผลประโยชน์ให้กับประชาชนมาตลอด 3 ปีที่แล้วพรรคก้าวไกลยืนยันไม่เห็นด้วยควบรวมซีพีกับโลตัส 2 ปีที่แล้ว พวกเราอภิปรายเรื่องค่าไฟ นโยบายที่เอื้อกลุ่มทุนพลังงาน จน ส.ส.ของเราถูกฟ้อง 100 ล้านบาท ปีที่แล้วเราลุกขึ้นมาต่อต้านการควบรวมทรู ดีแทค พวกเราต่อสู้จริง พวกเราทำจริง

นายชัยวุฒิกล่าวว่า ถ้าคิดเรื่องไฟฟ้าต้องคิดถึง 2 สิ่ง ความมั่นคง เสถียรภาพของพลังงานเพียงพอ ทำให้คนไทยอยู่อย่างดีมาโดยตลอดไม่มีปัญหาไฟตกไฟดับ ส่วนที่สองคือเรื่องราคา ต้องให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลในอดีตด้วย การสร้างโรงไฟฟ้าแต่ละครั้งจะศึกษาว่าเชื้อเพลิง หรือโรงไฟฟ้าแบบไหนใช้ต้นทุนถูกที่สุด

ตอนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เซ็นสัญญาซื้อไฟฟ้า 5 พันเมกะวัตต์ ตอนนั้นแก๊สไม่แพงเหมือนทุกวันนี้ และโซลาร์หน่วยละ 6 บาท เพราะเทคโนโลยีไม่ดี และแก๊สถูกกว่า แต่วันนี้มีสงครามรัสเซีย-ยูเครนทำให้ค่าแก๊สสูงขึ้น และวันนี้ทุกพรรคเห็นพ้องต้องกันว่าไฟจากโซลาร์เหลือต้นทุน 2 บาท ไม่ใช่เราเพิ่งคิดออก แต่เทคโนโลยีดีขึ้น เราต้องปรับเปลี่ยนนโยบาย ซึ่งเป็นนโยบายพลังประชารัฐเห็นด้วยอยู่แล้ว

ในอนาคตเรามีนโยบายปรับค่าแก๊ส เพราะโครงสร้างราคาแก๊สอาจปรับลงได้อีก ทำให้ค่าไฟเหลือ 2.5 บาทต่อหน่วย/ ครัวเรือน ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่ 4 บาทต่อหน่วย/ครัวเรือน

“ทุกอุตสาหกรรมก็จะมีกลุ่มทุนของคนไทย ไม่เฉพาะอุตสาหกรรมไฟฟ้า อุตสาหกรรมรถยนต์ก็มีกลุ่มทุน แต่ทุกกลุ่มทุนผมเชื่อว่าถ้าเป็นคนไทย ทำสิ่งดีเพื่อคนไทยก็ควรให้การสนับสนุน หรือจะเอาแต่กลุ่มทุนต่างชาติเข้ามา กลุ่มทุนไทยที่เข้มแข็งสามารถพัฒนาเศรษฐกิจและไปลงทุนต่างประเทศ นำเงินเข้าประเทศได้ก็มีหลายกลุ่มทุน จึงไม่อยากให้มองในแง่ลบ มาช่วยการพัฒนาประเทศ เศรษฐกิจของเราให้ดีขึ้นดีกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงท้ายของการดีเบต นายชัยวุฒิกล่าวว่า “อยากให้คิดถึงการทำงานร่วมกันในอนาคต วันข้างหน้าถ้าเพื่อไทยแลนด์สไลด์ พรรคก้าวไกล อาจเป็นฝ่ายค้านร่วมกับพรรคพลังประชารัฐก็ได้นะ”