เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คลัง ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม รับเรื่องประชาชน-ผู้ประกอบการ
Finance คลัง ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือน้ำท่วม รับเรื่องประชาชน-ผู้ประกอบการ
ประเสริฐ เผย 155 โรงเรียนยังเปิดไม่ได้​ เตรียมของบฯ ซ่อมแซม
Politics ประเสริฐ เผย 155 โรงเรียนยังเปิดไม่ได้​ เตรียมของบฯ ซ่อมแซม
SET วันนี้แกว่งไซด์เวย์ ชู 4 ธีมหุ้นรับการเมืองคลายกังวล-น้ำท่วม-ไฮซีซั่นท่องเที่ยว
Finance SET วันนี้แกว่งไซด์เวย์ ชู 4 ธีมหุ้นรับการเมืองคลายกังวล-น้ำท่วม-ไฮซีซั่นท่องเที่ยว
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (29 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาทองวันนี้ (29 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 66,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (29 ก.ย. 69) ร่วงลง 300 บาท ทองรูปพรรณ 66,650 บาท
“การบินไทย” แจ้งยกเลิก 11 เที่ยวบิน พร้อมเร่งนำส่งสัมภาระตกค้างสนามบินสุวรรณภูมิ
Business “การบินไทย” แจ้งยกเลิก 11 เที่ยวบิน พร้อมเร่งนำส่งสัมภาระตกค้างสนามบินสุวรรณภูมิ
คลัง ชง ครม. สรุปผลคนผ่านเกณฑ์ “บัตรสวัสดิการฯ” 11.22 ล้านสิทธิ
Finance คลัง ชง ครม. สรุปผลคนผ่านเกณฑ์ “บัตรสวัสดิการฯ” 11.22 ล้านสิทธิ
ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ก.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (29 ก.ย. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.62 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา! ครม.เคาะแผนแก้น้ำท่วมภาคกลาง 1.65 แสนล้าน-งบเยียวยาน้ำท่วมกทม.-ปริมณฑล
Politics จับตา! ครม.เคาะแผนแก้น้ำท่วมภาคกลาง 1.65 แสนล้าน-งบเยียวยาน้ำท่วมกทม.-ปริมณฑล
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ก.ย. 69) ปรับลง 1.21% อยู่ที่ 83,493 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ก.ย. 69) ปรับลง 1.21% อยู่ที่ 83,493 เหรียญสหรัฐ
ดูทั้งหมด

เหตุที่ปม “เพดานหนี้” เป็นปัญหาเฉพาะตัวของ “อเมริกา”

21 พ.ค. 2566 | 08:59น.
เพดานหนี้อเมริกา
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

ประเด็น “เพดานหนี้” ของสหรัฐอเมริกา กลับมาวนเวียนสร้างปัญหาอยู่บ่อยครั้ง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งแต่ละครั้งส่งผลสะเทือนไปทั้งโลก เพราะว่าหากรัฐบาลไไม่สามารถขยายเพดานหนี้ได้ ก็ย่อมหมายถึงว่าสหรัฐอเมริกาจะผิดนัดชำระหนี้ อันจะส่งผลลบอย่างร้ายแรงต่อความน่าเชื่อถือของประเทศ และกระทบต่อตลาดการเงินโลกอย่างไม่อาจจินตนาการ

คำว่า “เพดานหนี้” หมายถึงวงเงินสูงสุดที่รัฐบาลสหรัฐสามารถกู้ได้ เพื่อนำมาใช้จ่ายต่าง ๆ ตามภาระผูกพันที่มีอยู่ ซึ่งในรอบนี้รัฐบาลกู้ยืมชนเพดานไปแล้ว จึงอยากขอให้สภาคองเกรสช่วยขยายเพดาน หรือขยายการกู้ยืม เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้ต้องผิดนัดชำระหนี้ภายในวันที่ 1 มิถุนายน 2023 แต่ติดขัดที่ฝ่ายค้านคือพรรครีพับลิกันที่ต้องการให้รัฐบาลปรับลดการใช้จ่ายเสียก่อนจึงจะยอมอนุญาตเพิ่มเพดานหนี้

สภาคองเกรสของสหรัฐอเมริกาเริ่มกำหนดเพดานหนี้ครั้งแรกเมื่อปี 1939 หรือหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยกำหนดให้รัฐบาลกู้ยืมได้ไม่เกิน 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือสูงกว่าหนี้รัฐบาลทั้งหมดในเวลานั้น 10% หลังจากนั้นเป็นต้นมาเศรษฐกิจขยายตัวอย่างมาก เช่นเดียวกับการขยายตัวของหนี้ จนล่าสุดทะลุ 31 ล้านล้านดอลลาร์ หรือเกือบ 130% ของจีดีพี สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไปแล้ว

การกู้ยืมที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้นับจากปี 1960 เป็นต้นมา สภาคองเกรสต้องอนุญาตให้ขยายเพดานหนี้ไปแล้วถึง 78 ครั้ง หรือโดยเฉลี่ยมากกว่า 1 ครั้งต่อปี

อันที่จริงสหรัฐอเมริกาไม่ได้เป็นเพียงประเทศเดียวที่มีการกำหนดเพดานหนี้ แต่ความน่าสนใจอยู่ตรงที่กลายเป็นประเทศเดียวในโลกที่มีปัญหาในเรื่องนี้อยู่เป็นประจำ ในระดับที่เกือบทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจและการเมือง จึงอาจกล่าวได้ว่าเรื่องเพดานหนี้กลายเป็นปัญหาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของอเมริกา

เฉพาะกลุ่มประเทศเศรษฐกิจก้าวหน้าด้วยกัน มีเพียง “เดนมาร์ก” เท่านั้นที่มีการกำหนดเพดานหนี้แบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่เดนมาร์กแทบไม่เคยเกิดปัญหาในระดับที่เป็นภัยคุกคามต่อเศรษฐกิจแบบสหรัฐอเมริกา เพราะเดนมาร์กนั้นจงใจกำหนดเพดานหนี้ให้สูงมากพอที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาการเผชิญหน้ากันทางการเมือง

ลาส โอลเซ็น หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ธนาคารแดนสเก้ ของเดนมาร์ก ให้สัมภาษณ์ซีเอ็นเอ็นว่า การกำหนดเพดานหนี้ของเดนมาร์ก เป็นการตัดสินใจในเชิงกลยุทธ์ โดยกำหนดเพดานหนี้ไว้สูงเพียงพอ เพราะไม่ต้องการให้เพดานหนี้กลายเป็นสงครามตัวแทนระหว่างสองฝ่ายหากเกิดปัญหาไม่ลงรอยกันเกี่ยวกับแผนงานงบประมาณ ที่ผ่านมาเดนมาร์กขยายเพดานหนี้เพียงครั้งเดียวเมื่อปี 2010 เพื่อรับมือหลังเกิดวิกฤตการเงินโลกครั้งใหญ่ปี 2008 แต่การเพิ่มเพดานหนี้นั้นเอาเข้าจริงก็ไม่ได้นำไปปฏิบัติ เพราะการกู้ยืมจริงยังคงต่ำกว่าเพดาน ดังนั้น ปัญหาการเมืองจึงไม่เกิด

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ ระบุว่า การจะเปรียบเทียบระหว่างสหรัฐกับเดนมาร์กนั้นมีข้อจำกัด เพราะองค์ประกอบบางอย่างแตกต่างกัน เดนมาร์กนั้นกู้ยืมน้อยกว่าสหรัฐมากเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจของประเทศ โดยกู้ยืมเพียง 37% ของจีดีพี ในปี 2021 และเดนมาร์กมีงบประมาณเกินดุลอยู่บ่อย ๆ ทำให้แทบไม่มีแนวโน้มจะเกิดปัญหาชนเพดานหนี้ ไม่ว่าเดนมาร์กจะกำหนดเพดานหนี้เท่าไหร่ก็ตาม อีกทั้งเดนมาร์กยังมีความเป็นอนุรักษนิยมด้านการคลังมากกว่าสหรัฐในหลาย ๆ ด้าน จึงมีระดับหนี้ต่ำมาก ๆ

นอกจากนั้น การเมืองของเดนมาร์กก็แตกต่างจากสหรัฐ โดยการเมืองสหรัฐมีการแบ่งแยกสาขาอำนาจชัดเจน นำไปสู่การเกิดทางตันระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติบ่อยครั้ง ส่วนเดนมาร์กนั้นรัฐสภาเลือกหัวหน้ารัฐบาลบนพื้นฐานของรัฐบาลหลายพรรค ทำให้ปัญหาเพดานหนี้ไม่กลายเป็นเกมฟุตบอลการเมือง

แม้การกำหนดเพดานหนี้จะช่วยให้ระมัดระวังเรื่องการก่อหนี้ แต่มักจะสร้างปัญหามากกว่าจะเป็นทางออก เพราะมักจะต้องมีการขยายเพดานไปเรื่อย ๆ เมื่อต้องแก้ปัญหาหนี้ที่เกิดขึ้นเรื้อรัง ตัวอย่างที่เห็นชัดก็คือกรณีของออสเตรเลีย ที่เคยใช้วิธีกำหนดเพดานหนี้ในปี 2008 เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือด้านการคลัง แต่ปรากฏว่าต้องขยายเพดานหนี้หลายครั้ง และสุดท้ายต้องยกเลิกเพดานหนี้ หลังจากมันกลายเป็นปัญหาขัดแย้งทางการเมืองบ่อยครั้ง

ส่วนประเทศอื่น ๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย ปากีสถาน หรือสหภาพยุโรป ใช้วิธีกำหนดเพดานหนี้ที่ยืดหยุ่นกว่า โดยกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี แทนการกำหนดเป็นตัวเลขตายตัว ดังนั้น จึงไม่มีโอกาสเกิดการผิดนัดชำระหนี้หากละเมิดเพดาน

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สหรัฐอเมริกา เพดานหนี้