ร้านอาหารสหรัฐทั้ง Pizza Hut, Chipotle, Carl’s Jr ฯลฯ หันพึ่ง AI ทั้งรับออร์เดอร์ไดรฟ์ทรู-โทรศัพท์ จนถึงทำอาหาร-ชงกาแฟ หวังรับมือปัญหาแรงงานขาด
สำนักข่าว CNBC (ซีเอ็นบีซี) รายงานเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2566 ว่า ร้านอาหารหลายแบรนด์ในสหรัฐต่างเริ่มทดลองนำ AI มาช่วยลดขั้นตอนในกระบวนการทำงาน ทั้งการทำอาหารในครัว การรับออร์เดอร์ลูกค้าทางไดร์ฟทรูและทางโทรศัพท์ เพื่อลดความซับซ้อนในการกระบวนการ และช่วยให้พนักงานมีเวลาบริการลูกค้าได้มากและดีขึ้น
พึ่ง AI รับออร์เดอร์ไดรฟ์ทรู
Yum! Brands เจ้าของเชนร้านอาหาร อาทิ KFC, Pizza Hut ฯลฯ ถือเป็นผู้นำด้านการใช้ AI ไม่ว่าจะเป็น การวางระบบอัตโนมัติในครัว, การบริหารทัพพนักงานส่งอาหาร และการติดตามคำสั่งซื้อของลูกค้า ซึ่งปัจจุบันใช้งานในร้านพิซซ่าฮัท กว่า 1,000 สาขาในสหรัฐอเมริกา และอีกกว่า 3,000 สาขาทั่วโลก
เช่นเดียวกับ McDonald’s ที่จับมือกับ IBM ยักษ์วงการเทคโนโลยี เพื่อนำ AI มาเพิ่มศักยภาพของการขายแบบไดรฟ์ทรู โดยเริ่มทดลองแล้วในบางสาขาในสหรัฐอเมริกา
ขณะที่ Del Taco เชนฟาสต์ฟู้ดสไตล์แม็กซิกันจะใช้ AI มาพูดคุยกับลูกค้าเพื่อรับออร์เดอร์ไดรฟ์ทรู ด้าน Wingstop เชนร้านปีกไก่จะนำ AI มาใช้รับออร์เดอร์ทางโทรศัพท์
ส่วน เชนร้านเบอร์เกอร์ Carl’s Jr ประกาศความร่วมมือกับ 2 บริษัทผู้พัฒนาระบบ AI คือ Presto และ OpenCity AI เพื่อนำเทคโนโลยีใหม่นี้มาใช้สาขาทั่วสหรัฐอเมริกา
หุ่นยนต์ทำอาหารพลัง AI
นอกจากหน้าที่รับออร์เดอร์แล้ว บางแบรนด์ยังนำ AI มาร่วมกับหุ่นยนต์เพื่อทำอาหารอีกด้วย เช่น Panera Bread เชนร้านเบเกอรี่-คาเฟ่ ที่จับมือกับ Miso Robotics บริษัทผู้ผลิตหุ่นยนต์ชงกาแฟซึ่งมีเอไอคอยควบคุมปริมาณกาแฟ และอุณหภูมิ และยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อระบุกาแฟที่ลูกค้าของร้านชอบสั่งในแต่ละช่วงของวันได้อีกด้วย
เช่นเดียวกับ Chipotle ที่รวมมือกับ Miso Robotics พัฒนา Chippy หุ่นยนต์สำหรับทอดแป้งตอร์ติย่า ควบคุมด้วย AI ช่วยให้แผ่นแป้งตอร์ติย่าทุกแผ่นที่ออกมาสมบูรณ์แบบตามสูตรของร้านโดยไม่ผิดเพี้ยน และยังอยู่ระหว่างพัฒนารุ่น 2 เพิ่มฟังก์ชั่นคำนวณจำนวนแผ่นแป้งที่ต้องทอดในแต่ละวันโดยอัตโนมัติอีกด้วย
นอกจากลดความซับซ้อนและช่วยทุ่นแรงให้พนักงานแล้ว AI ยังอาจช่วยเพิ่มยอดขายได้อีกด้วย โดย แอนดรูว์ ชาร์ลส กรรมการผู้จัดการฝ่ายผู้บริโภคและร้านอาหาร ของ TD Cowen บริษัทที่ปรึกษาด้านตลาดทุน อธิบายว่า AI สามารถสร้างกลยุทธ์การแนะนำสินค้าเชิงชี้นำ เช่น การอัพเซลที่จูงใจให้ลูกค้าซื้อสินค้ามูลค่าสูงขึ้น อาจสร้างยอดขายได้มากขึ้นถึง 15%
วิกฤตแรงงานยังหนัก
ทั้งนี้โจทย์ที่กระตุ้นให้ร้านอาหารต้องนำ AI มาใช้คือวิกฤตขาดแคลนแรงงาน ที่ยังมีแนวโน้มจะลากยาวออกไปโดยยังไม่เห็นแววคลี่คลาย ซึ่งสมาคมร้านอาหารแห่งชาติของสหรัฐระบุว่า แม้ปี 2023 นี้จะมีตำแหน่งงานมากถึง 500,000 ตำแหน่ง แต่ตอนนี้มีผู้ยื่นใบสมัครเพียง 50% ของตำแหน่งงานที่เปิดรับเท่านั้น ซึ่งข้อมูลนี้สะท้อนถึงสถานการณ์ขาดแรงงานในวงการร้านอาหารสหรัฐได้ชัดเจน