เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรุงเทพเดือด เซ็นทรัล-เดอะมอลล์-แพลทินัม เปิดห้างใหม่  สัปดาห์เดียวกัน
Business กรุงเทพเดือด เซ็นทรัล-เดอะมอลล์-แพลทินัม เปิดห้างใหม่ สัปดาห์เดียวกัน
ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
Biz Movement ซีพี ออลล์ แจงปมกดบัตรคอนเสิร์ต ยันคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีพนักงาน
อาลัย“อรุณ ชัยเสรี”ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบตึกช้าง
Real Estate อาลัย“อรุณ ชัยเสรี”ปรมาจารย์ด้านวิศวกรรมโครงสร้าง ผู้ออกแบบตึกช้าง
กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
SD กทม.ช่วยสังคมเปิดคอร์สฝึกอาชีพ 105 บาทเสริมศักยภาพ-สร้างรายได้
ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
SD ไทยเบฟ พัฒนาชุมชนยั่งยืนผนึกจุฬาฯ เชื่อมห้องเรียนสู่ท้องถิ่น
พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี พระราชทานรางวัลชนะเลิศกอล์ฟควีนส์คัพไทยแลนด์ แชมเปี้ยนชิพ 2569
ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
เศรษฐกิจภูมิภาค ตราดชงแผนรับมือฤดูกาลผลไม้ตะวันออก แก้ราคาตกต่ำ-แรงงานขาดแคลน
“ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
เศรษฐกิจภูมิภาค “ดร.เอกก์” ชี้ทางรอด SMEs เชียงใหม่ “เจาะลึก-แม่นยำ” ดึงไปรษณีย์ไทยช่วยกระจายสินค้า
ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
เศรษฐกิจภูมิภาค ทชม. ซ้อมใหญ่แผน CEMEX-26 จำลองเหตุ “กราดยิง-วินาศกรรม” รับมือภัยคุกคาม
“ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
News “ภาวุธ” ห่วงติดกับ แพลทฟอร์มต่างชาติกินรวบ เสนอรัฐคุย “ยักษ์” ทุกค่าย
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์ร่วง หลังเฟดคงดอกเบี้ยตามคาด

15 ธ.ค. 2566 | 18:14น.
ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า

ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า

ดอลลาร์ร่วง หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คงดอกเบี้ยตามคาด

วันที่ 15 ธันวาคม 2566 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันที่ 12-15 ธันวาคม 2566 ค่าเงินบาทเปิดตลาดวันจันทร์ (12/12) ที่ระดับ 35.66/69 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/12) ที่ระดับ 35.27/29 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากช่วงวันศุกร์ (8/12) หลังตัวเลขข้อมูลการจ้างงานปรับตัวเพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนพฤศจิกายน

ขณะที่อัตราการว่างงานปรับตัวลดลง โดยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรปรับตัวเพิ่มขึ้น 199,000 ตำแหน่ง สูงกว่าระดับคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้น 180,000 ตำแหน่ง เพิ่มขึ้นจากระดับ 150,000 ตำแหน่งในเดือนก่อนหน้า ขณะที่อัตราการว่างงานในเดือนพฤศจิกายนปรับตัวลดลงสู่ระดับ 3.7% จากคาดการณ์ที่ระดับ 3.9% ขณะที่ตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.0% ในเดือนพฤศจิกายนเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สอดคล้องกับระดับคาดการณ์

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมหาวิทยาลัยมิชิแกนประจำเดือนธันวาคมออกมาที่ระดับ 69.4 จุด สูงกว่าระดับคาดการณ์ที่ 62.0 จุด โดยเป็นการปรับตัวขึ้นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน อย่างไรก็ดีข้อมูลการจ้างงานที่ออกมาดีกว่าคาดไม่ได้เปลี่ยนแปลงการคาดการณ์ที่ว่า วงจรการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สิ้นสุดลงแล้ว

ทั้งนี้ สำนักสถิติแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน ธ.ค. ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 0.3% เท่ากับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์และปรับตัวสูงขึ้นจากเดือน พ.ย.ที่ระดับ 0.2% ขณะเดียวกัน ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 0.1% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์และปรับตัวสูงขึ้นจากเดือน พ.ย.ที่ระดับ 0.0% และเมื่อเทียบรายปี ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 3.1% เท่ากับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์และปรับตัวลดลงจากครั้งก่อนหน้าที่ระดับ 3.2%

อย่างไรก็ตาม ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างมาก หลังจากคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 5.25-5.50% แม้จะเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

แต่ในการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Dot Plot) เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 3 ครั้งในปี 2567 โดยปรับลดครั้งละ 0.25% รวม 0.75% จากเดิมที่ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในการประชุมเดือน ก.ย. พร้อมกับส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 4 ครั้งในปี 2568 โดยปรับลดครั้งละ 0.25% รวม 1.00% ส่วนในปี 2569 เจ้าหน้าที่เฟดส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 3 ครั้ง ครั้งละ 0.25% รวม 0.75% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของเฟดลดลงสู่ช่วง 2.00-2.25% ซึ่งใกล้กับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่ระดับ 2.50%

ขณะเดียวกัน เฟดได้ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินฟ้อของสหรัฐลงสู่ระดับ 3.2% ในปี 2566 จากเดิมที่ระดับ 3.7% และคาดว่าอยู่ที่ 2.4%, 2.2% และ 2.0% ในปี 2567, 2568 และ 2569 ตามลำดับ

นอกจากนี้ มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจดังนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตทั่วไป (Headline PPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 0.9% ในเดือน พ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 1.0% จากระดับ 1.2% ในเดือน ธ.ค. ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่นับรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 2.0% ในเดือน พ.ย. เมื่อเทียบรายปี ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.2% จากระดับ 2.3% ในเดือน ต.ค. ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.77-35.83 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (15/12) ที่ระดับ 34.80/82 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดวันอังคาร (12/12) ที่ระดับ 1.0767/63 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร คงที่จากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/12) โดยในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบแคบ สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผย ได้แก่ ยูโรสแตทเปิดเผยว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมในประเทศสมาชิก EU ทั้ง 20 ประเทศ ลดลง 0.7% ในเดือน ต.ค.เมื่อเทียบเป็นรายเดือน และลดลง 6.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งลดลงมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าอาจลดลง 0.3% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน และ 4.6% เมื่อเทียบเป็นรายปี

ทั้งนี้ เศรษฐกิจยูโรโซนหดตัว 0.1% ในไตรมาส 3/2566 และคาดว่าจะลดลงอีกครั้งในช่วงสิ้นปี 2566 ซึ่งเป็นการยืนยันว่า EU กำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ได้ตัดสินใจตรึงอัตราดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนแปลงในการประชุมนโยบายการเงินในวันพฤหัสบดี (14/12) แต่ส่งสัญญาณว่าจะยังไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเร็ว ๆ นี้ ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0740-1.1008 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (15/12) ที่ระดับ 1.0992/96 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดวันอังคาร (12/12) ที่ระดับ 146.11/13 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/12) ที่ 144.93/95 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าลงหลังการประกาศตัวเลขการจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ทำให้นักลงทุนมีการปรับสถานการณ์ถือสินทรัพย์ ประกอบกับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาสที่ 3 ของญี่ปุ่น ออกมาหดตัว 0.7% ต่ำกว่าระดับคาดการณ์ว่าจะปรับตัวลดลง 0.5%

ซึ่งส่งผลให้การคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) นั้นจะใช้นโยบายที่ผ่อนคลายนั้นลดลง สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญที่เปิดเผยในระหว่างวันนั้น ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ประจำเดือนพฤศจิกายนของญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นน้อยที่สุดในรอบ 3 ปี โดยปรับตัวขึ้น 0.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี ส่วนถ้าเทียบเป็นรายเดือนนั้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.2% สอดคล้องกับระดับที่ตลาดคาดการณ์ไว้

นอกจากนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ (ทังกัน) ในไตรมาส 4/2566 ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 12 จากระดับ 9 ในไตรมาส 3 ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันสามไตรมาส และบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นมีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่สำนักคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรพื้นฐานของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การใช้จ่ายด้านการลงทุนในอีก 6-9 เดือนข้างหน้า เพิ่มขึ้น 0.7% ในเดือน ต.ค. จากเดือน ก.ย. และเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 สวนทางกับที่โพลนักเศรษฐศาสตร์คาดว่าอาจลดลง 0.5% ทั้งนี้ ค่าเงินเยนปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างมากหลังการประกาศคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ

ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายของธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ) จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า วันที่ 18-19 ธ.ค. และเงินเยนมีความผันผวนจากการเก็งกำไรที่ธนาคารกลางกำลังเข้าใกล้การยุตินโยบายอัตราดอกเบี้ยติดลบ ทั้งนี้ ระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 140.94-146.58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (15/12) ที่ระดับ 141.91/94 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)