เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

DEI สำหรับองค์กรยุคใหม่

03 มิ.ย. 2567 | 15:47น.

คอลัมน์ : SD TALK
ผู้เขียน : พิชญ์พจี สายเชื้อ

ตอนนี้เรื่องที่ Hot มาก ๆ เรื่องหนึ่งคือ DEI หมายถึงปัจจุบันองค์กรต้องให้ความสำคัญ และพยายามวางแนวทางในการบริหารให้สนับสนุนความหลากหลาย การยอมรับความแตกต่างของพนักงานในองค์กร (ไม่ว่าจะเป็นด้านเชื้อชาติ เพศสภาพ วัฒนธรรม ความบกพร่องทางร่างกาย ฯลฯ) รวมถึงการมองเห็นคุณค่าความแตกต่างของพนักงานแต่ละคน

โดย D-Diversity = ความหลากหลาย E-Equity = ความเท่าเทียม และ I-Inclusion = การเปิดรับคนทุกคน

ผลสำรวจของ McKinsey & Company เปิดเผยข้อมูลว่าบริษัทต่าง ๆ กว่า 366 แห่ง พบปัจจัยที่น่าสนใจดังนี้

1.บริษัทที่พนักงานมีความแตกต่างหลากหลายมี “ผลตอบแทนทางธุรกิจ” มากกว่าบริษัทที่ไม่มีความหลากหลาย

2.ในกลุ่มพนักงานเองพบว่าพนักงานที่ทำงานในบริษัทที่มีความหลากหลาย จะทำให้ Engagement ดีขึ้น พนักงานทุ่มเทให้กับการทำงานเพิ่มขึ้นด้วย

จริง ๆ เฉพาะความหลากหลาย (Diversity) อย่างเดียวไม่พอ องค์กรต้องมีความเสมอภาค (Equity) หมายถึงการปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความยุติธรรม และพนักงานทุกคนมีสิทธิเข้าถึงทรัพยากรได้อย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งพนักงานต้องได้รับการยอมรับในองค์กรเท่าเทียมกันด้วย (Inclusion) ไม่มีใครได้รับการยกเว้นไม่ปฏิบัติต่อ

ตัวอย่างบริษัทที่ให้ความสำคัญเรื่องนี้ เช่น Google องค์กร “ตัวแม่” ที่เชื่อและเคารพใน “ความหลากหลาย” ว่าช่วยพัฒนาคน และองค์กร “Google” จึงเป็นหนึ่งในองค์กรที่ให้ความสำคัญในเรื่องดังกล่าว ถึงขนาดเป็นองค์กรแรก ๆ ที่มีการตั้งตำแหน่ง Head of Diversity ขึ้นมาโดยเฉพาะนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 ซึ่งน่าสนใจมากว่า เรื่อง DEI มีความสำคัญอย่างไรกับ Google

จากบทสัมภาษณ์คุณ “สายใย สระกวี” หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองค์กรและมวลชนสัมพันธ์ Google ประเทศไทยบอกว่า ส่วนหนึ่งเนื่องจาก Google เป็น Tech Company มีผู้คนหลากหลาย ดังนั้น Google จึงตั้งตำแหน่ง Head of Diversity เพื่อโฟกัสเรื่องนี้โดยเฉพาะ

เนื่องจาก Head of Diversity มีหน้าที่ดูว่าองค์กรมีความหลากหลายมากน้อยแค่ไหน จะบริหารจัดการอย่างไร ซึ่ง Google ถือเป็นบริษัทแรก ๆ ที่มีตำแหน่งนี้ เพราะว่า Google ต้องการทำให้ Google เป็น “บ้าน” ที่เมื่อพนักงานเข้ามาแล้วรู้สึกปลอดภัย ทำงานกันอย่างมีความสุข

แน่นอนว่าเมื่อพนักงานรู้สึกมีความสุขในการทำงาน สิ่งที่ตามมาคือ Productivity ดีขึ้น บริษัทก็จะได้ประโยชน์ด้วย

“คุณสายใย” บอกว่า Google ขับเคลื่อน DEI ผ่าน 3 แกนหลัก คือ 1) การสร้างบรรยากาศให้ “เอื้อกับการทำงาน” มีการผสมผสานเรื่องความหลากหลาย ความเสมอภาค และการมีส่วนร่วมของทุกคนเข้าไปในบรรยากาศการทำงาน มีการสร้างปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงาน และลูกค้า และธุรกิจในองค์รวม ผ่านการตั้งกลุ่มต่าง ๆ อาทิ Women Act at Google และ Pride at Google เป็นต้น

2) การสร้างผลิตภัณฑ์ ในการพัฒนาโปรดักต์และบริการแบบ User-Friendly ที่สุดและทุกคนใช้ได้ ไม่ว่าผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก Disability

และ 3) Diversity in Future Creator of Technology Google มองว่าจะทำอย่างไรให้บริษัทสร้างแรงบันดาลใจกับคนรุ่นใหม่ ๆ ไม่ใช่แค่ใช้เทคโนโลยี แต่สร้างหรือครีเอตเทคโนโลยีขึ้นมาเองที่จะช่วยให้เกิดการ Diversity มากขึ้น ซึ่งฟังดูเหมือนเวอร์นะ แต่ “คุณสายใย” บอกว่าเราต้องการทำให้เกิดขึ้นจริง

ในเคส Google สำหรับดิฉัน ผลลัพธ์ชัดเจนและเป็นรูปธรรมที่ได้รับจากการนี้ คือการที่ Google เป็นบริษัทที่พนักงานอยากทำงานด้วยมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกจากเกือบทุกโพล ซึ่งสำหรับบริษัทอื่น ๆ อาจบอกว่าเราไม่ใหญ่เท่า Google เราคงไม่สามารถมีตำแหน่ง Chief of Diversity ได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีค่ะ

เพียงแต่เราต้องลองคิดว่าจะทำอย่างไรให้เราสามารถปลูกฝัง Mindset เรื่อง DEI เข้าไปใน DNA คนของเราให้ได้ โดยการสร้าง Norm หรือแนวทางการบริหารที่สอดคล้องกับหลักการ DEI ค่ะ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

องค์กร