เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เปิด 5 เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรดหุ้นวันนี้

07 มิ.ย. 2567 | 09:27น.

เปิด 5 เรื่องต้องรู้ ก่อนเทรดหุ้นไทย-หุ้นต่างประเทศวันนี้ ล่าสุด ECB ลดดอกเบี้ย 0.25% เป็นธนาคารกลางแห่งที่ 2 หลังจากธนาคารกลางแคนาดาหั่นดอกเบี้ยไปก่อน สหรัฐ เริ่มสอบสวนการผูกขาดในธุรกิจ AI คลังผุดไอเดีย “หวยเกษียณ” ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดในกรอบแคบ รอตัวเลขตลาดแรงงานในคืนวันศุกร์ ด้านโกลด์แมน แซกส์ ประเมินหุ้นอาจไปต่อ

วันที่ 7 มิถุนายน 2567 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) รายงานว่า 5 ประเด็นสำคัญที่ต้องรู้ ก่อนลงทุนซื้อขายหุ้นสำหรับวันนี้ (7 มิ.ย. 2567) ประกอบด้วย

1. ตลาดหุ้นสหรัฐ ปิดในกรอบแคบ รอตัวเลขตลาดแรงงานในคืนวันศุกร์ โดย S&P 500 ปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลง -0.02% สอดคล้องกับผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ที่แกว่งตัวในระดับ 4.28% โดยหุ้นขนาดใหญ่เริ่มมีการย่อตัวหรือแกว่งตัวออกข้างในคืนที่ผ่านมา

อย่าง NVDA -1.18%, AAPL -0.71%, GOOGL+0.75%, MSFT+0.12% แตกต่างจากทางฝั่งยุโรปที่สามารถปรับตัวบวกได้หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศลดดอกเบี้ยลงเป็นครั้งแรก ส่งผลให้ STOXX 600 ปรับตัวขึ้นราว +0.66% ใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาล

2. ECB เดินหน้าลดดอกเบี้ยตามคาด นับว่าเป็นธนาคารกลางแห่งที่ 2 หลังจากธนาคารกลางแคนาดา มีการปรับลดดอกเบี้ยไปเมื่อวานนี้ โดย ECB มีการปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% การปรับลดดอกเบี้ยครั้งนี้เกิดขึ้นตามที่ตลาดคาดไว้ อย่างไรก็ดี การปรับลดดอกเบี้ยดังกล่าวถูกเรียกว่าเป็น “Hawkish Cut” หลัง ECB ส่งสัญญาณว่าการลดดอกเบี้ยต่อจากนี้จะมีการลดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่เข้ามาในแต่ละรอบการประชุม ทำให้ Sentiment ในตลาดพันธบัตรยุโรปนั้นหยุดชะงักลง และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเยอรมันอายุ 10 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 2.55% ทันที

3. โกลด์แมน แซกส์ ประเมินหุ้นอาจไปต่อ โดยวาณิชธนกิจชื่อดังอย่างโกลด์แมน แซกส์ ได้กล่าวถึงเงินสดจำนวนมากจาก Money Market นั้น อาจจะเริ่มมีการไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นโดยตรงในช่วงเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้ ในปัจจุบันยังมีเงินคงค้างในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นราว 7.3 ล้านล้านเหรียญ ซึ่ง Scott Rubner หนึ่งในผู้บริหารของโกลด์แมน แซกส์ ประเมินว่าหากเฟดเริ่มลดดอกเบี้ยในช่วงเดือนกันยายน จะทำให้เงินที่อยู่ในกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีผลตอบแทนราว 5% จะเริ่มวิ่งเข้าหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นอย่างตราสารทุน

4. สหรัฐเริ่มสอบสวนการผูกขาดในธุรกิจ AI โดยประเด็น Antitrust Law นั้นมักจะเป็นสิ่งที่คุกคามอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเสมอ ๆ มาคราวนี้ รัฐบาลสหรัฐเดินหน้าสอบสวนด้านการผูกขาดใน 2 บริษัทอย่าง MSFT และ NVDA ซึ่งเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา

โดยแหล่งข่าวกล่าวกับบลูมเบิร์กถึงการเป็นหุ้นส่วนของ MSFT กับทาง OpenAI ว่า ใช้เงินมากกว่า 1.3 หมื่นล้านเหรียญ จนได้เทคโนโลยี GenerativeAI เข้ามาในระบบค้นหา Bing ในขณะที่ NVDA ก็มีการผลิตชิปที่ล้ำสมัยและเลือกส่งมอบให้กับลูกค้าบางราย จนทำให้เกิดความกังวลว่าจะมีอำนาจเหนือตลาดเซมิคอนดักเตอร์ใน AI ที่มากเกินไป

5. คลังผุดไอเดีย “หวยเกษียณ” รมว.ช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล เปิดเผยว่า ปัจจุบันคนไทยไม่มีเงินเก็บมากเพียงพอสำหรับการเกษียณ อีกทั้งยังมีลักษณะนิสัยชอบเสี่ยงดวง จึงได้มีการพิจารณานโยบาย “สลากออมทรัพย์เพื่อเงินออมยามเกษียณ” โดยจำเป็นจะต้องมีการแก้ไขกฎหมายกองทุนการออมแห่งชาติเพิ่มเติม

เบื้องต้นแนวคิดของนโยบายดังกล่าวจะมีการจำหน่ายสลากผ่านกองทุนการออมแห่งชาติแบบดิจิทัลใบละ 50 บาท ซื้อได้ไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน และมีการประกาศรางวัลทุกวันศุกร์ โดยมีรางวัลสูงสุด 1 ล้านบาท 5 รางวัล และเมื่อผู้ซื้อสลากอายุครบ 60 ปี จะสามารถถอนเงินที่ซื้อไปทั้งชีวิตออกมาใช้ได้ ซึ่งนโยบายนี้อาจจะช่วยแก้ปัญหาสังคมสูงวัย แก่ก่อนรวย ได้ในอนาคต

ทั้งนี้ประเด็นที่ต้องติดตามคือ 1. ติดตามการส่งออกของจีนคาดว่าจะรายงานออกมาที่ +6% YOY เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าที่ 1.5% YOY 2. ถ้อยแถลงของประธาน ECB นางคริสตีน ลาการ์ด (Christine Lagarde) 3. การรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร คาดว่าจะออกมาที่ 1.85 แสนตำแหน่ง เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าที่ 1.75 แสนตำแหน่ง และอัตราการว่างงานของสหรัฐ โดยคาดว่าจะทรงตัวระดับ 3.9%

มุมมองการลงทุน InnovestX คือตลาดหุ้นเริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง หลังผ่านจุดที่ปัจจัยด้านเศรษฐกิจมหภาคกดดัน และมีความผันผวนน้อยลงจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยประเมินการฟื้นตัวนี้จะเกิดขึ้นไปจนกว่าจะถึงการรายงานเงินเฟ้อของสหรัฐ และการประชุม FOMC เดือนมิถุนายนในสัปดาห์หน้า โดยยังเน้นกลยุทธ์ทยอยสะสมการลงทุนระยะกลาง-ยาว

ในตลาดหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวอย่างสหรัฐและจีน เมื่อมีการปรับฐานสำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว (3-6 เดือน และ 12 เดือนขึ้นไป) นั้น หาจังหวะทยอยสะสมการลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐ หลังผลประกอบการที่ออกมาดีกว่าคาด

สำหรับคำแนะนำการลงทุนระยะสั้น (น้อยกว่า 1-3 เดือน) ยังคงคำแนะนำลงทุนในทองคำผ่าน BGOLD และหาจังหวะเข้าสะสมในตราสารหนี้โลกในกองทุน KFSINCFX-A หรือ UGIS-N

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้น เทรดหุ้น