บทบรรณาธิการ
หลังจากแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับการเลือก สว.ชุดใหม่ จำนวน 200 คน วุฒิสภาได้เรียกประชุม โดยมีผู้เสนอให้ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาตรวจสอบการเลือก สว. จำนวน 21 คน ในเวลา 20 วัน เพื่อศึกษาการเลือก สว. และมีมติเห็นด้วย 101 เสียง ไม่เห็นด้วย 10 เสียง งดออกเสียง 17 เสียงให้ตั้ง กมธ.วิสามัญฯ โดยแกนนำ สว.รายหนึ่งระบุว่า ข้อสรุปที่ได้จาก กมธ.ชุดนี้จะส่งต่อให้คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาเพื่อร่างหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
รวมถึงส่งให้ กกต.ด้วย เพื่อใช้ในการศึกษาถอด บทเรียน สว. ไม่มีเจตนาหรือประสงค์ที่จะยื้อหรืออยู่ต่อ เหมือนที่กล่าวหาให้ร้ายในสังคม เพียงแต่ต้องทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญอย่างสมศักดิ์ศรี เพื่อส่งต่อให้ สว.ชุดใหม่ ส่วนที่เสนอให้ กกต.รับรองไปก่อนแล้วสอยทีหลัง ทำไม่ได้ เพราะตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือก สว. มาตรา 42 เมื่อ กกต.ได้รับรายงานเลือกกันเองแล้วให้รอ 5 วัน เมื่อพ้นกำหนดหาก กกต. 7 คนเห็นว่าถูกต้องให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ไม่ได้เขียนไว้ว่าให้รับรองก่อนแล้วค่อยสอยทีหลัง
อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมเดียวกัน มี สว.ที่ไม่เห็นด้วยกับการตั้ง กมธ. นายเสรี สุวรรณภานนท์ สว. อภิปรายว่าการตรวจสอบเป็นหน้าที่ของ กกต. ไม่ใช่ สว. พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือก สว. ให้อำนาจไว้ในมาตรา 62 มาตรา 63 ให้อำนาจ กกต.ประกาศรับรองไปก่อนแล้วสอยทีหลังได้ ดังนั้นจะบังคับให้ กกต. เห็นด้วยกับท่านไม่ได้ มีร้อง 600 เรื่อง มีพยานมาก แต่เป็นพยานปั้น พยานกลั่นแกล้ง ไม่อาจมีใครรู้ได้ ต้องตรวจสอบ
ซึ่ง สว.ที่ได้รับเรื่องต้องส่งให้ กกต. ไม่ใช่ทำตัวเป็น กกต.ไปวินิจฉัยแทน ตนเองไม่เห็นด้วยกับการตั้ง กมธ. เพราะก้าวก่ายแทรกแซงองค์กรอิสระ นพ.พลเดช ปิ่นประทีป สว. อภิปรายเสนอว่าให้ผลการเลือกเป็นโมฆะทั้งหมด แล้วเลือกใหม่ทุกระดับ ใช้ผู้สมัครชุดเดิม แต่ตรวจสอบคุณสมบัติใหม่ แนวทางนี้อาจสุดโต่ง เพราะต้องใช้งบฯอีก 1,500 ล้านบาท ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 1-2 เดือน แต่เป็นการลงทุนในกระบวนการเรียนรู้ฝึกฝนและพัฒนาประชาธิปไตยสำหรับพลเมือง ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และได้ สว.ที่เป็นที่ยอมรับมากขึ้น
สว.ชุดรักษาการประกาศว่า พร้อมพ้นจากหน้าที่ เก็บข้าวของเตรียมกลับบ้านแล้ว แต่การเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกิดคำถามว่า สวนทางกับคำประกาศหรือไม่ รัฐธรรมนูญได้กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของ สว. และรัฐสภาไทยมีแนวการปฏิบัติสำหรับสภาที่สิ้นวาระ ใช้ปฏิบัติกันมายาวนาน การเคลื่อนไหวนอกเหนือแนวทางดังกล่าว จึงไม่เป็นผลดีต่อระบบการเมืองของประเทศ สว.เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ทำหน้าที่เพื่อประชาชน ไม่ว่าจะมาจากแต่งตั้ง เลือก หรือเลือกตั้ง ทั้งเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ อันเป็น 1 ใน 3 อำนาจอธิปไตย จึงควรเคารพและยึดถือกฎหมายอย่างจริงจัง ในระดับที่เป็นแบบอย่าง ใช้กฎหมายไปในทางที่ก่อประโยชน์สุขให้กับประชาชนและสังคม