เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
วิกฤต ‘3 สงคราม’ ไทยถูกบีบ ‘ทรัมป์’ ขึ้นภาษี-เสี่ยงเศรษฐกิจทรุด
Finance วิกฤต ‘3 สงคราม’ ไทยถูกบีบ ‘ทรัมป์’ ขึ้นภาษี-เสี่ยงเศรษฐกิจทรุด
ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
Finance ไม่พลิกโผ ! กยศ. ประกาศแต่งตั้ง “พิมพ์เพ็ญ ลัดพลี” ผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่
จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
HR จ้างผู้พิการไม่ใช่แค่ CSR ธุรกิจชี้เป็นกลยุทธ์สู้วิกฤตแรงงาน
ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
Tech ไทยพีบีเอส ประกาศนโยบาย AI ยึด 7 หลัก ย้ำ “AI เป็นผู้ช่วย มนุษย์ตัดสินใจ”
สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
Finance สำรวจ ‘บัตรเครดิตหรู’ อยากดูแพง ติดแกลม ต้องรวยเบอร์ไหน?
DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
Business DEX จัดนิทรรศการโคนัน 30 ปี ครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
Finance กรมศุลกากร ยึด ‘LSD แสตมป์เมา’ ยาเสพติดแบบสติกเกอร์การ์ตูน ป้องกันระบาดในกลุ่มเยาวชน
บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
Automotive บริดจสโตน ส่ง “POTENZA SPORT EVO” เจาะตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงและรถอีวี
ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
Real Estate ส่องโปรเจ็กต์พันล้าน “สะพานคนเดินข้าม” แม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์กใหม่ “ชัชชาติ 2”
ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
World ย้อนดูเศรษฐกิจกัมพูชา หลังปิดด่านชายแดนทางบกกับไทย ครบ 1 ปี
ดูทั้งหมด

บ้านร่วมทางฝัน “เสนา” สร้างคอนโด กำไร 70 ล้านบริจาคโรงพยาบาล

25 พ.ย. 2567 | 08:14น.
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์

ตอนนั้น คุณพ่อ (ธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์) ป่วยเป็นมะเร็ง จึงต้องไปดูแลที่โรงพยาบาลศิริราชร่วมปี ทำให้เห็นชีวิต เห็นความขาดแคลนอุปกรณ์การรักษา และเห็นคนที่เข้ามาใช้บริการจากทุกสารทิศ ทำให้รู้สึกอยากเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือเรื่องทรัพยากรเหล่านี้ “ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เริ่มบทสนทนากับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงความเป็นมาของโครงการ “บ้านร่วมทางฝัน”

“บ้านร่วมทางฝัน” เริ่มขึ้นเมื่อปี 2546 โดยมอบกำไรทั้งหมดจากการทำโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ ให้กับโรงพยาบาลรัฐ เพื่อสนับสนุนการจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ผ่าน “มูลนิธิร่วมทางฝัน”

ซึ่งเกิดจากความตั้งใจของ นายธีรวัฒน์ ธัญลักษณ์ภาคย์ ที่ต้องการช่วยเหลือโรงพยาบาลรัฐ จากประสบการณ์ที่ต้องเข้ารักษาตัวเป็นเวลานานที่โรงพยาบาลศิริราช และเห็นผู้ป่วยจำนวนมากที่เข้ารับการรักษาทุกวัน

ผศ.ดร.เกษรากล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ปรึกษากับคุณพ่อว่าจะบริจาคอย่างไรให้ยั่งยืน เพราะการบริจาคเงินขององค์กรมีข้อเสีย คือ มักจะไม่ต่อเนื่อง และเป็นการบริจาคที่ทำอยู่ไม่กี่คน มีการตั้งงบประมาณ ซื้อของ แล้วก็จบไป

การบริจาคนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่เสนาอยากทำอะไรที่ยั่งยืน ซึ่งหมายถึง ทำให้ได้ต่อเนื่องและเกิดจากความร่วมมือกันของคนในองค์กร “ความรู้สึกของการอยากให้ อาจแรงกว่าความรู้สึกอยากบริจาค”

คุณพ่อจึงเริ่มทำจากสิ่งที่ถนัดที่สุด นั่นคือการขายอสังหาริมทรัพย์และนำกำไรที่ได้ไปมอบให้การกุศล ซึ่งโครงการอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ จะเหมือนโครงการจัดสรรปกติทั่วไป เพียงแต่จะมีชื่อพิเศษ คือ “บ้านร่วมทางฝัน”

“ความต่อเนื่องที่ดีของบ้านร่วมทางฝัน คือเราไม่ได้คิดว่าเราจ่ายเงิน เราคิดว่าเราทำงานไปเรื่อย ๆ และเงินที่ได้มาจากโครงการนั้นก็นำไปบริจาค ดังนั้น ตั้งแต่แรกที่เราซื้อที่ดิน เราจะรู้อยู่แล้วว่าไม่ได้กำไรจากโครงการที่จะขาย นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้ยั่งยืน”

มูลนิธิร่วมทางฝัน ตั้งเป้าบริจาคเงินให้โรงพยาบาลรัฐรวม 460 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันได้มอบเงินบริจาคให้แก่โรงพยาบาลภาครัฐ 4 แห่ง ไปแล้ว รวมเป็นเงิน 190 ล้านบาท ได้แก่ “บ้านร่วมทางฝัน 1 ลำลูกกา คลอง 2” บริจาค 40 ล้านบาท เพื่อสร้างห้อง ซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ และพื้นที่รับรองญาติผู้ป่วย รวมถึงทุนสนับสนุนทางการแพทย์ ให้แก่โรงพยาบาลศิริราช ในปี 2548

“บ้านร่วมทางฝัน 2 ลำลูกกา คลอง 4” บริจาค 40 ล้านบาท จัดทำศูนย์ฟอกไต และจัดซื้อเครื่องมือแพทย์สำหรับศูนย์ศัลยกรรมประสาทและศูนย์โรคหัวใจ ให้แก่โรงพยาบาลตำรวจ ในปี 2553

“บ้านร่วมทางฝัน 3 คลองหลวง” บริจาค 70 ล้านบาท สนับสนุนโครงการผู้ป่วยโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด รถพยาบาล และสนับสนุนเครื่องมือทางการแพทย์ ให้แก่โรงพยาบาลรามาธิบดี ในปี 2555

“บ้านร่วมทางฝัน 4 เพชรเกษม-บางแค” บริจาค 40 ล้านบาท จัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ให้แก่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ในปี 2563

โดยปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วง บ้านร่วมทางฝัน 5 ซึ่งตั้งใจมอบเงินจำนวน 200 ล้านบาท จากการซื้อที่ดินและนำไปขายต่อเพื่อนำรายได้มอบให้ 4 โรงพยาบาล ได้แก่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลสงขลานครินทร์, โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และโรงพยาบาลศิริราช

รวมถึง บ้านร่วมทางฝัน 6 ซึ่งตั้งใจจะมอบเงินจำนวน 70 ล้านบาท จากโครงการคอนโดมิเนียม Hi Rise สูง 19 ชั้น จำนวน 354 ยูนิต ติดถนนบรมราชชนนี (ซอย บรมฯ 16) ให้แก่โรงพยาบาลวชิรพยาบาล โดยอยู่ในระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2 ปี 2569

ผศ.ดร.เกษรากล่าวว่า ข้อดีของบ้านร่วมทางฝันคือทุกคนได้ร่วมกันจริง ๆ เมื่อเสนาขายบ้านหรือคอนโดฯ แสดงว่าทุกส่วนงานต้องทำ ตั้งแต่ซื้อที่ดิน ถมดิน ทำบัญชี ตั้งราคา ทุกฝ่ายในองค์กรต้องทำทั้งหมด จึงเกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกคนในองค์กรอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกับซัพพลายเออร์ในการทำโปรเจ็กต์ด้วย เมื่อซัพพลายเออร์รู้ว่าได้ร่วมกันทำบุญ ราคาสินค้าที่เสนาได้ก็อาจจะถูกลงบ้าง ซึ่งนั่นหมายถึงกำไรที่มอบให้โรงพยาบาลจะเพิ่มขึ้น

“เราขายไปหลายพันยูนิต ตั้งแต่หมู่บ้าน ทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด บ้านเดี่ยว และคอนโดฯ ซึ่งลูกค้าทุกคนรับรู้ว่าบ้านที่อยู่มาจากวิธีคิดนี้ เสนาจะให้ลูกค้ารู้ว่าคุณคือคนที่ทำให้ได้บริจาค”

ผศ.ดร.เกษรากล่าวว่า ในฐานะคนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ สถานการณ์ตอนนี้ไม่ง่ายที่จะตัดสินใจสร้างตึกสูง 19 ชั้น ด้วยความตั้งใจว่าจะนำกำไรไปบริจาค อย่างที่ทราบกันว่าขณะนี้ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ก็ไม่ใช่สภาวะที่ง่าย

ปกติถ้าเป็นโครงการแนวราบ สามารถทำไปสร้างไปได้ บ้านร่วมทางฝัน 6 จึงเป็นร่วมทางฝันที่ยากที่สุดครั้งหนึ่งเพราะเป็นตึกสูง และบ้านร่วมทางฝันไม่เคยทำตึกสูงมาก่อน และตอนนี้ตึกสูงก็หยุดสร้างกันเป็นจำนวนมาก แต่เสนากลับตัดสินใจสร้างตึกสูงขณะที่กำไรทั้งหมดนำไปบริจาค รายได้ก็ไม่สามารถรับรู้ได้ ขณะที่ใช้เงินและแรงในการสร้างเท่าปกติ

“ไม่ง่ายเลยในการตัดสินใจขึ้นตึกสูงเวลานี้ และต้องขายหลายร้อยห้อง ในเวลาปกติก็ไม่ยากหรอกกับการตัดสินใจ แต่เวลานี้แล้วยังยืนหยัดบริจาคเงินก้อนใหญ่ เป็นภาวะที่สะท้อนกับวิธีคิดจริง ๆ ต้องอาศัยความยั่งยืนในรูปแบบหนึ่ง แต่เราก็ตัดสินใจไม่นานนะ…

โรงพยาบาลเขาก็ไม่ได้ว่าอะไรถ้าเราจะหยุด แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังและความหนักแน่นของบริษัทต่อเรื่องนี้ ในสภาวะที่ไม่ดีแบบนี้ ต้องมีคนที่ลำบากอีกมาก ยิ่งต้องทำ”