เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CPALL ออกมาตรการสกัดรีเซล สินค้า ALL Café
Business CPALL ออกมาตรการสกัดรีเซล สินค้า ALL Café
ดีมานด์นักท่องเที่ยวยุโรปพุ่ง หนุนไฟลต์บินตรงเข้าไทยผู้โดยสารทะลัก
Business ดีมานด์นักท่องเที่ยวยุโรปพุ่ง หนุนไฟลต์บินตรงเข้าไทยผู้โดยสารทะลัก
‘โกลเด้น คอสเมติก’ เมืองตราด พลิกวิกฤตปิดด่าน ลุยยุโรป-ตะวันออกกลาง
Economic ‘โกลเด้น คอสเมติก’ เมืองตราด พลิกวิกฤตปิดด่าน ลุยยุโรป-ตะวันออกกลาง
เซวตาระอุ! ชาวโมร็อกโกนับหมื่นแห่ว่ายน้ำข้ามแดน หนีวิกฤตไร้งานทำ
Economic เซวตาระอุ! ชาวโมร็อกโกนับหมื่นแห่ว่ายน้ำข้ามแดน หนีวิกฤตไร้งานทำ
ศาลสั่งคืนภาษีทรัมป์! Amazon รับ 2 หมื่นล้าน ลุยคืนเงินลูกค้า-หั่นราคาสินค้า
Business ศาลสั่งคืนภาษีทรัมป์! Amazon รับ 2 หมื่นล้าน ลุยคืนเงินลูกค้า-หั่นราคาสินค้า
2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน
Politics 2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน
ถอดบทเรียน ‘ซีรีส์เกาหลี’ ยุคสตรีมมิ่ง ทำไมโตระดับโลก แต่ ‘ในบ้าน’ เริ่มอ่อนแอ ?
Tech ถอดบทเรียน ‘ซีรีส์เกาหลี’ ยุคสตรีมมิ่ง ทำไมโตระดับโลก แต่ ‘ในบ้าน’ เริ่มอ่อนแอ ?
รัฐบาลเดินหน้าแก้ค่าไฟแพง เคลียร์สัญญาชั่วนิรันดร์ ราคาต้องเหมาะสม-มีพลังงานพอ
Politics รัฐบาลเดินหน้าแก้ค่าไฟแพง เคลียร์สัญญาชั่วนิรันดร์ ราคาต้องเหมาะสม-มีพลังงานพอ
จับตา ‘น้ำแม่สาย’ เช้านี้ปริ่มตลิ่งอีกระลอก ฝนเมียนมาถล่ม เสี่ยงน้ำรั่วเข้าชุมชน
เศรษฐกิจภูมิภาค จับตา ‘น้ำแม่สาย’ เช้านี้ปริ่มตลิ่งอีกระลอก ฝนเมียนมาถล่ม เสี่ยงน้ำรั่วเข้าชุมชน
Geely EX2  อีวีสุดจี๊ด คุ้มค่า น่าโดน
Automotive Geely EX2 อีวีสุดจี๊ด คุ้มค่า น่าโดน
ดูทั้งหมด

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค มี.ค. 68 ลดลงต่อเนื่อง ทรัมป์ขึ้นภาษี 10% เสียหายแสนล้าน

10 เม.ย. 2568 | 14:23น.

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ เผยผลสำรวจดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนมีนาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 56.7 ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 เหตุมีความกังวล ทรัมป์ 2.0 กระทบเศรษฐกิจไทยทำให้ฟื้นตัวช้า ขณะที่ ความเสียหายจากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ 10% จะทำให้ไทยสูญเสียมูลค่าการส่งออก 1-1.5 แสนล้านบาท

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลงอยู่ที่ระดับ 56.7 เป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แต่ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ลดลง ยังมีความเสี่ยงว่าจะยังคงลดลงต่อเนื่อง จากปัจจัยต่าง ๆ

อีกทั้ง ยังต้องจับตาในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน 2568 เศรษฐกิจจะมีการซึมตัวหรือไม่ ภายหลังจากที่ ทรัมป์ 2.0 ได้มีการขยายการขึ้นภาษีทุกประเทศโดยขยายออกไป 90% ดังนั้น การเก็บภาษีนำเข้าไทย 36% จะยังไม่มีผล โดยขณะนี้ ยังมีผลเฉพาะการประกาศขึ้นภาษี 10% เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา

“การที่ตอนนี้ทุกประเทศถูกสหรัฐขึ้นภาษี 10% ส่งผลให้การค้าทั่วโลกมีความระมัดระวังมากขึ้น โดยยังต้องจับตาปัจจัยสหรัฐและจีนที่มีสงครามการขึ้นภาษีระหว่างกัน ดังนั้น ทีมไทยแลนด์จะต้องเดินหน้าเจรจา ซึ่งต้องติดตามดูว่าจะออกมาในทิศทางใด โดยโอกาสที่สหรัฐจะลดภาษีนำเข้าจากไทย 0% เป็นไปได้ยากเนื่องจากไทยเป็นประเทศที่เกินดุลสหรัฐ”

ทั้งนี้ จากการขึ้นภาษีสินค้านำเข้า 10% หอการค้ามีการประเมินว่ามูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจะอยู่ที่ 1-1.5 แสนล้านบาท กระทบต่อการจีดีพีไทย 0.7-0.9% ซึ่งเป็นการคาดการณ์ในเบื้องต้น เพราะว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างไม่สิ้นสุด ยังต้องรอติดตามในช่วง 90 วันว่าสหรัฐจะดำเนินการอย่างไรอีกหรือไม่ รวมไปถึงการเดินหน้าเจรจาของไทย เพราะสหรัฐประกาศการขึ้นภาษีเพื่อตั้งใจให้มีการเจรจาต่อรอง เพราะโอกาสที่สหรัฐได้รับผลกระทบ หรือแรงกดดันภายในประเทศยังมี ทั้งเรื่องของเงินเฟ้อการว่างงานอยู่

อย่างไรก็ดี กรอบเจรจายังมองว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำเป็นจะต้องมีการเก็บข้อมูลและหารือกับทุกภาคส่วนทั้งภาคเอกชน เกษตรกร เพื่อไม่ให้มีผลกระทบรวมไปถึงการดูท่าทีระหว่างสหรัฐกับจีนด้วย ในช่วง 1-3 เดือนจากนี้ เพราะยอมรับว่าการขึ้นภาษีของสหรัฐในกว่า 60 ประเทศทั่วโลกคิดเป็น 80% ของจีดีพีโลก เพียงแค่สหรัฐ ยุโรปและจีน ก็ถือว่าเป็นกลุ่มประเทศที่มีจีดีพีโลกถึง 70%

การกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศยังเห็นว่าการเบิกจ่ายงบประมาณเป็นสิ่งที่ต้องเดินหน้า รวมไปถึงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานขององค์การบริหารส่วนตำบล เพื่อให้เกิดการจ้างงาน ส่วนนโยบายการเงินก็จำเป็นจะต้องดูและหารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแโดยบงก์ชาติ โดยยังเห็นว่าการลดดอกเบี้ยในตอนนี้ ยังไม่จำเป็นเร่งด่วน แต่หากจำเป็นก็ต้องมีการพิจารณารวมไปถึงการใช้นโยบายการคลังเข้ามาช่วยเหลือด้วย

อีกทั้ง ในเรื่องของการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบการ การลดดอกเบี้ย การปล่อยสินเชื่อ การเสริมสภาพคล่อง ยังเป็นสิ่งจำเป็นของภาคธุรกิจ ทั้งนี้ จะประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นในทันทีก็อาจจะยังไม่ระบุตัวเลขที่ชัดเจนได้ ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการประเมินเป็นระยะส่วนการส่งออกในปีนี้ยังมองว่าที่ 3% ส่วนการเติบโตของจีดีพีจะอยู่ในกรอบ 2-2.5% แต่ทั้งนี้ ก็จำเป็นจะต้องมีการประเมินอีกครั้ง รวมไปถึงการท่องเที่ยวซึ่งคาดว่าเป้าที่ตั้งไว้จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาไทยประมาณ 38 ล้านคน มีโอกาสจะไม่ถึงจากผลกระทบที่เกิดขึ้น

นายวาทิตร รักษ์ธรรม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมีนาคม 2568 โดยใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 2,242 คน พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค อยู่ที่ระดับ 56.7 เป็นการปรับตัวลดลงทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าจากนโยบาย Trump 2.0 ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์ของไทยและทั่วโลกปรับตัวลดลง แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลแต่ผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวได้ช้า

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม อยู่ที่ระดับ 50.5 ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม อยู่ที่ระดับ 54.2 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคต อยู่ที่ระดับ 65.4 ปรับตัวลดลงทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 โดยปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนกุมภาพันธ์ ที่อยู่ในระดับ 51.5 55.2 และ 66.7 ตามลำดับ การที่ดัชนียังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในประเทศ และค่าครองชีพที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง

รวมไปถึง ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะชะลอตัวลงจากสงครามการค้าที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ซึ่งจะทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง

สำหรับปัจจัยที่มีผลกระทบต่อดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ปัจจัยบวก เช่น จำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวนมากมากขึ้น การส่งออกขยายตัว ราคาน้ำมันขายปลีกลดลงราคา พืชผลทางการเกษตรหลายรายการปรับตัวดีขึ้น

ส่วนปัจจัยลบ เช่น ความกังวลต่อนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐและการตอบโต้ของต่างประเทศ ผู้บริโภคมีความรู้สึกว่าเศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้า ความกังวลต่อแผ่นดินไหว ความกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ เงินบาทอ่อนค่าลง ราคาข้าว อ้อย มันสำปะหลัง อยู่ในระดับต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ส่งผลต่อรายได้เกษตรกร ความกังวลต่อสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 และความกังวลต่อสถานการณ์ภัยแล้ง