Skip to content

BHAWA ยกระดับสปาไทย รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

01 พ.ย. 2568 | 16:28น.
BHAWA ยกระดับสปาไทย รองรับการเติบโตของเศรษฐกิจโลก

กว่า 10 ปีที่สปาสัญชาติไทยอย่าง “BHAWA SPA” หรือ “BHAWA SPA on the eight” เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ Wellness และมีส่วนในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของประเทศไทย

โดยล่าสุดปีนี้ยังคว้ารางวัลดีเด่น Thailand Tourism Outstanding Awards ประเภทการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จากเวทีประกวดรางวัล Thailand Tourism Awards 2025 ที่จัดขึ้นโดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)

12 ปีของความมุ่งมั่น

“กฤษณา เรืองศรี” เจ้าของและผู้จัดการทั่วไป “BHAWA SPA” บอกว่า ดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ผ่านการพัฒนามาตรฐานการบริการที่โดดเด่นและแตกต่าง ภายใต้แนวคิด “Refine, Rejuvenate and Reenergize your Wellness” ที่ตอบโจทย์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างแท้จริง

และเล่าถึงที่มาว่า “BHAWA” เกิดขึ้นมาเมื่อ 12 ปีที่แล้ว โดยคำว่า BHAWA มาจากภาษาอินเดีย แปลว่า status of being หมายถึง สภาวะที่เป็นอยู่ หรือ การอยู่กับปัจจุบัน ประกอบกับมีโอกาสเดินทางไปที่ศรีลังกา แล้วได้เห็นผลงานของสถาปนิกคนหนึ่งชื่อว่า “เจฟฟรีย์ บาวา” เขาสร้างสรรค์งานทุกอย่างสอดรับกับธรรมชาติ กระทั่งเป็นต้นแบบของนักสถาปนิกทั่วโลก

จึงขอใช้ชื่อ BHAWA มาเป็นชื่อสปาแห่งนี้ เพราะเมื่อรวมเข้ากับคอนเซ็ปต์การอยู่กับธรรมชาติของสปาที่เน้นการใกล้ชิดธรรมชาติ และใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติ

แบ่งธุรกิจ 2 ขา “สปา-โปรดักต์”

สำหรับโครงสร้างธุรกิจนั้น “กฤษณา” บอกว่า เขาแบ่งธุรกิจออกเป็น 2 ขา คือ ธุรกิจบริการ และโปรดักต์ โดยในส่วนของธุรกิจบริหาร หมายถึง BHAWA SPA ที่เป็นเดย์สปาไทยระดับพรีเมี่ยม โดยวางตัวเองเป็น “ห้องรับแขก” ของประเทศไทย พร้อมยกระดับสปาไทยให้เป็นสากลมากขึ้น

โดยวางคอนเซ็ปต์ว่า คนที่มาใช้บริการจะต้องได้รับความอิ่มเอมในการพักผ่อน และรู้สึกว่ามาใช้บริการที่นี่แล้วได้รับบริการที่เกินคาดหมาย

“บริการของเราคือ 100% การันตี เพราะเราตั้งให้สปาไทยมีมาตรฐาน ทั้งในด้านบริการและในทุก ๆ รายละเอียด เพื่อให้ผู้ที่เข้ามาใช้บริการได้ผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ ด้วยทรีตเมนต์สปาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการนวด การสปาในศาสตร์ของไทย อินเดีย บาหลี ฝรั่งเศส ฯลฯ เพื่อให้เป็นยูนีคของเรา”

BHAWA

รางวัล Tourism Outstanding

“กฤษณา” บอกว่า ก่อนวิกฤตโควิด-19 BHAWA SPA เปิดให้บริการ 2 สาขา คือ ที่ถนนวิทยุ และสุขุมวิท 8 แต่ปัจจุบันเหลือเพียงสาขาในซอยสุขุมวิท 8 เพียงแห่งเดียวเท่านั้น

โดยโปรแกรมที่ได้รับความนิยมและเป็นซิกเนเจอร์ของเราคือ Heavenly Hot Jewel Massage เป็นการล้างและขัดเท้าเพื่อบํารุง นวดตัวด้วยน้ำมัน พร้อมหินร้อน (เลือกกลิ่นน้ำมันได้) นวดศีรษะด้วยเทคนิคของบาวา ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ช่วยเรื่องการไหลเวียนของโลหิตได้ดีขึ้น ช่วยให้กระปรี้กระเปร่าและฟื้นฟูร่างกายที่เมื่อยล้า

และโปรแกรมสำหรับชาวออฟฟิศซินโดรม คือ Bhawa Stress & Anxeity Relief Massage & Therapy ล้างและขัดเท้าเพื่อบํารุง เริ่มด้วยการวอร์มด้วยนวดไทยบริเวณขา ลําตัว และมือ การนวดตัวด้วยน้ำมันเลม่อนกลาส เน้นบริเวณคอ บ่า ไหล่ หลัง ตามด้วยการประคบเกลือสตุ นวดศีรษะตามแบบฉบับบาวา ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดและกล้ามเนื้อบริเวณไหล่ ศีรษะ รวมถึงช่วยเรื่องการนอนหลับได้ดีขึ้น

ในส่วนออยล์ต่าง ๆ ก็ล้วนมาจากธรรมชาติ 100% ไม่ได้ใส่หัวน้ำหอม ไม่มีสารเคมี โดยกลุ่ม BHAWA มีฟาร์มปลูกพืชสมุนไพรขนาด 17 ไร่ของตัวเอง อยู่ที่ จ.ลำปาง ซึ่งเป็นฟาร์มธรรมชาติ 100% และ ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่นำมาใช้ในสปานั้นก็สกัดเองทั้งหมด ทุกตัวจึงเป็นออร์แกนิก 100% อย่างแท้จริง

“การที่เราได้รับรางวัล Thailand Tourism Awards 2025 รางวัลดีเด่น (Thailand Tourism Outstanding Awards) ประเภท Health and Wellness Tourism สาขาเดย์สปา จึงถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนถึงความทุ่มเทและความตั้งใจในการสร้างสรรค์บริการคุณภาพระดับสากลของเรา”

รุกพัฒนาโปรดักต์สปา

ในส่วนของโปรดักต์ หรือผลิตภัณฑ์สินค้านั้น “กฤษณา” ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันฐานลูกค้าหลักของโปรดักต์ คือ โรงแรม จำนวนประมาณ 40 แห่ง และค้าปลีก (Retail) ที่คู่ค้านำมาวางจำหน่าย เช่น ในจีน ฮ่องกง และกำลังมีแผนขยายตลาดไปยังไต้หวันด้วย

“ในประเทศไทย หลักคือเราเป็นหลังบ้านให้โรงแรม ทั้งในรูปแบบที่เป็นแบรนด์ BHAWA และรับจ้างผลิตให้ (OEM) เช่น แมริออท, แชงกรี-ล่า, อวานี ฯลฯ เป็นต้น”

โดยปัจจุบันบริษัทก็มีรายได้จากธุรกิจบริการและโปรดักต์คิดเป็นสัดส่วน 60:40 อย่างไรก็ตาม มีแผนพัฒนาโปรดักต์จากที่อยู่ขณะนี้ประมาณ 70 SKU ให้มีจำนวนมากขึ้น เพราะเชื่อมั่นเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง และมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก

รองรับการเติบโตของ ศก.โลก

เมื่อถามถึงทิศทางธุรกิจในอนาคต “กฤษณา” บอกว่า ในช่วงที่ผ่านมาเขาพยายามพิสูจน์ตัวเองมาตลอด แต่ไม่ได้ประชาสัมพันธ์หรือทำการตลาดในวงกว้างนัก เพราะลูกค้ากว่า 80% เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มเกาหลี ฮ่องกง ไต้หวัน จีน ฯลฯ ลูกค้าคนไทยมาใช้บริการบ้าง แต่สัดส่วนยังไม่มากนัก

“ถ้าถามว่าเราจะไปทางไหนต่อ ก็ขอบอกว่าส่วนตัวเชื่อว่าในฟากของเอกชนนั้น เราพร้อมอยู่แล้ว และมอนิเตอร์พฤติกรรมนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่องว่านักท่องเที่ยวต้องการประสบการณ์อะไรบ้าง และก็ต้องพัฒนาบริการและโปรดักต์รองรับ รวมถึงออกแบบประสบการณ์ที่เขาไม่สามารถหาได้ที่ไหนนอกจากที่เรา”

ดังนั้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเตรียมพร้อมในเรื่องของฮอสพิทาลิตี้ และการรองรับตลาดที่จะเติบโตขึ้นเมื่อเศรษฐกิจโลกปรับตัวดีขึ้น และเชื่อมั่นว่าในธุรกิจฮอสพิทาลิตี้นั้น ในโลกใบนี้ไม่มีที่ไหนสู้ประเทศไทยได้

พร้อมย้ำว่า รางวัล Thailand Tourism Outstanding Awards ประเภทการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จากเวที Thailand Tourism Awards 2025 ในปีนี้ จึงไม่เพียงยืนยันถึงความเป็นเลิศของ BHAWA เท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้เดินหน้าสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนต่อผู้ใช้บริการในฐานะจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพต่อไป