เปิดศักราชปี 2562 ตลาดหุ้นไทยไร้ปัจจัยบวก ทั้งเจอแต่ปัจจัยลบรุมถล่ม แม้แต่วันเลือกตั้งที่เดิมคิดว่าเป็น 24 กุมภาพันธ์ชัดเจนแล้ว แต่ที่สุดก็ชัดเจนว่า “เลื่อน” วันลงคะแนนเลือกตั้งแน่นอน รวมทั้งพายุโซนร้อน “ปาบึก” ที่ถล่มเข้าด้ามแขวนของประเทศไทยที่ถือเป็นไข่แดงของธุรกิจท่องเที่ยวและประมงไทย
อย่างไรก็ตาม ทิศทางตลาดหุ้นไทยยังมีหลายปัจจัยทั้งภายในและภายนอกที่ต้องพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียด ที่แน่นอนก็คือ ปี 2562 ตลาดหุ้นคงเผชิญความผันผวนไม่น้อยไปกว่าปีที่ผ่านมา เพราะหลาย ๆ ปัจจัยยังไม่คลี่คลาย ทั้งอาจดุเดือดเข้มข้นมากขึ้น
ตลาดเข้าสู่ภาวะ “เสี่ยงสูง”
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการนักกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิจัย บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นไทยปี 2562 จะยังคงแกว่งผันผวนเหมือนกับปี 2561 ซึ่งตลาดมีผลดำเนินงานติดลบประมาณ 10% เพราะฉะนั้น ปีนี้้มองว่าตลาดไม่มีอัพไซด์มากนัก ขณะที่ดาวน์ไซด์ยังจำกัด ปัจจัยที่เข้ามากดดันยังคงเป็นปัจจัยเดิม ๆ สำหรับปัจจัยต่างประเทศประเด็นข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งเชื่อว่ายังไม่จบ เพียงแต่จะไม่รุนแรงเท่าปีที่แล้ว และถ้าการเจรจายังไม่สามารถปลดล็อกได้ คาดว่าปีนี้เศรษฐกิจโดยรวมทั่วโลกอาจขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง โดยเฉพาะตลาดในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วค่อนข้างเหนื่อย แต่สำหรับตลาดในกลุ่มประเทศเกิดใหม่การขยายตัวน่าจะทำได้ดีกว่า ทำให้ฟันด์โฟลว์ต่างชาติน่าจะมีการไหลจากฝั่งตลาดในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วเข้าสู่ตลาดในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ในช่วงประมาณปลายปี”62
“แต่ช่วงต้นปีเชื่อว่าทิศทางของฟันด์โฟลว์จะหลบไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยสูงก่อน เพราะตลาดตอนนี้เข้าสู่ภาวะ risk off (ความเสี่ยงสูง) ดัชนีทั่วโลกจะค่อย ๆ ปรับตัวลงบ้างและเข้าไปหลบในสินทรัพย์ประเภททองคำ ซึ่งมีสัญญาณแกว่งตัวขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงค่าเงินที่เป็นตัวพัก safe haven อย่างเช่น เยน, บาท เป็นต้น รวมถึงทิศทางบอนด์ยีลด์ระยะยาวมีการขยับตัวลงค่อนข้างเยอะ ซึ่งภาพแบบนี้สะท้อนว่านักลงทุน switch เข้ามาหลบถือพันธบัตรมากขึ้น”
นายวิจิตรกล่าวว่า ปัจจัยที่จะเข้ามาช่วยหนุนตลาดหุ้นไทยอาจจะเป็นเรื่องทิศทางดอกเบี้ย เพราะปีนี้ดอกเบี้ยเฟดจะไม่เร่งตัวขึ้นเพราะเศรษฐกิจสหรัฐไม่ดี
สำหรับทิศทางดอกเบี้ยของ กนง.แม้ว่าจะปรับขึ้นในช่วงเดือน ธ.ค. 61 เชื่อว่าเป็นการทดสอบเศรษฐกิจของไทยว่าไปได้หรือไม่ ซึ่งแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ เต็มที่คือ 2 ครั้ง
เลื่อนเลือกตั้ง 1 เดือนไม่กระทบ
นายวิจิตรกล่าวว่า หากพิจารณาเศรษฐกิจไทยที่ค่อย ๆ ฟื้นตัว และประเด็นทางการเมืองเรื่องการเลือกตั้ง แม้ว่ากระบวนการจะเลื่อนออกไปบ้าง แต่ถ้าดีเลย์ออกไป 1-2 เดือนคงไม่กระทบต่อประมาณการของนักวิเคราะห์มากนัก อาจเป็นจังหวะในการ rally และรีบาวนด์กลับขึ้นมาในช่วงไตรมาส 2 แต่หลังเลือกตั้งประเมินว่าจะมีความเสี่ยงเข้ามาทำให้มีการปรับฐานลงไปบ้างในช่วงไตรมาส 3/62
“กว่าจะฟอร์มทีมรัฐบาลหรือเขียนนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลชุดใหม่คงใช้เวลา 3-6 เดือน และรอลุ้นในช่วงปลายปีช่วงไตรมาส 4/62 ว่าภาพรวมทิศทางของปี”63 จะดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นตัวหนึ่งที่ค่อย ๆ กระตุกดัชนีขึ้นมา”
แต่หากเลื่อนการเลือกตั้งออกไปหลังกลางปี”62 การบูตเศรษฐกิจจะชะงักแน่ ๆ เพราะขณะนี้ตลาดต้องการนโยบายเศรษฐกิจใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งหากยังอยู่ในรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง จะคาดหวังการลงทุนจากต่างประเทศหนัก ๆ ยาก หรือการลงทุนในตลาดหุ้น ผู้จัดการลงทุนทั่วโลกหลาย ๆ กองทุนส่วนใหญ่ไม่สามารถที่จะลงทุนในประเทศที่รัฐบาลไม่ได้มาจากการเลือกตั้งได้
นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการและกรรมการผู้อำนวยการสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) กล่าวว่า สมาคมประเมินดัชนีตลาดหุ้นไทยระยะสั้นช่วงสิ้นไตรมาส 1/62 จะอยู่ที่ 1,682 จุด เป้าหมายดัชนีช่วงสิ้นปีอยู่ที่ 1,782 จุด กำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) ของตลาดอยู่ที่ 115.12 บาท EPS growth อยู่ที่ 7.35% และคาดการณ์ดัชนีจะทำจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,834 จุด จุดต่ำสุดที่ 1,529 จุด
ปัจจัยที่มีผลกระทบระยะสั้นนักลงทุนค่อนข้างเทน้ำหนักให้ คือการเลือกตั้งของไทยหากมีการเลื่อนเลือกตั้งออกไปราว 1-3 เดือน มองว่าไม่น่ามีผลกระทบมากนัก แต่ถ้าเลื่อนออกไปหลังเดือน พ.ค. 2562 จะกระทบค่อนข้างหนัก อาจทำให้นักวิเคราะห์ต้องมีการปรับสมมุติฐานใหม่ทั้งหมด
อัตราเติบโตกำไร บจ.ชะลอตัว
นายพรเทพ ชูพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) เปิดเผยถึงแนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยปี 2562 ว่า ครึ่งแรกของปี 2562 ดัชนีตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 1,700-1,850 จุด ปัจจัยหลักมาจากเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะเติบโตได้ 4% ได้รับอานิสงส์จากวัฏจักรการลงทุนที่มีโมเมนตัมเป็นบวกและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เห็นได้จากการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 ไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งสอดคล้องกับรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่าแนวโน้มความต้องการสินเชื่อในไตรมาส 4 ปี 2561 เพิ่มสูงขึ้นทั้งสินเชื่อระยะยาวและสินเชื่อระยะสั้น สำหรับธุรกิจทุกขนาดและสินเชื่อภาคครัวเรือนทุกประเภท
“แม้ว่าจะมีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปในช่วงเดือน มี.ค. 2562 จากเดิมที่มีการเลือกตั้งในช่วงเดือน ก.พ. 2562 คาดว่าไม่น่ากระทบกับหุ้นไทย เนื่องจากยังอยู่ในกระบวนการของการเลือกตั้ง แต่หากเลื่อนการเลือกตั้งออกไปช่วงครึ่งปีหลังของปี 2562 อาจกระทบต่อภาพรวมการลงทุนของหุ้นไทยรุนแรงในระยะสั้น แต่ด้านกำไรของบริษัทจดทะเบียนไม่ได้กระทบมาก” นายพรเทพกล่าวและว่าจากคาดการณ์ของบลูมเบิร์กมองว่า อัตราการเติบโตกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในปี 2562 อาจชะลอตัวลงอยู่ที่ 7% จากปี 2561 อัตราการเติบโตอยู่ที่ 12% อย่างไรก็ตาม บล.ไทยพาณิชย์มองว่าการเติบโตของกำไรสุทธิอย่างแข็งแกร่งในปี 2561 หลัก ๆ เกิดจากรายการพิเศษ จากที่ บจ.กลุ่มพลังงาน/ไฟฟ้ามีการขายทรัพย์สิน ดังนั้น นักลงทุนไม่ควรกังวลมากเกินไปเกี่ยวกับการคาดการณ์ชะลอตัวกำไรสุทธิของ บจ.
ลุ้นกระแสการลงทุน “เปลี่ยนทิศ”
นายพรเทพกล่าวต่อว่า สำหรับปัจจัยต่างประเทศที่มีสัญญาณว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่เติบโตชะลอตัวลง ซึ่งเป็นการเข้าสู่ระดับค่าเฉลี่ยระยะยาว ไม่ใช่วิกฤตเศรษฐกิจสถานการณ์ตลาดหุ้นทั่วโลกช่วงที่ผ่านมาเป็นการพักฐานระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ความกังวลเหล่านี้มีแนวโน้มดีขึ้นในอนาคตอันใกล้ โดยจีน-สหรัฐจะมีการเจรจากันในต้นเดือน ม.ค. หลังจากสงบศึกการค้าไปก่อนหน้านี้ ส่วนสภาผู้แทนฯอังกฤษจะมีการลงมติเลือกแนวทาง Brexit ซึ่งจะทำให้มีความชัดเจนมากขึ้น ขณะที่ Fed ส่งสัญญาณชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในปี 2562 ทั้งหมดนี้จะช่วยลดความกังวลต่อความเสี่ยงหลัง ๆ ลงได้มาก ทำให้ปัจจัยภายนอกที่กดดันตลาดเกิดใหม่ค่อย ๆ คลี่คลายลง
ขณะเดียวกัน กระแสการลงทุนเปลี่ยนทิศ แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐที่โดดเด่นในปี 2561 จะลดความร้อนแรงลง คาดว่านักลงทุนเปลี่ยนมาสนใจตลาดเกิดใหม่แทน หลังความเสี่ยงฟองสบู่ลดลง รวมถึงสัญญาณการชะลอขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐหยุดแข็งค่า ดีต่อหุ้นตลาดเกิดใหม่ ซึ่งจะดึงดูดให้กระแสเงินทุนเปลี่ยนทิศมาทางภูมิภาคนี้
ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

