เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตลาดคาดหวังการเจรจาสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน
UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
Business UHG รุก ‘ไฮบริดโฮเทล’ โมเดลเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์
COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
SD COP17 วันสุดท้าย ทบทวนครั้งแรก-โลกยังห่างเป้าปี 2030
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.73 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
Business ค้าปลีกญี่ปุ่นลุ้น Tax Refund หนุนดีมานด์นักช็อปต่างชาติพุ่ง
ดูทั้งหมด

ฅ หายไปไหน

06 ก.ค. 2562 | 20:05น.

คอลัมน์ เปิดมุมมอง

โดย ดร.อนันตโชค โอแสงธรรมนนท์ ผช.ผอ.สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง

ตอนสมัยที่เรายังเป็นเด็ก ทุกคนจะได้รับการสอนว่าอักษรไทยมีทั้งหมด 44 ตัว หลายคนคงจะคิด สงสัยว่า แล้วทำไมเราใช้จริง ๆ แค่ 42 ตัว อีก 2 ตัว คือ ฃ และ ฅ หายไปไหน

ศ.ดร.คุณหญิงสุริยา รัตนกุล ได้อธิบายว่า ตอนที่พัฒนาเครื่องพิมพ์ดีดไทยครั้งแรก จำเป็นต้องตัดอักษร ฃ และ ฅ ออก เนื่องจากจำนวนก้านอักษรไม่พอ และเหตุผลที่เลือกตัดอักษรทั้งสองตัวนี้ เพราะเป็นอักษรที่ไม่ได้ถูกใช้เป็นประจำ และสามารถทดแทนด้วยอักษรอื่นได้จนในที่สุดได้มีการประกาศเลิกใช้อักษรทั้งสองตัวนี้ในปทานุกรมและพจนานุกรมอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา

ในปัจจุบันนี้ทั้ง ฃ และ ฅ ได้กลับมาปรากฏอยู่บนคีย์บอร์ดคอมพิวเตอร์และมือถือ แต่แทบจะไม่มีใครได้ใช้เลย จึงนับเป็นการกลับมาของ ฃ และ ฅ แบบไม่ถูกที่ ไม่ถูกเวลา

ฅ คนไม่ได้หายไปจากภาษาไทยเท่านั้น แต่คนหรือบุคลากรยังดูเหมือนจะหายไปจากระบบเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันด้วย ประเทศไทยขาดแคลนบุคลากรทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ แรงงานต่างด้าวได้เข้ามาแทนที่แรงงานไทยในสาขาที่ต้องใช้แรงงานมาก หรือมีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ยากลำบาก เช่น แรงงานก่อสร้าง ประมง และแม่บ้าน ในขณะเดียวกัน ไทยก็ขาดแคลนบุคลากรในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบวิชาชีพ และผู้บริหาร ซึ่งเป็นเสาหลักในการพัฒนาอุตสาหกรรมที่สร้างมูลค่าสูง

ปี 2561 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมร่วมกับสถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง (สวค.) ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม S-curve หรืออุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคตที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย (เช่น ยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เทคโนโลยีชีวภาพ การแปรรูปอาหาร ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ และอากาศยาน เป็นต้น)

ผลจากการศึกษาพบว่า บุคลากรที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จที่มีความสำคัญมากในทุกอุตสาหกรรมที่เราทำการศึกษาและผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังให้ความเห็นว่า นักศึกษาที่จบมาใหม่ไม่ได้รับการศึกษาและฝึกอบรมที่ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม

ซึ่งเป็นปัญหาที่มีมายาวนานและได้เริ่มมีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นรูปธรรมภายใต้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) นอกจากนี้ ความสามารถในการสรรหาบุคลากรที่จำเป็นต่ออุตสาหกรรมอย่างเพียงพอ ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญในการตัดสินใจลงทุนในไทยของนักลงทุนจากต่างประเทศเช่นกัน

ไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานและเพิ่มผลิตภาพการผลิต (productivity) โดยระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ AI หรือการเข้าสู่กระบวนการ digital transformation ในภาคเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืน

แม้ว่าการลงทุนในเทคโนโลยีเหล่านี้จะคุ้มค่า เรายังต้องการกลุ่มคนที่จะช่วยออกแบบและติดตั้งให้ระบบเหล่านี้สามารถใช้งานได้ ตามความต้องการของผู้ประกอบการแต่ละราย หรือที่รู้จักกันว่ากลุ่ม system integrator นั่นหมายถึงเราต้องสร้างคนกลุ่มใหม่ก่อน เพื่อที่จะสามารถสร้างระบบที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ และทดแทนแรงงานที่จะลดลงในอนาคตได้ ในขณะเดียวกัน เราต้องให้ความรู้และเพิ่มทักษะของกลุ่มผู้ใช้แรงงานด้วย

จากโครงสร้างสัดส่วนแรงงานของไทยในปี พ.ศ. 2561 จำนวนแรงงานไทยมีทั้งหมด 37.8 ล้านคน อยู่ในภาคการเกษตร 32% ภาคอุตสาหกรรม 23% ส่วนที่เหลืออยู่ในภาคบริการ และในช่วงไตรมาสแรกของปี 2562 ภาคเกษตรได้มีส่วนในการสร้างอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพียง 0.1% จากอัตราการเจริญเติบโต 2.8% ส่วนภาคการผลิตหรือภาคอุตสาหกรรมทำได้ดีกว่าเล็กน้อยที่ 0.2% นอกนั้นมาจากภาคบริการ

นอกจากนี้ แรงงานภาคการเกษตรในช่วงอายุ 40-60 ปี ได้เพิ่มขึ้นเป็น 49% ของแรงงานภาคเกษตรทั้งหมดในปี พ.ศ. 2556 แสดงว่าแรงงานเกือบ 1 ใน 3 อยู่ในภาคเกษตร ซึ่งสามารถสร้างรายได้ได้น้อย และกว่าครึ่งของแรงงานกลุ่มนี้มีอายุมาก การพัฒนาทักษะหรือความพร้อมที่จะรับเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้จึงยาก ซึ่งทำให้จำนวนแรงงานไทยสำหรับภาคอุตสาหกรรมและบริการที่เป็นไปได้ของไทยลดลง

เมื่อพิจารณาจำนวนผู้ว่างงานของไทยในปี พ.ศ. 2561 เป็นที่น่ากังวลอย่างมากว่า กลุ่มผู้ว่างงานที่มีจำนวนมากที่สุด คือ กลุ่มผู้ที่มีการศึกษาระดับปริญญาตรีซึ่งคิดเป็น 39% ของผู้ว่างงานทั้งหมด โดยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 23% ในปี พ.ศ. 2546 ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการลงทุนด้านการศึกษาทั้งในแง่ของเงินทุนและเวลาสูงที่สุด จึงถือเป็นความสูญเสียของประเทศอย่างยิ่ง

และสะท้อนถึงปัญหาของระบบการศึกษาไทยที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกัน จะต้องเร่งสร้างบุคลากรคนไทยที่มีทักษะที่จำเป็นให้เพียงพอกับความต้องการของตลาดควบคู่กันไปด้วย โดยจะต้องเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ประกอบการ สถานศึกษา และภาครัฐ

ขณะที่เรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการบุคลากรจำนวนมาก สำหรับการสร้างอุตสาหกรรม S-curve และการยกระดับผลิตภาพการผลิตของประเทศ แต่ระบบการศึกษายังไม่สามารถสร้างบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของตลาดได้เพียงพอ การฝึกและเพิ่มทักษะของบุคลากรยังไม่ได้ทำในวงกว้าง และการโยกย้ายแรงงานจากภาคการเกษตรหรือภาคบริการมายังอุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นเรื่องที่เป็นได้ยาก

นอกจากนี้ การสร้างเด็กรุ่นใหม่ที่ได้รับการศึกษาที่เหมาะสมก็ต้องใช้เวลามากกว่า 10 ปี ดังนั้น การอาศัยบุคลากรจากต่างประเทศจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากกว่าที่คิด ถ้าหากเราต้องการมีบุคลากรที่พร้อมใช้ได้ทันที

ที่ผ่านมาไทยได้มีการพึ่งพาบุคลากรจากต่างประเทศทั้งที่เป็นแรงงานที่ไม่มีทักษะ จนไปถึงผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหาร แต่ ณ ปัจจุบันเราต้องการแรงงานที่มีทักษะ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ประกอบวิชาชีพจากต่างประเทศจำนวนที่เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมมาก เพื่อเข้ามาทำงานร่วมกับผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรม S-curve มากขึ้น

ดังนั้น ควรลดอุปสรรคของบุคลากรต่างชาติที่มีทักษะและความเชี่ยวชาญเหล่านี้ในการเข้ามาทำงานในไทย เช่น ลดกระบวนการขอและต่ออายุ visa ของบุคลากรต่างชาติกลุ่มนี้ให้มีความสะดวกสบายได้มากขึ้น และปรับให้การขอใบอนุญาตทำงานให้เอื้อต่อการเข้ามาทำงานของบุคลากรต่างชาติมากขึ้น

บุคลากรต่างชาติเหล่านี้ไม่ได้มาแย่งงานคนไทยทำ แต่มาช่วยเติมเต็มในส่วนที่เราต้องการอย่างเร่งด่วนในปัจจุบัน เพื่อปรับฐานเศรษฐกิจไทย และสร้างงานที่มีรายได้สูงให้คนไทยเพิ่มมากขึ้นในระยะยาว ซึ่งสิงคโปร์และมาเลเซียมีนโยบายทางด้านนี้ชัดเจนและทำได้ดีกว่าไทยมาก ทั้ง ๆ ที่ไทยมีข้อได้เปรียบที่ชาวต่างชาติพอใจที่จะเข้ามาอยู่และทำงานในไทย

การที่ภาคอุตสาหกรรมและบริการขาดแคลนบุคลากรที่ต้องการ ไม่ได้หมายความว่าคนไทยหายไปไหน แต่เป็นเรื่องของการอยู่ไม่ถูกที่และไม่ถูกเวลามากกว่า ทำให้เราไม่สามารถใช้คนของเราได้เต็มศักยภาพ นอกจากนี้ การปรับตัวของบุคลากรที่มีอยู่นี้ต้องใช้เวลา ไม่สามารถที่จะทำได้อย่างรวดเร็ว อาจจะต้องพึ่งพาบุคลากรชาวต่างชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้

เมื่อพูดถึงเรื่องการอยู่ไม่ถูกที่ ไม่ถูกเวลา ทำให้ผมนึกถึงประโยคที่น่าประทับใจในภาพยนตร์ฮ่องกงเรื่อง 2046 ของผู้กำกับ Wong Kar-Wai ที่ออกฉายเมื่อปี พ.ศ. 2547 ว่า “Love is all a matter of timing. It’s no good meeting the right person too soon or too late.” หรือแปลไทยได้ว่า ความรักขึ้นอยู่กับจังหวะเวลา มันเปล่าประโยชน์ที่จะเจอ “คนที่ใช่” เร็วเกินไป หรือช้าเกินไป แต่ในแง่ของการพัฒนาตนเอง เราจะต้องพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต ให้เป็น “คนที่ใช่” ในทุกที่และทุกเวลาครับ

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ เปิดมุมมอง