เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สงครามไม่มีพระเอก

19 มี.ค. 2565 | 14:04น.

คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ชุมฉันท์ ชำนิประศาสน์

คนที่ติดตามข่าวโศกนาฏกรรมของแตงโม-นิดา ดาราสาวที่พลัดตกเรือเสียชีวิตในแม่น้ำเจ้าพระยา คงเห็นว่ามีบุคคลมากมายในเหตุการณ์กลายเป็นตัวละครที่ถูกตัดสินว่าดี-เลวมาเป็นระลอก

ขนาดเจ้าหน้าที่ผ่าพิสูจน์ศพแล้วยังต้องไปหาทีมผ่าอีกรอบเพราะเกิดกระแสคนไม่ไว้ใจตำรวจ

หรือกรณีดาราบางคนที่ไม่ได้ไปร่วมพิธีไว้อาลัยก็ถูกขยายความและตกเป็นเป้าหมายถูกโจมตีไปด้วย

เป็นข่าวที่แสดงถึงอารมณ์ร่วมของคนในสังคมต่อเหตุการณ์นี้มีสูงมาก และการใช้อารมณ์ตัดสินผู้คนในข่าวก็มีสูงมากเช่นกัน

อีกข่าวหนึ่งที่คนติดตามและมีอารมณ์ร่วมมาพร้อม ๆ กันคือโศกนาฏกรรมสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ส่งผลสะเทือนเศรษฐกิจ-ราคาพลังงานไปทั่วโลก จนกระทบมาถึงเงินในกระเป๋าของเรา ๆ ท่าน ๆ

ข่าวนี้ก็มีกระแสสังคมที่ตัดสินถูก-ผิด ดี-เลว และแบ่งเป็นขั้วระหว่างคนเชียร์รัสเซีย กับคนเชียร์ยูเครนและชาติตะวันตก

จากภาพเหตุการณ์ที่คนยูเครนต้องอพยพหนีภัยออกนอกประเทศแล้วกว่า 3 ล้านคน ผู้ชายต้องจับอาวุธมาสู้รบ พลัดพรากจากลูกเมียและแม่จึงเป็นเรื่องน่าสะเทือนใจ

ดังนั้นการที่รัสเซียถูกรุมตำหนิติเตียนและถูกลงโทษทางเศรษฐกิจอย่างหนักจากชาติตะวันตกชนิดที่ไม่เคยเจอมาก่อน จึงทำให้ชาวตะวันตกจำนวนมากเห็นว่าสมควรแล้ว

ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ผู้สั่งการให้กองทัพบุกเข้ายูเครน ควบคุมสื่อและโฆษณาชวนเชื่อ กลายเป็นมหาวายร้าย และถูก โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ ตราหน้าว่าเป็น “อาชญากรสงคราม”

ส่วนผู้เชี่ยวชาญโลกสังคมออนไลน์ตัดสินว่าปูตินเป็นผู้ปราชัยในสื่อโซเชียล โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับ โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนที่ใช้สื่อมวลชนเป็นและใช้สื่อโซเชียลมีเดียเก่ง มีวาทศิลป์ รู้จังหวะการสื่อสารที่จับใจคน ยิ่งมีสหรัฐอเมริกาและชาติยุโรปสนับสนุนอยู่ยิ่งเน้นภาพดำ-ขาวที่ตัดกันมาก

ความเป็นดาวดังของประธานาธิบดีเซเลนสกียังทำให้ Netflix นำซีรีส์ “Servant of the People” ที่ผู้นำท่านนี้เคยเล่นไว้สมัยเป็นดารานักแสดง กลับมาสตรีมมิ่งอีกครั้ง

ซีรีส์เรื่องนี้เซเลนสกีรับบทครูโรงเรียนมัธยมฯปลายที่ผันมาเป็นประธานาธิบดี หลังกล่าวสปีชเกี่ยวกับปัญหาคอร์รัปชั่นจับใจประชาชน

แต่ชีวิตจริงของท่านผู้นำดูจะเข้มข้นมากกว่าในซีรีส์ เพราะเผชิญอยู่กับสงครามใหญ่ที่ยาก ซับซ้อน และส่งผลกระทบใหญ่มากกับประเทศและทั่วโลก

ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่า ประธานาธิบดีเซเลนสกีจะเป็นพระเอกไปได้ถึงตอนจบหรือไม่ แม้ว่าประธานาธิบดีปูตินจะถูกจับวางไว้เป็นตัวร้ายของชาติตะวันตกอย่างถาวรแล้วก็ตาม

ปัจจุบันพระเอกในสงครามมักไม่ใช่ผู้นำทัพ แต่ควรเป็นผู้เจรจาให้สงครามจบลงได้ หรือดีกว่านั้นคือป้องกันไม่ให้เกิดสงคราม

สำหรับสหรัฐอเมริกาที่เคยวางตัวเป็นพระเอกมาหลายศึก ไม่น่าจะได้ตำแหน่งนี้อีก ไม่ใช่เพราะเป็นพระเอกหน้าช้ำที่คนดูเบื่อแล้ว แต่เพราะตอบคำถามได้ยากเมื่อถูกย้อนไปเปรียบเทียบกับกรณีที่สหรัฐและพันธมิตรเคยยกทัพบุกอัฟกานิสถานและอิรัก

แม้ประเด็นนี้ไม่ควรเป็นข้ออ้างสำหรับรัสเซียว่า “เมื่อนายทำได้ ฉันก็ทำบ้าง” รวมไปถึงข้อขัดแย้งอื่น ๆ ที่รัสเซียยกขึ้นมาและตะวันตกเห็นว่าไม่สมเหตุสมผล

แต่ผลลัพธ์ของสงคราม ความโหดร้าย และความผิดพลาดในสมรภูมิอัฟกานิสถานและอิรักที่ทำให้เกิดโศกนาฏกรรมมากมายมาหลายปีจนไม่เห็นความคุ้มค่า อีกทั้งยังน่าเคลือบแคลงถึงข้ออ้างเรื่องผดุงความยุติธรรมและประชาธิปไตย

หากผู้ติดตามข่าวเหตุการณ์สงครามลดทอนอารมณ์และดราม่าลง คงไม่ต้องให้ความสำคัญหรอกว่าใครจะเป็นพระเอกหรือใครจะเป็นผู้ร้าย

แต่จะเห็นภาพชัดว่าผลกระทบของทุกสงครามทำให้เศรษฐกิจโลกย่ำแย่ แต่อาวุธกลับขายดีขึ้น

บางทีถ้ามีมาตรการแซงก์ชั่นผู้ขายอาวุธ อาจทำให้สงครามลดน้อยลงก็ได้