เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

หุ้นสหรัฐร่วงระนาว ดาวโจนส์ดิ่ง 1,000 จุด หนังคนละม้วนกับวันที่เฟดแถลง

06 พ.ค. 2565 | 02:48น.

ดีใจได้แค่วันเดียว ตลาดหุ้นสหรัฐพากันดิ่งจนแดงทั้งกระดาน ดาวโจนส์ร่วงกว่า 1,000 จุด ชี้นักลงทุนเพิ่งได้สติหนึ่งวันหลังจากประธานเฟดแถลงขึ้นอัตราดอกเบี้ย จับตาตลาดหุ้นไทยวันนี้

วันที่ 6 พฤษภาคม 2565 ซีเอ็นเอ็น รายงานภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา วันพฤหัสบดีที่ 5 พ.ค. ตามเวลาสหรัฐ ว่าดัชนีหุ้นทุกตลาดร่วงแรง พลิกผันจากสถานการณ์ของวันพุธที่นักลงทุนยังรู้สึกดีกับคำแถลงของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ขึ้นดอกเบี้ย 0.5% เพื่อต้านทานอัตราเงินเฟ้อที่ทะยานสูงสุดในรอบ 40 ปี

จากรายงานของสำนักข่าวเอพี ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ดิ่งลงว่า 1,163 จุด คิดเป็นการร่วงลง 3.4%, ดัชนี S&P 500 ตกลงถึง 3.7% ราคาหุ้นของบริษัทห้างร้านต่าง ๆ 95% ติดลบจนแดงไปทั้งกระดาน ขณะที่ดัชนีหุ้นแนสแดค ร่วงแรงมากถึง 5.1% จังหวะการซื้อขายช่วงบ่าย

FILE – The New York Stock Exchange logo   (AP Photo/Richard Drew, File)

สถานการณ์ดังกล่าวมาจากการที่นักลงทุนเริ่มตั้งสติประมวลผลใหม่จากคำแถลงของ นายเจอโรม พาวเวลล์ ที่แม้เอ่ยปากว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปจะไม่ใช้ยาแรงเกิน 0.5% แต่ดูภาพรวมแล้ว ผลกระทบจากการใช้มาตรการนี้ของเฟดจะไปทำให้อุปสงค์ซึม และเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง

“เฟดอยู่ระหว่างสองทางเลือกที่ยากพอ ๆ กัน และด้วยความที่นักลงทุนได้ข้อมูลสำเร็จรูปรวดเร็วมา จึงเหมือนทั้งกลัวและโลภในเวลาเดียวกัน” แซม สโตฟวอลล์ หัวหน้าทีมยุทธศาสตร์การลงทุน บริษัท CFRA ให้ความเห็นถึงสถานการณ์หุ้นขึ้นขานรับคำแถลงเฟด แต่หนึ่งวันจากนั้นกลับร่วงลงมาทั้งหมด

FILE – Federal Reserve Chairman Jerome Powell Tom Williams, Pool via AP, File)

นายสโตฟวอลล์มองด้วยว่า นักลงทุนตระหนักแล้วว่า การที่เฟดยังใช้มาตรการเข้มงวดนี้ต่อไป อาจทำให้อัตราเงินเฟ้อยังอยู่นอกเหนือการควบคุม

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า บรรดาบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของรัฐมาก เพราะหลายแห่งสัญญาไว้กับนักลงทุนว่าจะนวัตกรรมแห่งอนาคต และการหารายได้ที่มีคุณค่าแก่ผู้ลงทุน

บริษัท เมตา เจ้าของเฟซบุ๊ก หุ้นร่วงลงเกือบ 6% ขณะที่บริษัทแอมะซอน ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซ ร่วง   6.4% ส่วนอัลฟาเบต บริษัทแม่ของกูเกิล หุ้นดิ่งแรงถึง 5.3%

ด้านบริษัทอีคอมเมิร์ซอื่น ๆ ล้วนหุ้นร่วงไปตาม ๆ กัน เช่น Etsy ร่วงลงเกือบ 18% และ  eBay ลดลง 8%

ขณะเดียวกันมีการเปิดตัวเลขเศรษฐกิจที่เป็นข่าวลบ ว่าผลผลิตแรงงานลดลงถึง 7.5% ในไตรมาสแรกของปีนี้ และนับว่าเป็นการดิ่งลงเร็วที่สุดนับจากปีหลังเกิดสงครามโลก เมื่อปี 2490 (ค.ศ. 1947)

ทางด้าน บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี หรือ บล.กรุงศรี ประเมินแนวโน้มดัชนีหุ้นไทย (SET) วันนี้ (6 พ.ค.) คาดอ่อนตัว แนวรับอยู่ที่ 1,630-1,635 จุด ตามความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐและทั่วโลกชะลอตัวตามคาดการณ์ ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดภาวะเงินเฟ้อระดับสูง รวมถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อที่เป็นแรงกดดันต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามคาดว่าแรงซื้อหุ้นที่มีข่าวเฉพาะตัว เช่น งบฯไตรมาส 1/65 เติบโต รวมถึงกลุ่มพลังงานหลังราคาน้ำมันดิบทรงตัวระดับสูงจะช่วยหนุนให้ดัชนีสลับรีบาวบด์ขึ้นได้

สำหรับประเด็นสำคัญวันนี้ ดาวโจนส์ร่วง 1,000 จุด ตลาดคาดธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะขึ้นดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมครั้งถัดไป แม้วานนี้ ประธาน FED จะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยครั้งถัดไปเพียง 0.50%

แต่นักลงทุนมองว่าการขึ้นดอกเบี้ย 0.50% อาจไม่พอที่จะควบคุมเงินเฟ้อจึงมีโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.75% ในการประชุมเดือน มิ.ย. และจะเร่งขึ้นดอกเบี้ยอีกในช่วงเวลาที่เหลือซึ่งเป็นไปได้ที่จะดอกเบี้ยจะพุ่งแตะระดับ 2.75% ในปลายปีนี้ (ดอกเบี้ยขึ้นเร็วแรงเสี่ยงทำเศรษฐกิจถดถอย)