นราธิวาสอ่วม น้ำทะลักหลายจุด ริมคลองโก-ลกเข้าขั้นวิกฤตระบายไม่ทัน

นราธิวาสอ่วม น้ำทะลักหลายจุด

นราธิวาสน้ำทะลักหลายจุด ริมคลองสุไหงโก-ลก เข้าขั้นวิกฤตระบายไม่ทัน ด้านชลประทานเร่งวางบิ๊กแบ็กเพิ่ม หลังน้ำทะลักประตูระบายน้ำปากคลองมูโนะ

วันที่ 26 ธันวาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนราธิวาส ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสหลายวันที่ผ่านมา ส่งผลให้มวลน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุดทะลักข้ามบิ๊กแบ็กบริเวณประตูระบายน้ำปากคลองมูโนะฝั่งขวา ที่เจ้าหน้าที่ได้นำมาวางกั้นน้ำไว้ ล่าสุดทางสำนักงานชลประทานที่ 17 ได้สั่งการให้ระดมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรเข้าซ่อมแซมแล้ว

ชลประทานประเมินสถานการณ์น้ำรายชั่วโมง

นายเฉลิมชัย ตรีนรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 17 กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในพื้นที่บ้านมูโนะ ต.มูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส โดยระบุว่า พื้นที่ดังกล่าวพบปัญหา 2 จุด คือ น้ำที่ทะลักบริเวณรอยต่อคันดินกับบิ๊กแบ็กตรงประตูระบายน้ำปากคลองมูโนะ ฝั่งขวา ซึ่งอยู่คนละฝั่งกับตลาดมูโนะ ตรงจุดนี้น้ำที่ล้นมาจากแม่น้ำโก-ลก จะไหลลงพื้นที่ด้านนอกที่ไม่กระทบชุมชน ส่วนนี้ล่าสุดได้ระดมเจ้าหน้าที่ และเครื่องจักร เข้าไปวางบิ๊กแบ็ก และเสริมด้วยกระชุหินเสริมความแข็งแรงอีกชั้นหนึ่ง

ส่วนน้ำที่ล้นตลิ่งบริเวณพนังกั้นน้ำ บ้านมูโนะ จากการประเมินระดับน้ำที่กลางน้ำในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก พบว่าในพื้นที่ดังกล่าวน้ำลดลงชั่วโมงละ 1 เซนติเมตร ซึ่งถือว่าช่วงที่ปริมาณน้ำไหลสูงสุดได้ผ่านเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกมาที่บ้านมูโนะแล้ว ดังนั้นปริมาณจะเพิ่มสูงขึ้นอีกเล็กน้อย จุดนี้จะนำกระสอบทรายมาวางเสริมคันให้สูงขึ้น เบื้องต้นจะวางไว้ 2 ชั้น

แต่หากประเมินแล้วปริมาณฝนยังตกหนักและระดับน้ำยังเพิ่มสูงขึ้นก็จะนำกระสอบทรายมาเพิ่ม 1-2 ชั้น ส่วนน้ำจากแม่น้ำโก-ลกที่ล้นเข้ามาจะไหลลงทางท่อระบายน้ำในเขตชุมชนบ้านมุโนะ และผ่านระบบระบายน้ำคลองชลประทานมูโนะ ซึ่งอาจจะมีท่วมขังในชุมชนบ้างแต่ไม่มากนัก ทั้งนี้จะมีการประเมินสถานการณ์รายชั่วโมง โดยจนถึงขณะนี้ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

ริมคลองโก-ลกน้ำสูงเข้าขั้นวิกฤต

นางสุชาดา พันธ์นรา นายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก กล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่ริมคลองโก-ลก ระดับน้ำเข้าขั้นวิกฤตแล้ว โดยเมื่อเวลา 11.15 น. ระดับน้ำสูงกว่าตลิ่ง 1 เมตร

ทั้งนี้ ตั้งแต่คืนวันที่ 25 ธ.ค. 66 เวลา 21.00 น. ทางเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกได้ประกาศแจ้งเตือนพร้อมทั้งช่วยเหลือประชาชนในการอพยพออกจากพื้นที่ เพื่อมาพักอาศัย ณ ศูนย์อพยพผู้ประสบภัย โรงเรียนเทศบาล 4 เนื่องจากน้ำได้ทะลักเข้ามาจากช่องว่างประตูเขื่อนกั้นน้ำจนไม่สามารถระบายออกได้ทัน

โดยในวันนี้ยังได้ส่งเจ้าหน้าที่เพื่อเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยหากพื้นที่ไหนน้ำในชุมชนเริ่มลดระดับลงก็จะทำการเปิดเครื่องสูบน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำออกจากชุมชนทันที

ส่วนผู้ประสบภัยจากชุมชนริมฝั่งแม่น้ำโก-ลก ได้มาพักอาศัย ณ ศูนย์อพยพผู้ประสบภัย โรงเรียนเทศบาล 4 จำนวนทั้งสิ้น 41 ครัวเรือน 165 คน แบ่งเป็นเพศชาย 83 คน เพศหญิง 81 คน เด็กอายุ 0-6 ปี 29 คน ผู้สูงอายุ 10 คน ผู้พิการ 5 คน โดย ศูนย์อพยพผู้ประสบภัย โรงเรียนเทศบาล 4 แห่งนี้สามารถรองรับผู้อพยพได้สูงสุด 250 คน และหากต่อไปสถานการณ์น้ำมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น จะเปิดศูนย์อพยพอีกแห่งหนึ่ง คือ โรงเรียนเทศบาล 3 เพื่อรองรับผู้อพยพได้อีกประมาณ 300 คน

ทั้งนี้ ศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัย โรงเรียนเทศบาล 4 เทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ได้จัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องนอน เสื่อ ราวตากผ้า อาหาร 3 มื้อ และให้บริการอาหารน้ำดื่มสะอาด อีกทั้งได้แบ่งสัดส่วนของการเข้าพักเพื่อให้ผู้อพยพได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด สำหรับมื้อเที่ยงของวันนี้นอกจากจะมีอาหารเลี้ยงผู้อพยพแล้วยังเตรียมข้าวกล่องสำหรับแจกจ่ายผู้ประสบอุทกภัยในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกกว่า 1,300 กล่อง โดยส่งมอบให้ประธานชุมชนนำไปแจกจ่ายต่อไป

นอกจากนั้นยังได้รับการร่วมมือจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ รพ.สุไหงโก-ลก ในการลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือตรวจเช็กสุขภาพในเบื้องต้น พร้อมทั้งมีหน่วยเยียวยาจิตใจให้บริการด้านสุขภาพทางใจ เพื่อลดความตึงเครียดของผู้ประสบภัย ขณะที่การประปาส่วนภูมิภาค สาขาสุไหงโก-ลก ได้สนับสนุนน้ำประปาให้แก่ศูนย์อพยพเพื่อรองรับผู้ประสบภัยที่มาใช้บริการ

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำ รับฟังข่าวสารจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้ความร่วมมือในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน เนื่องจากคาดการณ์ว่าจะมีมวลน้ำจากพื้นที่ตำบลบูเก๊ะตา จะไหลเข้าสู่พื้นที่เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกในช่วงบ่ายถึงช่วงเย็นของวันนี้