“กมลสันต์ ศรีวิราช” ดันสนามบินพะเยา-รถไฟปลุกเศรษฐกิจ

Kamonsan
คอลัมน์ : สัมภาษณ์

“พะเยา” หนึ่งในจังหวัดที่ถูกจับตามอง ในฐานะเป็นสถานที่จัดประชุม ครม.สัญจรในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 (พะเยา เชียงราย น่าน แพร่) เมื่อวันที่ 18-19 มีนาคม 2567 ที่ผ่านมา

โดยหนึ่งในโครงการที่ ครม.สัญจรให้ความสนใจเป็นพิเศษ คือ โครงการสนามบินพะเยา ที่ตำบลดอนศรีชุม และตำบลบ้านถ้ำ อำเภอดอกคำใต้ บนพื้นที่ 2,812 ไร่ “กมลสันต์ ศรีวิราช” ประธานหอการค้าจังหวัดพะเยา ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงความสำคัญของโครงการสนามบินพะเยา ที่จังหวัดพะเยา และแผนงานโครงการสำคัญที่จะขับเคลื่อนในปี 2567

สนามบินพะเยาดึงลงทุน

คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.จังหวัดพะเยา) เห็นพ้องร่วมกันว่า สนามบินเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกสำคัญที่จะช่วยยกระดับความเป็นเมืองรองของพะเยาสู่เมืองหลักได้ เพราะจะทำให้การเดินทางเข้าถึงง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น ประการสำคัญ จะเป็นแม่เหล็ก (Magnet) ดึงดูดการลงทุนและการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดให้เติบโต ในมุมมองของหอการค้าเชื่อมั่นว่าให้ผลคุ้มค่าอย่างแน่นอน

โดยกรมท่าอากาศยานได้ศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการท่าอากาศยานพะเยา ตั้งอยู่ที่ตำบลดอนศรีชุม และตำบลบ้านถ้ำ อำเภอดอกคำใต้ ห่างจากตัวเมืองพะเยาราว 20 กิโลเมตร จะใช้พื้นที่ 2,812 ไร่ และเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนไปแล้ว 2 ครั้ง

จังหวัดพะเยามีศักยภาพในฐานะเมืองท่องเที่ยว ด้วยต้นทุนดั้งเดิมที่มีอยู่และได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง มีความหลากหลายทั้งความเป็นเมืองวัฒนธรรม วิถีชีวิต มีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ และประวัติศาสตร์มากมายกระจายอยู่หลายอำเภอ เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ UNSEEN ไม่ได้มีเพียงกว๊านพะเยา ข้อมูลจำนวนประชากรปี 2563 มีราว 470,045 คน ผู้เยี่ยมเยือนปี 2562 ราว 656,918 คน

นอกจากนี้ประชากรจากจังหวัดใกล้เคียงคือ อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย และอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง สามารถมาใช้บริการสนามบินพะเยาได้ใกล้ รวมถึงประชากรแฝง เช่นนักศึกษาที่มาเรียนมหาวิทยาลัยพะเยาและบุคลากร คาดว่ามีประมาณ 22,000-24,000 คน

เปิดผลศึกษาคุ้มค่า

การเดินทางมาพะเยาค่อนข้างยาก ต้องตั้งใจมาซึ่งผลการศึกษาระบุว่า ปัจจุบันการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปพะเยา มี 3 ทางเลือก โดยรถยนต์ใช้เวลา 10 ชม. โดยรถไฟ ใช้เวลา 14ชม. (รถไฟ+ต่อรถโดยสาร) เครื่องบิน ใช้เวลา 3.30 ชม. (เครื่องบิน+ต่อรถโดยสาร/รถยนต์) เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว การศึกษา หรือรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค

ผลการศึกษาระบุว่า ระยะเวลา 10 ปีแรก เปิดให้บริการ ปี 2570 ความต้องการใช้ท่าอากาศยาน 78,348 คน/ปี จนถึงปี 2580 ความต้องการใช้ 94,920 คน/ปี ซึ่งตารางการบินที่สอดคล้องกับคาดการณ์ปริมาณความต้องการคือ Scenario 4 ใช้เครื่องบิน 180 ที่นั่ง (A320, B737) ให้บริการวันเว้นวัน สลับกับใช้เครื่องบิน 70 ที่นั่ง (ATR) จะเกิด Supply ขาเข้า-ขาออก รวม 73,000 ที่นั่ง/ปี และเพิ่มขึ้นสู่ Scenario 5 ใช้เครื่องบิน 180 ที่นั่ง (A320, B737) ให้บริการทุกวัน จะเกิดอุปทานขาเข้า-ขาออกรวม 105,120 ที่นั่ง/ปี

ระยะที่ 2 ช่วง 20 ปี จากปี 2580-2590 จะมีความต้องการ 230,213 คน/ปี ซึ่งตารางการบินที่สอดคล้องกับคาดการณ์ปริมาณความต้องการ คือ Scenario 6 ใช้เครื่องบิน 180 ที่นั่ง (A320, B737) ให้บริการขาเข้าวันละ 2 เที่ยวบิน สัปดาห์ละ 3 วัน และ 1 เที่ยวบิน สัปดาห์ละ 4 วัน จะเกิด Supply ขาเข้า-ขาออกรวม 161,298 ที่นั่ง/ปี และเพิ่มขึ้นสู่ Scenario 7 ใช้เครื่องบิน 180 ที่นั่ง (A320, B737) ให้บริการขาเข้าวันละ 2 เที่ยวบิน จะเกิดอุปทานขาเข้า-ขาออกรวม 210,240 ที่นั่ง/ปี

ส่วนระยะที่ 3 ช่วง 30ปี จากปี 2590-2600 มีความต้องการ 324,969 คน/ปี ซึ่งตารางการบินที่สอดคล้องกับคาดการณ์ปริมาณความต้องการในปี 2600 คือ Scenario 8 ใช้เครื่องบิน 180 ที่นั่ง (A320, B737) ให้บริการขาเข้าวันละ 3 เที่ยวบิน จะเกิดอุปทานขาเข้า-ขาออกรวม 315,360 ที่นั่ง/ปี

รถไฟเด่นชัย-เชียงของ

สำหรับ Magnet อีกโครงการ คือ รถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ มูลค่า 85,345 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ปี 2571 มีจุดเริ่มต้นที่อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ สิ้นสุดที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ระยะทาง 323.1 กิโลเมตร ผ่าน 4 จังหวัด ได้แก่ แพร่ ลำปาง พะเยา และเชียงราย มีทั้งสิ้น 26 สถานี

ส่วนที่ผ่านจังหวัดพะเยา ระยะทาง 54.10 กิโลเมตร มี 6 สถานี ได้แก่ มหาวิทยาลัยพะเยา บ้านโทก หวาก พะเยา ดงเจน บ้านร้อง และบ้านใหม่ จะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางได้เร็ว 1 ถึง 1.30 ชม. เมื่อเทียบกับการเดินทางด้วยรถยนต์ จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มด้านการท่องเที่ยว การค้าการลงทุน และการค้าชายแดนภาคเหนือเชื่อมโยงกับจีนตอนใต้และ สปป.ลาว

ดัน 4 โมเดลท่องเที่ยวปี’67

โครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 2567 ที่หอการค้าจังหวัดพะเยาจะเร่งทำ คือ การนำโมเดล Happy Model ของหอการค้าไทย ซึ่งเป็นต้นแบบการส่งเสริมการท่องเที่ยวมูลค่าสูง โดยสร้างเส้นทางท่องเที่ยวจังหวัดพะเยา ที่ยึดโยง 4 โมเดลหลัก คือ กินดี อยู่ดี ออกกำลังกายดี และแบ่งปันสิ่งดี ๆ

สำหรับ Route กินดี (Eat Well) ได้รวบรวมร้านอาหารหลายสไตล์ของจังหวัดพะเยา อาทิ ร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมกว๊านพะเยาหลายร้าน เช่น กาดระเบียงสุข ร้านกุ้งเต้นเฮือนโบราณ ร้านชิดลมชมกว๊าน นอกจากนี้ มีร้านขนมจีนยายหม่อม ร้านชื่อดังของอำเภอดอกคำใต้ ร้านลาบปลาสะพานแขวน อำเภอจุน

Route อยู่ดี (Live Well) รวบรวมที่พักโรงแรม รีสอร์ต โฮมสเตย์ ทั้งที่พักที่ตั้งริมกว๊านพะเยา ที่พักในเขตอำเภอเมืองพะเยา ในอำเภอปง อำเภอแม่ใจ และอำเภอเชียงคำ รายล้อมด้วยธรรมชาติ ขุนเขา และทะเลหมอก

Route ออกกำลังกายดี (Fit Well) เป็นการรวบรวมกิจกรรมการออกกำลังกาย อาทิ สวนสาธารณะริมกว๊าน ลานอเนกประสงค์เทศบาลเมืองพะเยา สวนสมเด็จย่า 90 พรรษา สถานีประมงน้ำจืดพะเยา สนามกีฬากลางจังหวัดพะเยา กิจกรรมพายเรือคยักกว๊านพะเยา

Route แบ่งปันสิ่งดี ๆ (Give Well) เป็นเส้นทางท่องเที่ยวศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิต ประวัติศาสตร์ อาทิ กิจกรรมไหว้พระ 12 วัดสำคัญ โบราณสถานเวียงลอ อำเภอจุน เป็นเมืองโบราณขนาดใหญ่มีอายุมากกว่า 900 ปี กาดหล่ายต้า เป็นการรวมตัวกันจัดตลาดเฉพาะกิจ เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนได้นำอาหารอร่อยของแต่ละครัวเรือนออกมาจำหน่ายในช่วงเย็น ณ ริมลำน้ำแม่ต๋ำ กลุ่มทอผ้าบ้านใหม่ราษฎร์บำรุง ตำบลสันโค้ง อำเภอดอกคำใต้

เป็นกลุ่มสตรีแม่บ้านชาวอีสานภูไท ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่บ้านจำไก่ ร่วมกันอนุรักษ์การทอผ้าแบบโบราณโดยประยุกต์ทำลวดลายต่าง ๆ ส่งขายทั้งในและนอกประเทศ

พะเยามีต้นทุนครบทุกด้าน มีของดีหลากหลายอย่าง ที่พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวให้มาเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ พะเยาเป็นเมืองเนิบช้า เป็นเมือง Slow Life เป็นเมืองสงบ เป็นเมืองวิถีชีวิตวัฒนธรรม มีประวัติศาสตร์ให้ได้ศึกษาเรียนรู้ มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบ ปัจจุบันมีโรงแรมประมาณ 100 แห่ง ห้องพักมีมากกว่า 2,000 ห้อง

ระบบคมนาคมทั้งสนามบินและรถไฟทางคู่ เป็น 2 สิ่งที่เชื่อมโยงกัน จะทำให้การเดินทางเข้าถึงง่ายและสะดวกขึ้นนักท่องเที่ยวจะเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน และจะส่งผลดีช่วยปลุกเศรษฐกิจของจังหวัดให้ขยายตัวและเติบโตมากขึ้นในอนาคต