ทุ่มสุดตัว Road Show แลนด์บริดจ์

คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : ถวัลย์ศักดิ์ สมรรคะบุตร

รัฐบาลกำลังโหมโปรโมต โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยกับอันดามัน หรือเรียกสั้น ๆ ว่า โครงการแลนด์บริดจ์ กันยกใหญ่ โดยโครงการนี้เสมือน “เรือธง” ของรัฐบาลในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีวงเงินลงทุนสูงถึง 1 ล้านล้านบาท ครอบคลุมระยะเวลาการก่อสร้าง 5 ปี (2568-2573)

รูปแบบการดำเนินโครงการจะเป็นการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) โดยให้ภาคเอกชนเป็นผู้ลงทุนโครงการทั้งโครงการในลักษณะท่าเรือเดียวเชื่อม 2 ฝั่ง (One Port Two Sides) ด้วยการให้สิทธิแก่ภาคเอกชนในการก่อสร้างและบริหารจัดการเป็นระยะเวลา 50 ปี

ทั้งนี้ ผู้ร่วมทุนกับรัฐบาลไทยในโครงการแลนด์บริดจ์จะต้องลงทุนสร้างท่าเรือน้ำลึก 2 ฝั่งทะเลที่แหลมอ่าวอ่าง อ.ราชกรูด จ.ระนอง กับที่แหลมริ่ว อ.หลังสวน จ.ชุมพร พร้อมกับทางมอเตอร์เวย์ 6 ช่องจราจร ทางรถไฟขนาด 1.435 เมตร 2 ทาง และรัฐบาลยังมีพื้นที่ที่จะใช้สำหรับวางท่อขนส่งน้ำมันสำเร็จรูป/แก๊ส รวมไปถึงพื้นที่เชิงพาณิชย์หลังท่าเรือน้ำลึกทั้ง 2 แห่ง โดยจะใช้วิธีการถมทะเลด้วย

ที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้แสดง “จุดแข็ง” ของโครงการแลนด์บริดจ์จากที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ โดยมีประเทศไทยอยู่ใจกลางโครงข่ายการขนส่งเชื่อมโยงประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กับโครงการแลนด์บริดจ์จะช่วยลดความแออัดในเส้นทางการขนส่งผ่านช่องแคบมะละกาที่นับวันจะคับคั่งเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากจำนวนเรือสินค้าและสินค้าที่ต้องขนส่งผ่านช่องแคบในเส้นทางการเดินเรือสายหลักเส้นทางนี้

โดย นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ให้ความสำคัญกับโครงการแลนด์บริดจ์ ด้วยการนำคณะไป Road Show ทุกเวทีการประชุมระดับโลก จนถือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะต้องทำควบคู่ไปกับการประชุมหรือการเจรจาทางการค้าทั้งทวิภาคีและพหุภาคี

ไม่ว่าจะการประชุม APEC ที่สหรัฐ ในเดือนพฤศจิกายน 2566 ถือเป็นเวทีที่รัฐบาลไทยเปิดตัวโครงการแลนด์บริดจ์สู่สายตาของนักลงทุนโลกอย่างยิ่งใหญ่ ในการสัมมนา Networking Reception กับนักลงทุนสหรัฐ ประมาณ 80 คน โดยหลังการสัมมนามีการออกข่าวบริษัทสหรัฐแสดงความสนใจโครงการแลนด์บริดจ์หลายบริษัท ไม่ว่าจะเป็น HP, SSA Marine, Oracle, AWS, Jacob, ebay และ Port of long beach

ขณะที่ก่อนหน้านี้ในเดือนตุลาคมมี 2 เวทีที่ไป Road Show ได้แก่ การประชุม Belt and Road for International Cooperation ที่มีบริษัทก่อสร้างจีน CHEC ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก กับการพบปะนักธุรกิจซาอุดีอาระเบีย ที่โรงแรม Ritz Carlton กรุงริยาด

โดยมีโอกาสพบปะหารือกับ กองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะ (Governor of the Public Investment Fund : PIF), Saudi Arabian Oil Company (Saudi ARAMCO) และ Saudi Arabia Basic Industries Corporation (SABIC)

ข้ามมาถึงเดือนธันวาคม นายเศรษฐาก็ได้มีโอกาสไป Road Show โครงการแลนด์บริดจ์ที่ญี่ปุ่น ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน-ญี่ปุ่น ในเวที Thailand-Japan Investment Forum กับบริษัทชั้นนำของญี่ปุ่นถึง 30 บริษัท จนล่าสุดในการประชุม World Economic Forum ที่ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์

ในเดือนนี้ก็ได้พบกับประธานกลุ่ม Adani Group กลุ่มบริษัทลงทุนรายใหญ่ของอินเดีย ที่เชี่ยวชาญในการพัฒนาท่าเรือและสนามบิน กับประธานกลุ่ม Dubai Port World ผู้ให้บริการโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าชั้นนำของโลก เพื่อหารือกันในเรื่องการลงทุนในโครงการ Landbridge เช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาตามแผนการดำเนินโครงการแลนด์บริดจ์ที่กระทรวงคมนาคมวางเอาไว้ หลังจากที่ ครม.มีมติรับทราบโครงการตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 ได้มีการกำหนดรับฟังความเห็นจากนักลงทุน หรือ Road Show ในระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2566 ถึงเดือนมกราคม 2567


หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่ช่วงการจัดทำ พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) และตั้งคณะกรรมการนโยบายและสำนักงานนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ในเดือนธันวาคม 2567 และตามมาด้วยการเปิด Bid เพื่อคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนในระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายนในปี 2568