ชัยวุฒิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดีอีเอส มีภรรยาเป็น ส.ส. เป็น 1 ในโผอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตั้ง “บัดดี้” เพื่อน เป็นที่ปรึกษา
ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรีพร้อมพวก รวม 11 คน เป็นไปตามโครงสร้างอำนาจ ของรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลหลัก 3 พรรค คือ พลังประชารัฐ (พปชร.) ภูมิใจไทย (ภท.) และประชาธิปัตย์ (ปชป.)
ฝ่ายค้านเปิดประเด็นตามญัตติไปแล้ว 6 ความผิดพลาด ประกอบด้วย ความผิดพลาดล้มเหลวการบริหารราชการแผ่นดิน, จงใจฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรม, มีพฤติการณ์ส่อทุจริตต่อหน้าที่ เอื้อประโยชน์ให้แก่ตนเองและพวกพ้อง, ไม่ปฏิบัติตามนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา, ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และทำลายระบอบประชาธิปไตยและระบบรัฐสภา
ข้อกล่าวหาดังกล่าวแตกประเด็นแหลมคม อยู่ในคำอภิปรายนอกญัตติ ของนายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ว่า ฝ่ายค้านมีหมัดเด็ดสามารถน็อกรัฐบาลได้ โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีชายรายหนึ่ง ทำผิดจริยธรรม ศีลธรรมอย่างร้ายแรง เรื่องดอกไม้บานในหัวใจ ซึ่งเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินเรื่องจริยธรรม มีหลักฐานมัดชัดเจน หากตนเปิดข้อมูลออกมาแล้ว อาจจะทำให้ ส.ส.หญิงบางคนร้องไห้ เดินออกนอกห้องประชุม
คำขู่คำราม-ร้อนแรงดังกล่าว ไม่ได้หายไปในสายลม แต่พัดปะทะกันนอกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อรัฐมนตรีชายรายหนึ่ง มีภรรยาเป็น ส.ส.พรรคเดียวกัน ออกมาตอบคำถาม
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ซึ่งเป็นรัฐมนตรีที่อยู่ในโผการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตอบคำถามกับสื่อมวลชนว่า การมีชื่อถูกฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่ใช่ครั้งแรกก็เลยไม่ตกใจ ก็ทราบข่าวมาแล้วว่าจะมีชื่อถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นอะไรบ้าง เรื่องที่ฝ่ายค้านและ ส.ส. ไม่พอใจหรือสงสัยเรื่องใดก็จะชี้แจงในการอภิปราย
นายชัยวุฒิตอบด้วยว่า ส่วนเรื่องการทำผิดกฎหมาย หรือทุจริต ผิดจริยธรรม ไม่ได้ทำอยู่แล้ว อาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ก็คงต้องชี้แจงในสภาให้เพื่อนสมาชิกได้เข้าใจ ทุกคนก็ทำตามกฎหมาย เพราะการทำงานในกระทรวงทุกกระทรวงจะมีข้าราชการ มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบก่อนที่จะดำเนินการใด ๆ
“ทุกคนต้องทำตามกฎหมาย ทำตามรัฐธรรมนูญ ตนไม่เชื่อว่าจะมีใครทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องจริยธรรมยิ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะทุกคนก็รู้ว่าอะไรถูกหรือไม่ถูก สิ่งที่ไม่ดีเราก็ไม่ทำอยู่แล้ว ทำในสิ่งที่ถูกต้องตามประมวลจริยธรรม ไม่ได้ห่วงเรื่องนี้อยู่แล้ว”
สำหรับนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส แจ้งสถานะทางครอบครัว และทรัพย์สินไว้กับ ป.ป.ช. เมื่อครั้งรับตำแหน่ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่า สมรสกับ น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ
นายชัยวุฒิแจ้งบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ประกอบด้วย ทรัพย์สิน 123,692,651 บาท แบ่งเป็น เงินฝาก 10 บัญชี รวม 6,352,275 บาท เงินลงทุน 13,082,876 บาท บ้านรวมที่ดิน 13 รายการ ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดสิงห์บุรี ฉะเชิงเทรา 32,466,500 บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 6 หลัง 51,578,000 บาท
ยานพาหนะ 3 คัน 2,008,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 1,885,000 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) 16,320,000 บาท เช่น ทองคำแท่ง น้ำหนักรวม 800 บาท นาฬิกา 3 เรือน รวม 16,320,000 บาท
ส่วน น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ คู่สมรส มีทรัพย์สิน 31,340,430 บาท ส่วนของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะมีทรัพย์สิน 4.4 ล้านบาท
รวมทั้งนายชัยวุฒิ และคู่สมรส มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 159,433,082 บาท มีหนี้สินทั้งสิ้น 291,046 บาท
นายชัยวุฒิ อายุ 50 ปี (เกิด 2 พฤศจิกายน 2514) เคยเป็นอาจารย์ประจำคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต ทำงานอยู่ที่ธนาคารกสิกรไทย และเป็นวิศวกรบริษัท กัลฟ์ เจพี จำกัด รวมทั้งเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการบริหารฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ กลุ่มบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์
ก่อนหน้านี้ นายชัยวุฒิเคยอยู่ในพรรคการเมืองมาแล้ว 3 พรรค ครั้งแรกสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็น ส.ส.จังหวัดสิงห์บุรี แล้วย้ายไปสังกัดพรรคชาติไทย ในปี 2551 ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เพราะกรรมการบริหารพรรคชาติไทย ซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง
เมื่อพ้นโทษจากการถูกตัดสิทธิทางการเมือง ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกวุฒิสภา จังหวัดสิงห์บุรี ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2557 เมื่อวุฒิสภาสิ้นสุดลง นายชัยวุฒิ ย้ายเข้าทำงานการเมืองกับพรรคพลังประชารัฐ ได้รับตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค พร้อมถูกเลือกเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ
ก่อนการปรับโครงสร้างอำนาจในพรรคพลังประชารัฐ ล้างไพ่กลุ่มสี่กุมาร ออกจากคณะรัฐมนตรี นายชัยวุฒิ เป็นผู้ร่วมมีบทบาทในการเปลี่ยนแปลง และต่อมาเขาได้รับการเสนอชื่อเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตั้งแต่ 22 มีนาคม 2564 เป็นต้นมา
วันที่ 20 กรกฏาคม 2565 วันที่สองของการอภิปาไม่ไว้วางใจ นายวันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เกี่ยวกับพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 (PDPA) ว่า “กฎหมายฉบับนี้ซึ่งเป็นกฎหมายที่ดี แต่นายชัยวุฒิ นำมาใช้ขณะที่ยังไม่มีความพร้อม เอื้อประโยชน์ให้บัดดี้ หมายถึง เพื่อน คนสนิท พวกพ้อง”
“โดยเซ็นแต่งตั้งที่ปรึกษา 7 ท่าน หนึ่งในนั้นคือเพื่อนที่เรียนมาด้วยกันตั้งแต่ชั้น ม.1 มีความสนิทแนบแน่นอย่างมาก ที่สำคัญเป็นผู้บริหารเจ้าของบริษัทไอที โดยตั้งเป็นที่ปรึกษา แต่ตนคิดว่าไม่เหมาะสม เพราะเมื่อตั้งเป็นที่ปรึกษาแล้ว ที่ปรึกษาท่านนี้ยังไปเป็นกรรมการในสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล มีอำนาจหน้าที่ในการอนุมัติแผนการดำเนินงาน แผนการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีของสำนักงาน”
ส.ส.เพื่อไทย อภิปรายด้วยว่า “เมื่อกฎหมาย PDPA ไม่พร้อมก็ต้องมีการประชาสัมพันธ์ โดยตั้งงบประมาณไว้ 220 ล้านบาท แต่มีการประมูลได้ที่ 219 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการล็อกสเปคศูนย์ดิจิทัลชุมชน เอื้อประโยชน์พวกพ้อง เริ่มจากปี 2563 ทางสดช.ทำสัญญากับบริษัท กสท. โทรคมนาคม (CAT) จัดทำศูนย์ดิจิทัลชุมชนมีการเซ็นสัญญา 250 ศูนย์ วงเงิน 277 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ยังไม่เสร็จมบูรณ์ ต่อมาในปี 2564 มีการตั้งงบอีก 500 ล้านบาท เพื่อจะตั้งศูนย์ฯ อีก 500 แห่ง”
จากนั้น นางสาวชนก จันทาทอง ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า “ท่านรัฐมนตรีชัยวุฒิพออยู่ในตำแหน่งแล้วมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เชิดหน้าชูตาหญิงอื่นเยี่ยงและเหนือกว่าภรรยา ทำร้ายจิตใจภรรยาตนอย่างแสนสาหัสจนทุกข์ทรมาน จนในที่สุดดิฉันได้ทราบว่าเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้มีการหย่าร้างกับภรรยาแล้ว”
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส ได้ลุกขึ้นตอบชี้แจงตอนหนึง ว่า “จริง ๆ อยากให้พูดให้หมด รูปอยากจะเปิดก็เปิดเถอะ ของมันไม่จริงมันก็ไม่มีอะไร ผมไม่ได้กลัวอยู่แล้วครับ แต่ส่วนตัวคิดว่าการอภิปรายในประเด็นแบบนี้มันไปไกลไปหน่อย ผมว่ามาตรฐานมันต่ำ มันมีเรื่องให้พูดตั้งเยอะนะครับ คือการพูดเรื่องที่มันต่ำคนพูดก็จะต่ำไปด้วย แล้วภาพนี้มันจะติดตัวท่านไป และจะมีคดีด้วย”
อนึ่ง การอภิปรายไม่ไว้วางใจ มีรัฐมนตรีจาก 3 พรรค ที่ถูกอภิปราย ดังนี้
รัฐมนตรีจากพรรคพลังประชารัฐ
-
- พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม
- พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี
- พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย
- นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน
- นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง
รัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย
-
- นายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข
- นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม
รัฐมนตรีจากพรรคประชาธิปัตย์
-
- นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์
- นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
- นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย
- สู้เพื่อไทย พลังประชารัฐ เปิดชื่อตัว ส.ส.ทีมปราบมาร ชนอภิปรายไม่ไว้วางใจ
- เพื่อไทย หาเลือดใหม่-ไล่งูเห่า เปิดศึกรื้อเก้าอี้ ส.ส. 400 เขต รับเลือกตั้ง
- วิษณุ จัดให้ ล็อกวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ 4-6 ก.ค. และ 18-20 ก.ค.
- อภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งสุดท้าย 6 ฝ่ายค้านเด็ดหัว-สอยนั่งร้านประยุทธ์
- สุชาติ โวยญัตติไม่ไว้วางใจเถื่อน ฝ่ายค้านแอบเพิ่มรัฐมนตรีก่อนยื่น ชวน