ASW เตรียมโอนกรรมสิทธิ์ 4 คอนโดฯ ใหม่ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต มูลค่ารวม 6,600 ล้านบาท

แอสเซทไวส์ ไตรมาส 2/2567 เตรียมโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมใหม่ 4 โครงการ มูลค่ารวม 6,600 ล้านบาท นำโดยเรือธงแบรนด์ “เคฟ” แคมปัสคอนโดฯ รอบมหาวิทยาลัย ขณะที่ภูเก็ตพร้อมรับรู้รายได้จาก “เดอะไทเทิล” คอนโดฯ สร้างเสร็จใหม่โครงการแรก พร้อมโครงการบ้านอีก 2 โครงการขานรับมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ แรงส่งตลาดบ้านปี 67 หนุนเศรษฐกิจไทยขับเคลื่อน

วันที่ 24 เมษายน 2567 นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” เปิดเผยว่า ไตรมาส 2/2567 ถือเป็นอีกหนึ่งไตรมาสที่ดีของบริษัทฯ เนื่องจากมีโครงการคอนโดมิเนียมสร้างเสร็จใหม่ เตรียมโอนกรรมสิทธิ์ถึง 4 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 6,607 ล้านบาท

ประกอบด้วยแบรนด์ “เคฟ” 3 โครงการ ได้แก่ เคฟ ซี้ด เกษตร จำนวน 600 ยูนิต, เคฟ ทาวน์ ไอส์แลนด์ จำนวน 1,770 ยูนิต, เคฟ ยูนิเวิร์ส บางแสน จำนวน 245 ยูนิต และเดอะไทเทิล ฮาโลวัน ในยาง จำนวน 329 ยูนิต รวมถึง 2 โครงการบ้าน ได้แก่ โครงการ ดิ ออเนอร์ โยธินพัฒนา และโครงการใหม่ เอสต้า ซีรีนิตี้ บรมราชชนนี

ทั้งนี้ คอนโดฯแบรนด์เคฟ เป็นหนึ่งในเรือธงหลักสำคัญของ ASW ที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตรายได้มาอย่างต่อเนื่อง มีจุดเด่นคือทำเลรอบมหาวิทยาลัย จับกลุ่มลูกค้าเรียลดีมานด์ เพื่ออยู่อาศัย รวมทั้งกลุ่มนักศึกษา และกลุ่มนักลงทุนอสังหาฯ ที่ต้องการผลตอบแทนที่ดีจากการปล่อยเช่า

ในส่วนโครงการเดอะไทเทิล ฮาโลวัน ในยาง พัฒนาโดย บมจ.ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ หรือ TITLE ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ ASW โดยถือว่าเป็นคอนโดฯ สร้างเสร็จใหม่ตัวแรกในทำเลภูเก็ต ที่สามารถรับรู้รายได้ภายหลังจากที่บริษัทเข้าลงทุนใน TITLE เมื่อไตรมาส 3 ปีที่ผ่านมา โดยโครงการดังกล่าวมีมูลค่า 1,537 ล้านบาท

Advertisment

“จากการที่คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้ขยายเพดานบ้าน จากเดิมไม่เกิน 3 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 7 ล้านบาท ให้ได้รับสิทธิมาตรการทางภาษีซื้อขายที่อยู่อาศัย ได้แก่ ลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% และค่าธรรมเนียมการจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 และโครงการสินเชื่อบ้าน ให้อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% เป็นระยะเวลา 5 ปี วงเงินต่อรายสูงสุด ไม่เกิน 3 ล้านบาท รวมถึงมาตรการอื่น ๆ

เชื่อว่าจะส่งผลให้ตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2567 คึกคักขึ้น เพราะจะทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อบ้านเร่งตัดสินใจซื้อบ้านภายในปีนี้ และส่งผลเชื่อมโยงไปยังธุรกิจต่าง ๆ อีกจำนวนมาก เช่น แรงงาน วัสดุก่อสร้างและตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ของใช้ภายในบ้าน ฯลฯ อันจะส่งผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในภาพรวม” นายกรมเชษฐ์กล่าวทิ้งท้าย