จ่อเปิด “เราเที่ยวด้วยกัน” ตุลาฯ นี้ เอกชนขอ “เที่ยวคนละครึ่ง” เสริมความปัง

กระตุ้นท่องเที่ยว

“ก.ท่องเที่ยว-ททท.” เตรียมเร่งกระตุ้นท่องเที่ยวภายในประเทศโค้งท้ายปี’64 ส่งสัญญาณเดินหน้า 2 โครงการใหญ่ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 “ทัวร์เที่ยวไทย” กลางเดือนตุลาฯนี้ พร้อมแผนเปิดประเทศสเต็ป 3 เปิด 25 จังหวัดทั่วทุกภาคของประเทศรับต่างชาติ “สทท.-สทน.” ประสานเสียงขอรัฐหนุน “เที่ยวคนละครึ่ง” เสริมความปังอีก 1 แคมเปญ ด้าน ททท.ตั้งเป้าตลาด “ไทยเที่ยวไทย” ปีนี้ 90 ล้านคน-ครั้ง เท่าปีที่ผ่านมา

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงแผนการกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศว่า กระทรวงและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อยู่ระหว่างการประเมินว่า หลังจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการการเดินทางระหว่างจังหวัดเมื่อ 1 กันยายน 2564 ผ่านไป 14 วันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดภายในประเทศเป็นอย่างไร หากมีแนวโน้มลดลงแบบมีนัยสำคัญ กระทรวงจะเดินหน้าโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 จำนวน 2 ล้านห้อง (room night) และโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย” เที่ยวผ่านบริษัทนำเที่ยว จำนวน 1 ล้านสิทธิ์ทันที

ชง ศบค.เริ่มโครงการ 15 ตุลาฯ

โดยมีแผนนำเสนอให้ ศบค.พิจารณาในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ จากนั้นจะเปิดให้ประชาชนเข้าลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ และเปิดเดินทางได้ในช่วงตั้งแต่ 15 ตุลาคม-31 ธันวาคม 2564 ทั้งนี้ เพื่อให้สอดรับกับแผนการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติสเต็ป 3 ที่มีแผนเปิดจังหวัดท่องเที่ยวเพิ่มเติมอีก 25 จังหวัด ต่อจากสเต็ปแรก ที่เปิดภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี (สมุย, พะงัน, เกาะเต่า), พื้นที่เชื่อมโยงภูเก็ต 7+7 กระบี่, พังงา และสเต็ป 2 คือ กรุงเทพฯ, ชลบุรี (พัทยา, สัตหีบ), เพชรบุรี (ชะอำ), ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) และเชียงใหม่ (อ.เมือง, แม่ริม, แม่แตง, ดอยเต่า)

“หลังจากเราเปิดประเทศสเต็ป 3 ซึ่งจะมีพื้นที่รองรับการท่องเที่ยวประมาณครึ่งประเทศในวันที่ 15 ตุลาคม แล้วเราจะทยอยเปิดเพิ่มอย่างต่อเนื่องในเดือนพฤศจิกายน เพื่อให้เปิดพื้นที่ได้ทั้งประเทศ” นายพิพัฒน์กล่าว

ปรับเงื่อนไขเข้าเมืองให้ง่ายขึ้น

นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประเด็นสำคัญของการกระตุ้นการท่องเที่ยวยังเป็นเรื่องวัคซีนที่ต้องเร่งฉีดให้ครอบคลุม 70% ของจำนวนประชากร และความสามารถในควบคุมการระบาดที่ดีขึ้น และจังหวัดต่าง ๆ ผ่อนปรนเงื่อนไขการเดินทางเข้าจังหวัดได้ง่ายขึ้น เชื่อว่าจะทำให้โอกาสการกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4 นี้จะเป็นไปได้ด้วยดี

“ผมมั่นใจว่าตอนนี้คนกลัวเรื่องการระบาด และหลายจังหวัดตั้งกฎเกณฑ์การเดินทางเข้าพื้นที่ที่เข้มงวดจนกลายเป็นอุปสรรคในการดินทาง อาทิ ภูเก็ต ที่นอกจากจะต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว ยังต้องทำ RT-PCR ทำให้โอกาสในการเข้าถึงของลูกค้ายากไปหากเราสามารถผ่อนคลายเงื่อนไขเหล่านี้ลงบ้าง เช่น ฉีดวัคซีน 2 เข็มแล้ว หรือทำสวอบเทสต์ก็ได้ เพื่อผ่อนคลายให้คนไทยสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น ผมมั่นใจว่าคนไทยอยากเดินทางแน่นอน” นายชำนาญกล่าว

และว่า หรือหากสามารถตรวจแบบใช้ Antigen Test Kit (ATK) ได้ จะยิ่งทำให้การเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยสะดวกยิ่งขึ้นอีกด้วย ดังนั้นในช่วงเดือนกันยายนนี้ ซึ่งเป็นช่วงก่อนเริ่มต้นโครงการกระตุ้นท่องเที่ยวจะออกมา อยากเสนอให้ทุกจังหวัดใช้หลักเกณฑ์ เงื่อนไขที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ไม่ใช่เข้าภูเก็ตเงื่อนไขหนึ่ง ไปสมุยอีกเงื่อนไขหนึ่ง หรือไปพัทยา, หัวหิน ก็อีกเงื่อนไขหนึ่ง ซึ่งเงื่อนไขต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้นักท่องเที่ยวสับสนมาก

ขอหนุน “เที่ยวคนละครึ่ง”

นายชำนาญกล่าวด้วยว่า นอกจาก 2 โครงการใหญ่ของภาครัฐที่เตรียมเดินหน้าคือ โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 และโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย” แล้ว ที่ผ่านมาสมาชิก สทท.มีการหารือและเสนอกันเข้ามาเป็นจำนวนมาก คือ อยากให้รัฐบาลทำโครงการ “เที่ยวคนละครึ่ง” โดยสนับสนุนงบประมาณสำหรับการท่องเที่ยวให้คนไทยทั่วประเทศในรูปแบบเดียวกันโครงการ “คนละครึ่ง” ที่ประสบความสำเร็จดีอยู่แล้ว เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ และต่อเนื่องถึงปีหน้า ทั้งนี้ เพื่อให้เอกชนท่องเที่ยวมีโอกาสได้เห็นความหวังบ้าง

สอดรับกับนายธนพล ชีวรัตนพร นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) ที่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ส่วนตัวยังคงเชื่อมั่นว่า หากรัฐบาลเดินหน้าโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 และโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย” ในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้จะช่วยทำให้เกิดบรรยากาศของการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศที่ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ยังมองว่าการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศนั้นจะมีส่วนสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติกล้าตัดสินใจเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย


อย่างไรก็ตาม นอกจาก 2 โครงการใหญ่ที่ตกค้างมาจากช่วงก่อนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิดภายในประเทศและมีการล็อกดาวน์การเดินทางแล้ว ทางสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศอยากเสนอให้รัฐบาลช่วยพิจารณาโครงการ “เที่ยวคนละครึ่ง” เข้ามาเสริมอีก 1 โครงการด้วย เพื่อให้กระแสการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศกลับมาคึกคักอีกครั้ง และส่งโมเมนตัมที่ดีต่อเนื่องไปถึงปีหน้าด้วย

“อยากให้รัฐบาลพิจารณาโครงการเที่ยวคนละครึ่ง โดยให้เดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยวและรัฐสนับสนุนครึ่งหนึ่งหรือในวงเงินสูงสุดราว 4,000-5,000 บาทต่อแพ็กเกจ เพื่อทำให้คนเข้าร่วมได้ง่ายขึ้น” นายธนพลกล่าว

ลดความซ้ำซ้อนของโครงการ

นายธนพลกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า สำหรับ 2 โครงการที่รออยู่ หลักการดำเนินงานที่หารือกันไว้ก่อนหน้านี้นั้นค่อนข้างซับซ้อน โดยเฉพาะโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย” เช่น กระบวนการส่งโปรแกรมนำเที่ยวมาให้ ททท. การกำหนดระยะเวลาในการอัพโหลดโปรแกรมนำเที่ยวบนเว็บไซต์ของ ททท. ระยะเวลาจองแพ็กเกจก่อนเดินทาง ฯลฯ ซึ่งหากต้องดำเนินตามกฎ กติกาเดิม อาจทำให้ใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะเดินทางได้ จึงอยากเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลดกระบวนการจองแพ็กเกจและทำให้การเดินทางง่ายขึ้น

นอกจากนี้ อยากให้รัฐบาลวางแผนด้านการตลาดในระยะยาวต่อเนื่องถึงต้นปีหน้า หรือในช่วง 6 เดือนแรกของปีหน้าด้วย เพื่อให้เกิดกระแสการเดินทางต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ยาวไปถึงปีหน้า รวมทั้งทำให้ภาคเอกชนเกิดความมั่นใจในการเตรียมแผนสำหรับการกลับมาดำเนินธุรกิจกันอีกครั้ง

ไทยเที่ยวไทย 90 ล้านคน-ครั้ง

ด้านนายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ททท.เตรียมทำหนังสือถึงสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เพื่อแจ้งความประสงค์ขอเริ่มโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” เฟส 3 และโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย” ในเดือนตุลาคมนี้ ทำให้เชื่อว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้ คนไทยจะหันมาเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น เนื่องจากส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศได้ โดยคาดว่าจำนวนผู้เดินทางภายในประเทศสำหรับปี 2564 นี้จะใกล้เคียงกับปีก่อน หรือประมาณ 90 ล้านคน-ครั้ง

ทั้งนี้ มองว่าพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวของคนไทยในช่วงเริ่มต้นนี้จะยังอยู่ในรัศมีประมาณ 200-300 กิโลเมตรจากกรุงเทพฯ และเดินทางเป็นครอบครัว โดยรถยนต์ส่วนตัวเป็นหลัก และให้ความสนใจสถานที่ท่องเที่ยวในรูปแบบเอาต์ดอร์เพิ่มมากขึ้น


“นอกจาก 2 โครงการดังกล่าวแล้ว เรามีแผนเปิดโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวในรูปแบบอื่น ๆ เข้ามาเสริมอย่างต่อเนื่อง อาทิ ในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ เราจะเปิดตัวโครงการ Unseen Next Series เปิดตัว 25 แหล่งท่องเที่ยวใหม่หรือโครงการเที่ยวกับเดอะแก๊งค์ สำหรับกระตุ้นการท่องเที่ยวตามไลฟ์สไตล์ เป็นต้น และเชื่อว่าคนไทยจะกลับมาเดินทางท่องเที่ยวกันอีกครั้ง” นายยุทธศักดิ์กล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ